ทฤษฎีและเอกสาร

 

ผู้จัดทำคำนำแนวคิดทฤษฎีและเอกสารแบบทดสอบแบบฝึก

 

ทฤษฎีและเอกสาร

 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวกับการคิดและแบบฝึก

งานวิจัยในต่างประเทศ

           อัลบาโน (Albono, 1987) ได้ทดลองความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยทักษะทางสมอง

4 ประเภทคือ ทักษะด้านจินตนาการ (Imagary) ทักษะด้านอุปมา (Analogy) ทักษะด้านการโยงความสัมพันธ์ (Association) และทักษะด้านการเปลี่ยนรูป (Tranformation) กลุ่มตัวอย่างเป็นทหารจำนวน  66 คนของหน่วยสื่อสาร ในรัฐนิวเจอร์ซี่ อเมริกา ฝึกระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 1985 ด้วยเวลา 20 ชั่วโมง หลังการฝึกพบว่าทหารมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น

           เทียเกิล (Teagle, 1986) ได้พัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ด้วยวิธีกสนสอบแบบ Soeratic Method เกี่ยวกับการตั้งคำถาม การแก้ปัญหา การทดลองสืบสวน สอบสวน โดยแยกกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม ผลการวิจัยพบว่าหลังการทดลองกลุ่มมีคะแนนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณสูงกว่ากลุ่มควบคุม

           แมคโด, พาร์เนสและรีส (Gilhooly, 1982 citing Meador, Parnes and Reese, 1959) ได้ทดลองวิธีการแก้ปัญหาโดยการระดมพลังสมองระหว่างกลุ่มทดลอง   และกลุ่มควบคุมเพื่อ

เปรียบเทียบการแก้ปัญหาเนื้อหาใกล้ตัว ผลปรากฏว่ากลุ่มทดลองใช้วิธีระดมพลังสมองสามารถหาคำตอบที่ต้องการได้ดีกว่า สูงหว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้วิธีระดมพลังสมอง

           เทเลอร์, เบอร์รี่ และบล็อก (Gilhooly, 1982 citing Taylor, Berry and Block, 1958 ) ได้ทำการทดลองเพื่อแก้ปัญหา 3 ข้อ คือ

           1.  ให้คิดหาวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวยุโรปให้เข้ามาเที่ยวในสหรัฐอเมริกา

           2.  จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างถ้าเด็กที่เกิดในวัยศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 เขาจัดการทดลองโดยแบ่งกลุ่มสมาชิกกลุ่มละ 4 คน รวม 24 กลุ่ม เพื่อหาวิธีแก้ปัญหา

           สมาชิก 12 กลุ่มแรกให้ใช้วิธีระดมพลังสมอง โดยสมาชิกแต่ละกลุ่มปรึกษา และเสนอความคิดร่วมกัน

           สมาชิก 12 กลุ่มหลังให้สมาชิกแต่ละคนเสนอความคิดของตนอย่างเป็นอิสระในการแก้ปัญหาแต่ละปัญหาข้างต้นได้ในปริมาณ และคุณภาพที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่มเลย  ผลจากการศึกษาพบว่าการระดมพลังสมอง แบบให้แต่ละคนแสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหามีปริมาณ และคุณภาพมากกว่าการระดมพลังสมองแบบมีปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในกลุ่ม

           ดันเน็ทท์, แคมเบล และจัสตาด (Gilhooly, 1982 citing Dunette, Campbel and Jasstad, 1963) ได้ทำการทดลองด้วยการศึกษาในแบบเดียวกันได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันจึงสรุปได้ว่าการใช้วิธีระดมพลังสมองแบบให้สมาชิกแต่ละคนคิดอย่างอิสระ โดยไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจะทำให้ได้ประสิทธิภาพการแก้ปัญหาที่ดีกว่า

งานวิจัยในประเทศ

           วีระ  เมืองช้าง (2525) งานศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการคิดอย่างมีวิจารณญาณกับการแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์จากนักเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 193 คน ผลการวิจัยพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีการคิดแบบมีวิจารณญาณอย่างมี ความสัมพันธ์กับการแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์ ด้านการสรุปความ การตระหนักข้อตกลงเบื้องต้น การตีความ และการประเมินข้อโต้แย้งมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

           สุกัญญา  ยุติธรรมนนท์ (2539) ได้ศึกษาการใช้กระบวนการคิดแก้ปัญหาในอนาคต ตามแนวคิดของทอแรนซ์ที่มีต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน กลุ่มควบคุม 30 คน ใช้กระบวนการสอนแบบการคิดแก้ปัญหาของทอแรนซ์จำนวน 18 แผน กลุ่มควบคุมสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 จำนวน 18 แผน ด้วยวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ผลการศึกษาพบว่า คะแนนกลุ่มทอลองความสามารถในการคิดแก้ปัญหา สูงกว่ากลุ่มควบคุม โดยคะแนนความสามารถในการคิดแก้ปัญหาหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

           มยุรี  หรุ่นขำ (2544) งานศึกษาผลการใช้รูปแบบพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณที่มีต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ในบริบทของชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 51 คนด้วยการให้กลุ่มตัวอย่างใช้รูปแบบพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 1 ภาคเรียน ผลการศึกษาพบว่าคะแนน กลุ่มตัวอย่างหลังการทดลอง ใช้รูปแบบพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณแล้วมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

