พระราชกรณียกิจ

Homeสุขสันต์เรื่องเฉพาะไพเราะเสนาะฉันท์เกี่ยวพันผู้แต่งมิติการเรียนรู้เจาะดูแนวคิด

 

พระราชกรณียกิจ 
พระราชอัจฉริยะ 
พระราชประวัติ 

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ

    ด้านการปกครอง
    ทรงปลูกฝังประชาธิปไตยให้กับประชาชน  โดยได้ทรงสร้ง ดุสิตธานี  เป็นที่ทดลองการปกครองแบบประชาธิปไตย
    ๏ ทรงตราพระราชบัญญัติขนานนามสนุล  เมื่อวันที่  1  กรกฎาคม พ.ศ. 2456  ประกาศให้มีการใช้คำนำหน้าชื่อว่า  ด.ญ.   ด.ช.   นาย   นาง  นางสาว
    ๏ พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหารเข้าประจำการ
    ๏ ใช้เปลี่ยนธงชาติ จากธงช้างเผือก เป็น ธงไตรรงค์
    ๏ ได้เปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ จาก สยาม เป็น  ประเทศไทย (Thailand)
    ๏ ทรงเริ่มใช้ เพลงชาติ เป็นครั้งแรก โดย หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร  ศิลปบรรเลง)  เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง  และ  พระเจนดุริยางค์ (ปิติ  วาทยะกร)  เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง
    ๏ ให้เปลี่ยนการเรียกขานเวลาใหม่  จากเดิม “โมง”  “ทุ่ม”   เป็น   นาฬิกา
    ๏ ได้กำหนดให้วันที่  1  เมษายน  ของทุกปีเป็น วันขึ้นปีใหม่
    ๏ ให้เปลียนการใช้  จุลศักราช  และ  รัตนโกสินทร์ศก  เป็น พุทธศักราช (พ.ศ.)
    ๏ ทรงจัดตั้ง  กองเสือป่า  ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2453  โดยจัดให้มีการฝึกหัดแบบทหาร
    ๏ ทรงจัดตั้ง กองอนุกาชาด  (ยุวกาชาด)  และ เนตรนารี ขึ้น
    ๏ ทรงตั้ง หอสมุดแห่งชาติ  ขึ้นเป็นครั้งแรก
    ๏ ได้จัดตั้ง สถานเสาวภา  ขึ้น ในตอนแรกใช้ชื่อว่า  สถานปาสเตอร์  เป็นที่สำหรับผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  การรักษาพิษงู  และการป้องกันไข้ทรพิษ
    ๏ ทรงตั้ง ธนาคารออมสิน  ขึ้น เป็นธนาคารที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
    ๏ เริ่มมี การบิน เป็นครั้งแรก  และได้สร้างสนามบินดอนเมืองขึ้น  เมื่อ พ.ศ. 2457
    ๏ ทรงสร้าง เรือรบ ลำแรกของไทย ชื่อว่า  เรือรบหลวงพระร่วง
    ๏ ทรงตั้ง มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ขึ้น คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    ๏ ตั้ง ธนาคารออมสิน ขึ้น โดยรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ถือเป็นธนาคารของรัฐแห่งแรก
    ๏ ตั้ง สหกรณ์ ขึ้นเป็นครั้งแรก คือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้  โดยมี  กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้ง
    ๏ ทรงเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1  โดยเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร  คือ อังกฤษ  ฝรั่งเศส  รุสเซีย  และอเมริกา  ต่อสู้กับฝ่ายอักษะ คือ เยอรมัน  ออสเตรีย บัลแกเรีย  และตุรกี  โดยไทยส่งกองกำลังทหารเข้าร่วมรบในสมรภูมิทวีปยุโรป
    ๏ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ประเทศชนะสงครามคือฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ และได้จัดตั้ง สันนิบาตชาติ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2462 ไทยจึงได้ขอแก้ไขสนธิสัญญาที่ทำไว้ในรัชกาลที่ 3 คือ สนธิสัญญาเบอร์นี่ และในรัชกาลที่ 4 คือ สนธิสัญญาเบาร์ริง โดยมี ดร.ฟรานซิส บี แซยร์ เป็นผู้ทำหน้าที่เจรจาดำเนินการแก้ไขจนเป็นผลสำเร็จ ทำให้ไทยไม่ต้องเสียเปรียบฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าจึงได้โปรดพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ ดร.ฟรานซิส  บี  แซยร์  เป็น พระยากัลยาณไมตรี
    ๏ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง สวนลุมพินีวัน เพื่อให้เป็นสวนสาธารณะ  สำหรับเป็นที่ผักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
    ๏ ทรงดำริสร้างโรงเรียนขึ้นแทนวัดประจำรัชกาล
    ๏ ทรงสร้างเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของไทย คือ เขื่อนพระราม 6
    ๏ พ.ศ. 2461  โปรดให้ออก พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464  กำหนดให้เด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ทุกคน  ต้องเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา จนกระทั้งอายุ 14 ปีบริบูรณ์ โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน ยกเว้นเด็ก พิการ มีภูมิลำเนาอยู่ไกลจากโรงเรียนเกินกว่า 3 กิโลเมตร  และชายไทยทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18 ปี ถึง 60 ปี ต้องเสีย เงินศึกาพลี เพื่ออุหนุนการศึกษาของชาติอย่างต่ำ 1 บาท  อย่างสูง 3 บาท

 

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com

จัดทำโดย  ครูวัชรี  วรินทรีย์
โรงเรียนพิชัย  อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์
Copyright(c)2009 Mrs.Watcharee Warinsee. All rights reserverd.