ประวัติและความสำคัญของพระพุทธศาสนา

รูปภาพของ Kls 23148

ประวัติและความสำคัญของพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีการที่เป็นสากลและข้อปฏิบัติที่ยึดถือทางสายกลางตามหลักพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีการที่เป็นสากล

 พระพุทธศาสนามีหลักการและทฤษฎีที่เป็นสากล คือ หลักอริยสัจ 4 หมายถึง หลักความจริงอันประเสริฐของชีวิตมี
4 ประการคือ

 1. ทุกข์ (ความไม่สบายกายและใจ) สอนว่า  “  ชีวิต และโลก นี้มีปัญหาอะไรบ้าง ”

 2. สมุทัย (สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์) สอนว่า  “ ปัญหาต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุ  มิได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ ”

 3. นิโรธ (วิธีการดับทุกข์) สอนว่า  “ มนุษย์มีศักยภาพในตัวเอง ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้เอง ”

 4. มรรค (แนวทางการปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์) สอนว่า “การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา” (ความรู้และความเพียรพยายาม)

อริยสัจ
4
เป็นหลักความจริงที่มีหลักการเป็นที่ยอมรับสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นหลักสากลยอมรับทั่วไป

ข้อปฏิบัติที่ยึดถือทางสายกลางตามหลักพระพุทธศาสนา

          พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนที่เป็นสภาวะกลาง คือ
การปฏิบัติที่ยึดทางสายกลางไม่ตึงหรือหย่อนต่อการปฏิบัติจนเกินไปเรียกว่า
 “ มัชฌิมาปฏิปทา ”  ซึ่งมีความหมายว่า
การปฏิบัติที่พอดีมีความสมเหตุสมผล ไม่ทำอะไรที่สุดโต่ง เช่น เคร่งครัดสุดโต่ง
หรือหย่อนสุดโต่ง การพิจารณาปฏิบัติให้พอดีจากเหตุผลในสภาวะต่าง ๆ
ให้ถูกต้องตามหลักศีลธรรม กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา
และการพัฒนาชีวิตที่ดีงาม หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบและกำหนดไว้เป็นสภาวะกลาง
ๆ เช่น มรรค 8 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

มรรค                                                    

1.
สัมมาทิฏฐิ
   แปลว่า ความเห็นชอบ   2. สัมมาสังกัปปะ        แปลว่า ความดำริชอบ  

3.
สัมมาวาจา
   แปลว่า การเจรจาชอบ   4. สัมมากัมมันตะ        แปลว่า การกระทำชอบ 

5.
สัมมาอาชีวะ
 แปลว่า การเลี้ยงชีพชอบ         6. สัมวายามะ   แปลว่า การเพียรชอบ  

7.
สัมมาสติ
     แปลว่า ความระลึกชอบ 8. สัมมาสมาธิ  แปลว่า การตั้งมั่นชอบ  

การปฏิบัติตามมรรค
8 ถือว่าได้ปฏิบัติตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา และสามารถจำแนกมรรค 8
ตามหลักไตรสิกขา ได้ดังนี้

ไตรสิกขา

1.
ศีล
 สัมมาวาจา       สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ  2. สมาธิ สัมมาวายามะ   สัมมาสติ         สัมมาสมาธิ

3.
ปัญญา
      สัมมาทิฏฐิ       สัมมาสังกัปปะ

ไตรสิกขา แปลว่า หลักการศึกษา 3 ประการ หรือข้อควรศึกษา
3 อย่าง เพื่อฝึกอบรมกาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย และเจริญปัญญาให้งดงาม
ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ นิพพาน ดังนี้

 1. สีลสิกขา หรือศีล คือ
การเรียนรู้เบื้องต้น การฝึกอบรมความประพฤติ ทางกาย วาจา ให้มีระเบียบและวินัย
กล่าวคือ เมื่อมีศีลจะทำให้การกระทำ การพูด
  และการประกอบอาชีพเป็นไปอย่างสุจริตและชอบธรรม

 2. จิตตสิกขา หรือสมาธิ คือ การฝึกอบรมจิตให้เกิดสมาธิ
มีความสงบ สุขุม หนักแน่น เมื่อจิตมีสมาธิจะทำให้มีสติ มีความสงบ
และจะก่อให้เกิดความเพียรพยายามที่ชอบธรรม

 3. ปัญญาสิกขา หรือปัญญา คือ การฝึกอบรมให้เกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาแล้ว
จะทำให้มีความเห็นชอบและดำริชอบ

          การปฏิบัติตนตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง
อันเป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบหลักธรรมนี้
เพื่อหาทางออกในการใช้ชีวิตให้สุขสงบ และพัฒนาชีวิตที่ดีงามแก่พุทธบริษัท
ซึ่งถือได้ว่าการปฏิบัติตนด้วยความพอดี บนหลักการของเหตุผล
จะช่วยให้การดำเนินชีวิตในสังคมเป็นไปด้วยความสงบสุข
ปราศจากปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติของตนเอง

 

 พระพุทธศาสนาเน้นการพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง

          พระพุทธศาสนาส่งเสริมทั้งปัญญาที่หมายถึง ความรู้ทั่ว รู้ชัด ได้แก่ ความเข้าใจ
ความหยั่งรู้ เหตุผล และศรัทธา คือ ความเชื่อ
แต่ศรัทธาในทางพระพุทธศาสนาเน้นให้เชื่ออย่างมีปัญญา คือ
เชื่อได้แต่ให้เชื่ออย่างมีเหตุมีผล และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงของชีวิต
ซึ่งอาจจำแนกได้คือ

          1. ศรัทธาเป็นเพียงขั้นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาปัญญา
และกล่าวไว้ว่าเป็นอันดับแรกเพราะปัญญาทำให้ศรัทธาเป็นศรัทธาที่ถูกต้องตามหลัก
ไม่ผิดพลาดกลายเป็นความงมงาย

          2. ศรัทธาตามหลักของพระพุทธศาสนา
ต้องเป็นความเชื่อที่ซาบซึ้งนับเนื่องด้วยเหตุ