พระราชอัจฉริยะ

Homeสุขสันต์เรื่องเฉพาะไพเราะเสนาะฉันท์เกี่ยวพันผู้แต่งมิติการเรียนรู้เจาะดูแนวคิด

 

พระราชกรณียกิจ 
พระราชอัจฉริยะ 
พระราชประวัติ 

 พระราชอัจฉริยะด้านวรรณกรรม

      พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์อย่างยิ่ง พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้นับเป็นพันๆ เรื่อง ทรงเป็นกวี ที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมได้ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผลงานพระราชนิพนธ์ดังกล่าวมีหลายประเภท ได้แก่ ประเภทโขน ละคร พระราชดำรัส เทศนา นิทานและบทชวนหัว บทความ ร้อยกรอง สารคดี และอื่นๆ ทั้งนี้พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์จากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการของพระองค์เอง และทรงแปลวรรณกรรมเอกของนานาชาติเพื่อให้คนไทยได้รู้จักวรรณกรรมเอกและวรรณกรรมเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจของประเทศทั้งในซีกโลกตะวันออกและตะวันตก ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิงแก่ผู้อ่านผู้ฟังได้อย่างดียิ่งและมีคุณค่าสูงทางวรรณศิลป์ อันเป็นแบบอย่างของการประพันธ์มาตราบเท่าทุกวันนี้

      ผลงานวรรณกรรมของพระองค์ที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสร ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นในปีพ.ศ.๒๔๕๗ เพื่อพิจารณายกย่องหนังสือที่แต่งดีนั้น ได้แก่ เรื่อง มัทนะพาธา เป็นยอดแห่งบทละครพูดคำฉันท์ และเรื่อง หัวใจนักรบ เป็นยอดแห่งบทละครพูด

       นอกจากนี้ยังมีพระราชนิพนธ์อื่นๆ อีกหลายเรื่องที่น่าสนใจและควรแก่การศึกษาอย่างยิ่งเช่นเรื่อง สาวิตรี ศกุนตลา ปรียทรรศิกา พระนลคำหลวง ลิลิตนารายณ์สิบปาง วิวาหพระสมุท พญาราชวังสัน ท้าวแสนปม ลิลิตพายัพ เวนิสวาณิช ชิงนาง พระเกียรติรถ พระร่วง โพงพาง เป็นต้น รวมไปถึงเรื่อง โรเมโอและจูเลียต อันเป็นวรรกรรมแปลจากบทละครของเชกเสปียร์เรื่องที่ ๓ ของพระองค์ ทรงใช้นามปากกาว่า ราม วชิราวุธ ในบทพระราชนิพนธ์ที่ทรงแปลและดัดแปลงบทละครของเชกเสปียร์

       ผลงานพระราชนิพนธ์ต่างๆ ของพระองค์ดังกล่าวข้างต้นนี้ทำให้ทรงได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นกวีหรือนักประพันธ์ที่ใช้วรรณกรรมเป็นสื่อในการอบรมสั่งสอนและปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกในเรื่องของความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนได้อย่างแน่นแฟ้น และสะท้อนให้เห็นความมีพระอัจฉริยภาพอย่างสูงยิ่ง พระราชกรณียกิจอันสำคัญดังกล่าวนี้ จึงทำให้ทรงได้รับพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า อันมีความหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงพระบุคลิกภาพและพระอัจริยภาพของพระองค์นั่นคือ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ พระนามแฝงที่ทรงใช้มีอยู่มากมายกว่า 100 นาม เป็นต้นว่า

    อัศวพาหุ สำหรับบทความที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง
    รามจิตต สำหรับงานพระราชนิพนธ์แปล
    พระขรรค์เพชร สำหรับงานพระราชนิพนธ์บทละคร (ก่อนเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ)
    ศรีอยุธยา สำหรับงานพระราชนิพนธ์ประเภทบทละคร (หลังเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ)
    พันแหลม สำหรับพระราชนิพนธ์ เรื่องที่เกี่ยวกับทหารเรือ
    นายแก้วนายขวัญ สำหรับพระราชนิพนธ์ ชุด นิทานนายทองอิน
    นายราม ณ กรุงเทพฯ สำหรับทรงใช้ในฐานะทวยนาครแห่งดุสิตธานี
    พระรามราชมุนี สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดธรรมาธิปไตย ในดุสิตธานี
    GENERAL MICHAEL D’ AYUTHYA สำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐใหม่ ที่ทรงทดลองอยู่
    BROTHER CARLTON สำหรับลายพระราชหัตถเลขาถึงพระสหายในสหรัฐอเมริกา

       นอกจากนามแฝงสำหรับพระองค์เอง พระองค์ยังพระราชทานนามแฝงให้กับบุคคลอื่นอีก เช่นนามเข็ม หมกเจ้า ประติสมิต ประเสริฐ ชาญคำนวณ หูผึ่งและโปรเฟซเซอร์ เป็นต้น พระราชนิพนธ์แต่ละเล่มของพระองค์ท่านนอกจากจะให้สาระและความเพลิดเพลินแล้วยังเต็มไปด้วยสุภาษิต ข้อคิดและคำคม เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน รัชสมัยของพระองค์นับเป็นการฟื้นฟูวรรณกรรมทุกประเภทของไทย

       งานทางด้านหนังสือพิมพ์ ทรงพระราชนิพนธ์บทความสำคัญ ๆ ลงในหนังสือพิมพ์เช่น “ยิวแห่งบูรพทิศ” ในหนังสือพิมพ์สยามออบเซอร์เวอร์ และ “โคลนติดล้อ” ในหนังสือพิมพ์ไทย จนถึงมีผู้เขียนโต้ตอบให้ชื่อว่า “ล้อติดโคลน” ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯเดลิเมล์ ก็มิได้ทรงพระพิโรธแต่ประการใด แต่นายทหารผู้บังคับบัญชาเกรงว่า การที่นายทหารเรือผู้หนึ่งเขียนโต้แย้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเสนอขอย้ายนายทหารเรือท่านนั้นเสีย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมิได้ขัดข้องที่จะให้ย้ายตามที่เสนอไป และยังทรงพระราชทานสายสะพายปฐมาภรณ์มงกุฎสยาม เป็นของขวัญที่นายทหารเรือท่านนั้นกล้าโต้แย้งพระองค์ นับว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อทั้งในด้านข่าวาร แสดงความคิดเห็นและปลุกใจให้รักชาติ

 

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com

จัดทำโดย  ครูวัชรี  วรินทรีย์
โรงเรียนพิชัย  อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์
Copyright(c)2009 Mrs.Watcharee Warinsee. All rights reserverd.