นางพิกุลทอง

Homeความหมายลำดับขั้นการอ่านหลักการอ่านสารบัญเรื่องผู้จัดทำ
แบบทดสอบ 

 

             ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  หญิงหม้ายนางหนึ่ง  มีลูกสาวอยู่สองคน  คนแรกชื่อ มะลิ  รูปร่างหน้าตาและนิสัยเหมือนแม่  ส่วนลูกสาวอีกคนหนึ่งชื่อ  พิกุล  มีรูปร่างหน้าตา  ผิวพรรณดี  นิสัยงามเหมือนพ่อซึ่งตายไปแล้ว  หญิงหม้ายผู้เป็นแม่รักมะลิมากกว่าพิกุล  เนื่องจากมะลิมีลักษณะหน้าตาเหมือนนาง  ดังนั้นนางจึงมักแกล้งใช้พิกุลให้ทำงานหนักทุกอย่างในบ้าน  ส่วนมะลินั้นให้ทำเพียงงานเบา ๆ           

               เช้าวันหนึ่งพิกุลไปตักน้ำจากลำห้วย  ขณะที่กำลังเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง  พิกุลได้พบหญิงชรายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้น  หญิงชรากล่าวกับพิกุลว่า  ขอน้ำให้คนแก่ดื่มแก้กระหายสักหน่อยได้ไหมจ๊ะ  พิกุลสงสารจึงเต็มใจให้หญิงชราผู้นี้ดื่มน้ำที่ตนตักมา  พอหญิงชราดื่มน้ำเสร็จแล้ว  นางจึงเล่าความจริงให้ฟังว่า  ที่แท้แล้วนางเป็นนางไม้หรือรุกขเทวดาแปลงกายมา  และเพื่อตอบแทนที่พิกุลมีน้ำใจ  นางจึงจะให้พรตอบแทนโดยให้มีดอกพิกุลทองร่วงออกมาจากปากทุกครั้งที่นางพิกุลพูด  ครั้นเมื่อพิกุลกลับมาถึงบ้าน  หญิงหม้ายผู้เป็นแม่ก็ดุด่าว่าที่พิกุลไปตักน้ำเสียนาน  แต่พอพิกุลอ้าปากพูดตอบแม่  ดอกพิกุลทองที่สวยงามก็ร่วงออกมาจากปาก  และร่วงออกมาทุกครั้งที่พิกุลพูด  หญิงหม้ายเห็นดอกพิกุลทองซึ่งเป็นทองจริง ๆ มีสีเหลืองอร่ามร่วงออกมาจากปาก  ก็เกิดความโลภ  อยากได้ทองมาก ๆ จึงบังคับให้พิกุลพูดอยู่ตลอดเวลา  เมื่อพูดนานเข้าพิกุลก็เริ่มเจ็บคอ  เสียงแหบแห้ง  ดอกพิกุลก็ร่วงออกมาน้อยลง  หญิงหม้ายเห็นดอกพิกุลทองออกมาน้อยลง  จึงหันไปหามะลิลูกสาวคนโต  สั่งให้ไปตักน้ำที่ลำห้วยบ้าง  เหมือนกับที่พิกุลเคยทำแล้วได้พรจากหญิงชราแต่เมื่อมะลิไปที่ต้นไม้ใหญ่  มะลิกลับพบหญิงสาวสวยคนหนึ่งมาขอน้ำดื่ม  ฝ่ายมะลิเห็นว่าไม่ใช่หญิงชราอย่างที่พิกุลบอก  มะลิจึงไม่ให้น้ำดื่ม  และยังพูดจาหยาบคายต่อหญิงสาวผู้นั้นอีกด้วย  ดังนั้นแทนที่หญิงสาวสวยหรือนางไม้จะให้พรเหมือนที่นางให้แก่พิกุล  นางกลับสาปมะลิแทน  เมื่อมะลิกลับมาถึงบ้าน  หญิงหม้ายผู้เป็นแม่ก็บังคับให้มะลิพูดมาก ๆ เพื่อจะได้ทองเยอะ ๆ  แต่แทนที่จะมีทองร่วงออกมาจากปากมะลิ  กลับกลายเป็นกิ้งกือไส้เดือนร่วงออกมาแทน  เมื่อหญิงหม้ายเห็นมะลิเป็นอย่างนั้นก็โกรธมาก  หันไปหาว่าพิกุลพูดหลอกลวงในเรื่องที่เล่าว่าไปได้พรจากหญิงชรา  เป็นเหตุให้มะลิโดนสาป  แล้วนางก็ตรงเข้าทำร้ายพิกุล  พิกุลทนไม่ได้จึงหนีออกจากบ้านเข้าไปในป่า  ระหว่างทางนางพิกุลโชคดีได้พบกับพระพิชัยมงกุฎขี่ม้าผ่านมาพอดี  พระพิชัยมงกุฎเห็นพิกุลมีรูปโฉมสวยงามและลักษณะกิริยาเรียบร้อยก็นึกรัก  จึงพาพิกุลเข้าไปอยู่ด้วยกันในพระราชวังครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนมีพระโอรสสองพระองค์  

