วงปี่พาทย์นางหงส์


Homeระนาดเอกผู้จัดทำ
วงปี่พาทย์เครื่องห้า 
วงปี่พาทย์นางหงส์ 
วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ 
ระนาดเอกในวงมโหรี 

วงปี่พาทย์นางหงส์
   
       
คือวงปี่พาทย์ธรรมดาที่นำมาใช้บรรเลงประโคมศพแตใช้ปี่ชวา1 เลา แทน ปี่นอก และ ปี่ใน และนำกลองมลายู 1 คู่ มาแทนกลอง
แขก
โดยตัด ตะโพน และ กลองทัด ออกแต่ยังคง โหม่ง ไว้
          
วงปี่พาทย์นางหงส์ใช้บรรเลงเฉพาะในงานศพมาแต่โบราณก่อนวงปี่พาทย์มอญ เหตุที่เรียกว่าปี่พาทย์นางหงส์ก็เพราะใช้เพลงเรื่องนางหงส์ 2 ชั้นเป็นหลักสำคัญในการบรรเลง

 ปี่ชวา

 

วงปี่พาทย์มอญ
          
วงปี่พาทย์มอญนั้นโดยแท้จริงแล้วใช้บรรเลงได้ในโอกาสต่างๆทั้งงานมงคล เช่นงานฉลองพระแก้วมรกตในสมัยธนบุรีและงานอวมงคล
เช่นงานศพ การที่วงปี่ พาทย์มอญเป็นที่นิยมบรรเลงเฉพาะในงานศพในปัจจุบันก็เพราะว่าท่วงทำนองเพลง และการบรรเลงมีสำเนียงและลีลาที่
โศกเศร้าเข้ากับบรรยากาศของงานศพดังลายพระ หัตถ์ที่สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงมีถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ ในหนังสือ
สาส์นสมเด็จที่กล่าวถึงที่มาของการใช้วงปี่พาทย์มอญประโคมในงานศพมี ความว่า

          "เรื่องที่ใช้ปี่พาทย์มอญในงานศพนั้นหม่อมฉันเคยได้ยินสมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงตรัสเล่าว่าปี่พาทย์มอญทำในงานหลวงครั้งแรกเมื่องาน
สมเด็จพระเทพสิรินทรา บรมราชินีด้วยทูลกระหม่อมทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระเทพสิรินทราฯทรงเป็นเชื้อ สายมอญแต่จะเป็นทางไหนหม่อม
ฉันไม่ทราบเคยได้ยินแต่ชื่อพระญาติคนหนึ่งเรียกว่า
"ท้าวทรงกันดาล ทรงมอญ"ว่าเพราะเป็นมอญพระองค์คงจะทราบดีว่าคงเป็นเพราะเหตุ นั้น
งานพระศพพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่
5 จึงโปรดให้มีปี่พาทย์มอญเพิ่มขึ้นโดยเป็น เชื้อสายของสมเด็จพระเทพสิรินทราฯ คนภายนอกอาจจะเอา
อย่างงานพระศพหลวงไป เพิ่มหรือไปหาเฉพาะปี่พาทย์มอญมาทำในงานศพโดยไม่รู้เหตุเดิมแล้วจึงทำตามกันต่อ มาจนพากันเข้าใจว่างานศพต้องมีปี่พาทย์มอญจึงจะเป็น "ศพผู้ดี"เหมือนกับเผาศพต้อง จุดพลุญี่ปุ่นกันแพร่หลายอยู่คราวหนึ่ง อันที่จริงปี่พาทย์มอญนั้นชาวมอญเขาก็ใช้ทั้งใน
งานมงคลและงานศพเหมือนกับปี่พาทย์ไทย กลองคู่กับปี่ชวา และ ฆ้อง ประสมกันซึ่ง เรียกว่า "บัวลอย" ก็ใช้ทั้งงานศพและงานมงคล"

          หนังสือเพลงดนตรี ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2538 เรื่อง "ปี่พาทย์มอญและ เพลงมอญ" หน้า 55 - 65 เขียนโดย อาจารย์อานันท์
นาคคง
ได้กล่าวถึงการแพร่ขยาย และความนิยมในการบรรเลงปี่พาทย์มอญตามวัดต่างๆไว้ดังนี้

