BAKERY

รูปภาพของ sss29435

BAKERY

 

แหล่งที่มาของภาพ : http://www.aroi.ob.tc/jpg_Image/4kuq3id[1].jpg

ประวัติของเบเกอรี่ : วัฒนธรรมเบเกอรี่เป็นวัฒนธรรมของชาวตะวันตกที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว โดยเชื่อกันว่าชาวสวิสซึ่งอาศัยอยู่ตามทะเลสาบคือผู้ริเริ่มเป็นชาติแรก โดยนำเมล็ดธัญพืชชนิดต่างๆมาคั่วก่อน แล้วพัฒนามาเป็นการตำกับครกพอหยาบ ผสมน้ำ นวดเป็นแป้ง จากนั้นจึงวางบนหินร้อนใกล้เตาจนแป้งสุก ก็ได้แผ่นแป้งที่มีความกรอบ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นขนมปัง ต่อมาได้ค้นพบยีสต์โดยบังเอิญจากการลืมแป้งสดไว้นานหลายชั่วโมง เมือนำมาวางกับหินร้อน แผ่นแป้งนั้นกลับมีเนื้อฟูนุ่มและหอมอย่างไม่น่าเชื่อ สันนิษฐานว่านี่คือขนมปังฟูนุ่มชิ้นแรกของโลกสอดคล้องกับความเห็นของนักประวัติศาสตร์ที่เชื่อกันว่า การทำขนมปังคงมีมาไม่ต่ำกว่า 3000 ปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากพบหลักฐานว่าพวกทาสสมัยราชวงศ์อียิปต์โบราณได้ลืมก้อนขนมปังไว้ขณะที่กำลังนวดแป้ง การทำขนมปังเริ่มมีแพร่หลายเป็นลำดับ โดยชาวกรีกโบราณริเริ่มคิดค้นทำเตาอบแบบปิดขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเอาขนมปังมาอบ การทำขนมปังรุดหน้ามากยิ่งขึ้นเมื่อชาวโรมได้เพิ่มส่วนผสมหลากชนิดลงไปในแป้งด้วย เช่น น้ำมัน น้ำผึ้ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า PASTRY นั่นเอง ในปี ค.ศ. 1492วงการเบเกอรี่ก็ถูกปฏิวัติโดยชาวอเมริกัน มีการนำน้ำตาบและโกโก้ใส่ลงไปในพาสทรี สร้างความฮือฮาแก่ผู้คนอย่างมากในศตวรรษที่17 และ18มีการแบ่งแยกระหว่างคำว่าพาสทรีกับเบเกอรี่อย่างชัดเจน โดยมียีสต์กับอุณหภูมิที่ใช้ในการอบเป็นตัวกำหนด สำหรับประเทศไทย เบเกอรี่เริ่มเป็นที่รู้จักจากการแนะนำของ ท้าวทองกีบม้า หรือ ดอนญ่า ทอร์ เดอ กีมาร์ ภริยาเจ้าพระวิชาเยนทร์หัวหน้าห้องเครื่องในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ (พ.ศ.2271-2275 ) และเรียกขนมเหล่านั้นตามกรรมวิธีทำว่า ขนมผิง ซึ่งประกอบไปด้วยขนมหม้อแกง ขนมฝรั่ง และขนมฝรั่งจวบจนปัจจุบัน

 

วิธีการทำเบเกอรี่ : สตรอเบอรี่ชีสพาย

แหล่งที่มาของภาพ : http://www.aroi.ob.tc/jpg_Image/f0470.jpg

สิ่งที่ต้องเตรียม
บิสกิตบดละเอียด 1 ถ้วยตวง
เนยสดชนิดเค็มละลาย 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
ครีมข้น 1 กระป๋อง
นมข้นจืด 3/4 ถ้วยตวง
เจลาตินผง 1 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ครีมชีส 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง
สตอเบอร์รี่สำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
- เคล้าบิสกิตบดละเอียด เนยสดชนิดเค็มละลายและน้ำเข้าด้วยกัน กรุลงพิมพ์พายที่ต้องการ นำไปแช่ตู้เย็น
- ละลายเจลาติน น้ำตาลทราย นมข้นจืด ตั้งไฟจนเดือด พักไว้
- ตีครีมชีส ไข่ไก่ ครีมข้น จนส่วนผสมเข้ากันและเริ่มฟูตัว ค่อย ๆ เทส่วนผสมเจลาตินที่ละลาย เตรียมไว้ ลงตีผสมให้เข้ากัน เทลงพิมพ์ที่กรุบิสกิตไว้ นำกลับไปแช่ตู้เย็นจนแข็งตัว
- แต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่แล้วนำไปแช่เย็นอีกครั้งก่อนเสิร์ฟ

วิธีการทำโดนัท1

แหล่งที่มาของลิงค์ : http://youtu.be/WcAFuZOW_pE

วิธีการทำโดนัท2

 แหล่งที่มาของลิ้งค์ : http://youtu.be/RIqbiPxiLik

รูปภาพของ ssspoonsak

ดีจ้า

ขอมอบปลาให้ไปเลี้ยงนะจ้ะ

 ที่มาของภาพ http://2.bp.blogspot.com/_7rUu3IhNi9I/TLR00C2uJRI/AAAAAAAABfY/P6v3yNeL54g/s1600/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A11.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ปรับข้อมูลให้ดูดี

อ้างอิงที่มาของรูปไว้ใต้ภาพด้วย

ขอมอบปลาให้ไปเลี้ยงนะจ้ะ


ที่มาของภาพ http://upload.tarad.com/images2/59/bd/59bdfb00cace09c128ce3131668942ae.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ให้อ้างอิงแหล่งที่มาของภาพไว้ที่ใต้ภาพด้วย

ขอมอบปลาให้ไปเลี้ยงนะจ้ะ


ที่มาของภาพ http://upload.tarad.com/images2/59/bd/59bdfb00cace09c128ce3131668942ae.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 9 คน กำลังออนไลน์