               วันหนึ่งพระพิชัยมงกุฎ  นางพิกุลและพระโอรสทั้งสองได้เสด็จออกประพาสลำน้ำ  ในระหว่างทางนั้นได้มีนางยักษ์ตนหนึ่งแอบซุ่มดูขบวนเรือของเจ้าเมืองอยู่  เกิดมีความเสน่หาในตัวพระพิชัยมงกุฎ  อยากจะได้มาเป็นคู่ครองของตน  จึงวางแผนการร้ายด้วยการแปลงกายเป็นดอกบัวขึ้นกลางน้ำ  ทำให้นางพิกุลเกิดความหลงใหลใคร่อยากได้ไว้เชยชม  จึงสั่งให้ทหารไปเด็ดมาให้  แต่ก็ไม่สำเร็จ  ไม่มีใครสามารถเด็ดได้แม้แต่คนเดียว  จนในที่สุดนางพิกุลทนไม่ไหวจึงต้องไปเด็ดดอกบัวด้วยพระองค์เอง  แต่ในขณะที่นางพิกุลกำลังเอื้อมมือไปเด็ดดอกบัวนั้น  นางยักษ์ในคราบของดอกบัวก็ดึงแขนนางพิกุลจมดิ่งลงไปในน้ำทันที  นางยักษ์ได้ถอดเอาเครื่องทรงของนางพิกุลมาสวมใส่แทน  และสาปนางพิกุลให้กลายเป็นชะนี  พอพระพิชัยมงกุฎเห็นนางพิกุลตัวปลอมโผล่ขึ้นมาจากน้ำก็รีบรับขึ้นเรือทันที  แต่ลูกทั้งสองของนางพิกุลคือพระยมยศ  และพระลักษณวงศ์ซึ่งยังเล็กอยู่  จำได้ว่าไม่ใช่แม่ของตน  เพราะแม่ของตนนั้นเวลาพูดจะต้องมีดอกพิกุลทองร่วงลงมาจากปาก  เด็กน้อยทั้งสองคนจึงไม่ยอมเข้าใกล้นางพิกุลตัวปลอม  แต่กลับชี้ไปที่ชะนีตัวที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้แล้วบอกว่านั่นคือแม่ของตน  ทำให้พระพิชัยมงกุฎโกรธมาก  พอพ้นสายตาพระพิชัยมงกุฎ  นางยักษ์ในคราบนางพิกุลทั้งหยิกทั้งตีเด็กทั้งสองคนจนเขียวช้ำระบมไปทั้งตัว  ส่วนชะนีตัวนั้นยังคงติดตามเรือไปตลอดเพื่อหาทางแก้คำสาป  เพราะนางยักษ์ได้สาปไว้ว่านางพิกุลในร่างชะนีจะพ้นคำสาปได้ก็ต่อเมื่อต้องเอาเลือดของนางยักษ์มารดหัวจึงจะกลับร่างเดิมได้ 

               นางยักษ์ได้ร่ายมนต์เสน่ห์ให้พระพิชัยมงกุฎหลงใหล  ยุยงให้โกรธเกลียดลูกทั้งสองคน  ถึงกับมีรับสั่งว่า  ถ้าหากเห็นว่าชะนีนั้นเป็นแม่  ก็จงอยู่กับชะนีตัวนั้นก็แล้วกัน  แล้วทิ้งลูกทั้งสองคนไว้กับนางชะนีที่ใต้ต้นไม้  แล้วพระพิชัยมงกุฎก็เสด็จกลับเมืองไปพร้อมด้วยนางยักษ์ที่แปลงเป็นนางพิกุล  ต่อมาอีกหลายปีลูกของนางพิกุลคือพระยมยศ  และพระลักษณวงศ์ได้เจริญเติบโตเป็นหนุ่มโดยการเลี้ยงดูของนางพิกุลในร่างชะนี  เด็กหนุ่มทั้งสองได้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้จนเก่งกาจสามารถ  จึงคิดจะกลับไปฆ่านางยักษ์ทิ้งเสีย  ทั้งสองจึงเดินทางกลับเมืองพร้อมกับนางชะนี  เมื่อความจริงถูกเปิดเผย  นางยักษ์ในร่างแปลงจึงยอมปรากฏร่างที่แท้จริงออกมา  มนต์เสน่ห์ที่ครอบคลุมจิตใจของเจ้าเมืองอยู่ก็คลายออก  เมื่อเจ้าเมืองได้เห็นร่างนางยักษ์ถึงกับเป็นลมล้มพับไป  ลูกของนางพิกุลทั้งสองคนจึงเข้าต่อกรกับนางยักษ์เป็นสามารถ  จนนางยักษ์เพลี่ยงพล้ำถูกฟันจนบาดเจ็บและถูกจับได้  ลูกของนางพิกุลจึงนำเลือดของนางยักษ์ไปรดหัวของนางชะนี  นางชะนีจึงคืนร่างกลับเป็นนางพิกุลดังเดิม  แล้วสั่งให้พระยมยศและพระลักษณวงศ์ปล่อยตัวนางยักษ์ไป  เจ้าเมืองจึงได้ครอบครัวคืนมาอีกครั้งหนึ่งและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

 

ขอขอบคุณที่มาแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

เสริมสกุล   โทณะวณิก.  (2544).  รวมนิทานพื้นบ้านไทย.  กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

อนุสร   รอดสุข.  (2550).  20 นิทานพื้นบ้านแสนสนุก.  กรุงเทพมหานคร :  สิปประภา.

 

จัดทำโดยครูจันทนา  อินทร์จันทร์
โรงเรียนสตรีนนทบุรีบางใหญ่ (นนทกิจพิศาล) อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี
Copyright(c) 2009 Mrs.Chantana Inchan. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

thaigoodview.com ปีที่ 10
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com