          "บุคคลสำคัญซึ่งเป็นตำนานของปี่พาทย์มอญที่สมควรกล่าวถึงมีอยู่ 2 คน คือ ครูสุ่ม เจริญดนตรี และ ครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร
ศิลปบรรเลง)
ประวัติของครูสุ่ม นั้นค่อนข้างสับสน กล่าวกันว่าท่านเป็นคนมอญที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในราว รัชกาลที่
5 - 6 ท่านเป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญเพลงมอญและได้นำฆ้องวงของมอญเข้ามาด้วย ครูสุ่มได้ตั้งบ้านเรือนและสำนักดนตรีอยู่ที่ถนนหลานหลวงตรงกับบริเวณ
หัวมุมสะพานนางร้องไห้ หรือที่ตั้งของกรมโยธาธิการในปัจจุบัน และได้ถ่ายทอดวิชาการบรรเลง เพลงมอญให้กับนักดนตรีไทยเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะ ครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งเป็นครูดนตรีไทยคนสำคัญคนหนึ่งของแผ่นดินรัตนโกสินทร์ ตั้งบ้านดนตรีไทยอย
ู่ละแวกไม่ไกลนักคือตรง
"บ้านบาตร" อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย ย่านวังบูรพาฯ ครูหลวงประดิษฐไพเราะฯนั้นนับ ถือครูสุ่มว่าเป็นครูใหญ่ในเชิงปี่พาทย์มอญจึงหมั่นแวะไปมาหาสู่เรียนรู้เพลงกันอย่างสม่ำ เสมอจนต่อมาได้นำเอาความรู้เรื่องเพลงมอญไปขยายความต่ออย่างกว้างขวางโดยได้คิด ประดิษฐ์เพลงและเรียบเรียงเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นใหม่จนเป็นที่นิยมบรรเลงและขับ ร้องในหมู่นักดนตรีไทยรุ่นหลังๆกันสืบต่อมาเช่นเพลงชุดย่ำค่ำมอญที่ท่านเรียบเรียงขึ้น เป็นทางพิเศษมีการขยายเพลงเร็วหน้าเพลงย่ำค่ำขึ้นอีกและทำ "ทางเดี่ยว" สำหรับเครื่อง ดนตรีต่างๆในวงให้
แสดงฝีมือกันอย่างถึงอกถึงใจ รวมทั้งการทำ
"ทางเปลี่ยน" สำหรับ เพลงสำเนียงมอญอื่นๆอีกจำนวนมากให้มีรสชาติลีลาที่ลึกซึ้งเป็นที่ติดอกติด
ใจแก่ผู้ฟัง นอกจากนี้ยังมีผู้กล่าวกันอีกว่า ครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ นั้น เป็นผู้ริเริ่มการประโคม ปี่พาทย์มอญตามวัดสำคัญๆในกรุงเทพฯ เช่น
วัดเทพศิรินทร์และวัดไตรมิตร เป็นต้นโดย การนำเอาเครื่องปี่พาทย์ไทยชนิด ลงรักปิดทองสวยงาม เข้าไปผสมกับเครื่องมอญทำให้ เกิดความ
นิยมในการเอาปี่พาทย์มอญไปบรรเลงตามวัดต่างๆ อย่างแพร่หลายในยุคต่อมา"
 

วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า
          
ประกอบด้วย ระนาดเอก ฆ้องมอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และ เครื่องกำกับจังหวะ ได้แก่ ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง

วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่
          
มีลักษณะเดียวกับวงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า แต่เพิ่ม ระนาดทุ้ม และ ฆ้องมอญวงเล็ก

วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่
          
มีลักษณะเดียวกับวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ แต่เพิ่ม ระนาดเอกเหล็ก และ ระนาดทุ้มเหล็ก

วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่

          รูปแบบการจัดวางเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์มอญมีความแตกต่างจากวงปี่พาทย์ ไทยบางประการกล่าวคือมีการสลับนำฆ้องมอญมาตั้งไว้
หน้าระนาดทั้งนี้ อาจารย์อานันท์ นาคคง ได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า
"เหตุผลของการกำหนดแบบแผนให้ฆ้องวงของมอญตั้งอยู่ด้านหน้าวงปี่พาทย์
มอญ ในขณะที่วงปี่พาทย์ไทยชนิดอื่นๆจะตั้งฆ้องวงใหญ่และฆ้องวงเล็กอยู่หลังวงปี่พาทย์นั้นยัง ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้กำหนดและการตั้งวงปี่พาทย์มอญจริงๆจะเป็นเช่นนี้หรือไม่ อาจ จะเป็นเหตุผลเพื่อความสวยงามเมื่อมองจากด้านหน้าของวงเข้าไปคือ สวยทั้งร้านฆ้อง และ การดำเนิน
มือฆ้องในขณะที่บรรเลง หรือจะเป็นการให้เกียรติว่า
ฆ้องมอญ คือตัวแทนของ วัฒนธรรมมอญที่เด่นชัดที่สุดในวงหรืออาจเป็นด้วยเสียงฆ้อง
มอญเบากว่าระนาดซึ่งตีด้วย ไม้แข็ง หรือฆ้องมอญมีบทบาทหน้าที่ในการขึ้นวรรคนำของเพลงประโคมก็ยังไม่มีการยืน ยันที่แน่นอน"

เครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์มอญประกอบด้วย
               -
ปี่มอญ 1 เลา
               -
ระนาดเอก 1 ราง
               -
ระนาดทุ้ม 1 - 2 ราง
               -
ฆ้องมอญวงใหญ่, กลาง, เล็ก จำนวนตามความเหมาะสม
               -
ตะโพนมอญ 1 ใบ
               -
เปิงมางคอก 1 ชุด
               -
โหม่ง 3 ใบ
               -
เครื่องกำกับจังหวะอื่นๆ
ทั้งนี้อาจเพิ่มเติม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก เข้าไปเพื่อให้ครบตามรูปแบบของ วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ด้วยก็ได้

 

จัดทำโดยครูอาร์ค โรงเรียนพวงคราม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
Copyright (c) 2007 Mr.Poonsak Sakkatatiyakul. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550

thaigoodview.com Version 17.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com