           บุษกร  ดำคง (2542) ได้ศึกษาปัจจัยบางประการที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการคิดวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยศึกษาตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการคิดวิจารณญาณ โดยกลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบสุ่มสองขั้นตอน (Two-Stage Random Sampling) จำนวนระดับชั้นละ 126 คน รวมทั้งสิ้น 378 คน ผลการวิจัยพบว่าการทดสอบสมมุติฐานปัจจัยบางประการที่มีความเกี่ยวข้องกับความสามารถในการคิดวิจารณญาณทั้งในแต่ละระดับ ชั้นและรวมทุกชั้นปี มีความสัมพันธ์กับ ความสามารถในการคิดวิจารณญาณอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกระดับชั้นปี จนยากจะแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด พบว่ามีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกระดับชั้น

           กานดา  ทิววัฒน์ปกรณ์ (2543) ศึกษาผลการฝึกแบบการคิดที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 90 คน โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น

 (Stratified Random Sampling) ศึกษาโดยใช้แบบฝึกการคิดด้านอุปมาอุปไมยด้านการเปลี่ยนแปลงรูป ด้านโยงความสัมพันธ์ที่มรต่อความคิดสร้างสรรค์ มีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียน ที่มีผลระดับการเรียนแตกต่างกันอย่างไร ผลการวิจัยพบว่าการฝึกแต่ละวิธีเป็นอิสระไม่ขึ้นกับระดับผลการสัมฤทธิ์ทางการเรียน

           ยุติพงศ์  ศิรินันท์ (2539 : ทบคัดย่อ) http://are.skru,ac.th/ ทำวิจัยเรื่อง การใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยแผนกมัธยมจำนวน 45 คน ผลการวิจัยพบว่าหลังจากการใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์โดยเฉลี่ยสูงขึ้นทุกด้าน คือด้านความคิดคล่อง ด้านความคิดยืดหยุ่น ด้านความคิดริเริ่ม และด้านความคิดละเอียดลออโดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และคะแนนความคิดสร้างสรรค์ มีความสัมพันธ์กับคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบวัดความเข้าใจเกี่ยวกับชุดกิจกรรมอย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

           ดิลก  ดิลกานนท์ (2534 : บทคัดย่อ) อ้างอิงจาก กานดา  ทิววัฒน์ปกรณ์, 2543 ได้ศึกษาการฝึกทักษะการคิดเพื่อส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบฝึกทักษะการคิดทั้ง 4 ด้านคือ ก้านการรับรู้ การอุปมาอุปไมย การโยงความสัมพันธ์ และจินตนาการ ผลการทดลองใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการคิดพบว่า แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สูง กล่าวคือ นักเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะการคิดจะมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้ใช้แบบฝึกทักษะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่ากับกลุ่มนักเรียนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากบิดามารดาแบบประชาธิปไตย อัตตาธิปไตย หรือกลุ่มที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง ปานกลาง หรือต่ำ

           จากงานวิจัยในต่างประเทศ และในประเทศแสดงให้เห็นว่าการฝึกด้านความคิดประเภทต่างๆ สามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งผลของการวิจัยพบว่า การฝึกด้วยการใช้แบบฝึกทักษะในแต่ละรูปแบบส่งผลต่อการสร้างความคิดทุกรูปแบบ เช่น งานวิจัยของอัลบาโนที่ใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการคิดทั้ง 4 ด้าน เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ หรือของกานดา  ทิววัฒน์ปกรณ์ และยุติพงศ์  ศิรินันท์     ซึ่งใช้การฝึกแบบการคิด   และชุดกิจกรรมส่งเสริมความคิด ล้วนช่วยพัฒนาการคิดของเด็กให้เกิดขึ้นได้ชัดเจน ทำให้ผู้วิจัยสนใจศึกษาค้นคว้าว่า หากจะใช้ทักษะการคิดระดับสูงทั้งหมดมาเป็นแนวทางการทำแบบฝึกทักษะ กระบวนการคิด เนื่องจากในชีวิตจริงจะใช้วิธีคิดอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมไม่เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบันอย่างแท้จริง และการใช้แบบฝึกต้องให้ผลถึง ทักษะ และ ยั่งยืน จึงจะเกิดประโยชน์ต่อชีวิตในอนาคตของนักเรียน ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงเลือกศึกษา ค้นคว้า กระบวนการคิด โดยทักษะการคิดระดับสูง มาเป็นแบบฝึกสำหรับการวิจัยครั้งนี้ และเพื่อให้เกิดทักษะที่ยั่งยืนจึงต้องใช้กระบวนการฝึกตลอดหนึ่งปีการศึกษา

ย้อนกลับ       กลับหน้าหลัก

ผู้จัดทำคำนำแนวคิดทฤษฎีและเอกสารแบบทดสอบแบบฝึก

 

 

จัดทำโดย   ครูสุดารัตน์  ดวงสุดาวงศ์

โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170

Copyright (c)  2007  Miss.Sudarat.All rights.reserved

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2550

thaigoodview.com Version 12.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษา
e-mail:
webmaster@thaigoodview.com

Copyright(c) 2007 Mr.Poonsak Sakkatatiyakul. All rights reserved.