สรุปบทที่๒ พุทธประวัติ พระสาวก ศาสนิกชนตัวอย่าง

หน่วยการเรียนรู้ที่๒พุทธประวัติ  พระสาวก ศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดก            คำสั่ง  ให้นักเรียนพิมพ์เนื้อเองย่อของหน่วยการเรียนรู้ที่๒มาอย่างน้อย 30 บรรทัด  พุทธประวัติ    ๑.๑ ผจญมาร  เมื่อพระมหาสัตว์ ทรงรับหญ้ากุสะ ๘ กำจากพารหมณ์ชื่อโสตถิยะแล้ว ทรงนำไปปูลาดเป็นอาสนะที่โคนต้น อัสสัตถะ (ต่อมาเรียกต้อนพระศรีมหาโพธิ์) ประทับนั่งผินพระพักตร์ไปทางแม่น้ำเนรัญชรา ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ตราบใดที่ยังไม่บรรลุสิ่งที่พึงบรรลุด้วยความพยายามของบุรุษ ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ แม้ว่าเลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนังและกระดูกก็ตามทีเราจะไม่ลุกขึ้นจากอาสะนี้ ทรงนั่งสมาธิ ได้ณาน ทรงณานเป็นฐาแห่งวิปัสสนาแนวดิ่งต่อไป ว่ากันว่า  พญามารนามวสวัตดี ผู้ตามผจญพระองค์มาตลอด ตั้งแต่วันเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (ออกผนวช)มาปรากฏตัวพร้อมเสนามาร มีอาวุธครบครันน่าสะพรึ่งกลัว พญามารร้องบอกให้พระองค์เสด็จลุกจากอาสนะว่าบัลลังก์นี้เป็นของข้า ท่านจงลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เมื่อพระองค์แย้งว่า  บัลลังก์เป็นของพระองค์ พญามารถามหาพยาน พระองค์ทรงเหยียดพระดรรชนี(นิ้วชี้)ลงยังพื้นดินและตรัสว่า ขอให้วสุนธา(พระแม่ธรณี)เป็นพยาน ทันใดนั้นพระแม่ธรณีก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ปรากฏตัวบีบมวยผม บันดาลให้มีกนะแสน้ำหลากมาท่วมทับพญามารพร้อมทั้งกองทัพพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอันว่าพญามารพร้อมทั้งกองทัพได้พ่ายแพ้แก่พระองค์โดยสิ้นเชิง เหตุการณ์ตอนนี้ ต่อได้ถูกจำลองเป็นพระพุธทรูปปางหนึ่ง เป็นปางนั่งสมาธิ พระหัตถ์วางบนพระเพลา ชี้พระดรรชนีลงพืนดิน เรียกว่า ปางมารวิชัย หรือ ปางผจญมาร ก็เรียก บางแห่งก็มีภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผมอยู่ใต้ฐานของพระพุธทรูปให้เห็นกันอยู่ทั่วไป๑.๒  การตรัสรู้เมื่อทรงผนวชแล้ว พระสิทธัตถโคตรมะ ได้ศึกษาค้นคว้าทางพ้นทุกข์อยู่เป็นเวลา ๖ ปี จึงได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุธทเจ้า ในช่วงเวลา๖ ปีนี้พระองค์ทรงทำอะไรบ้าง สรุปเป็นขั้นตอนตามลำดับดังต่อไปนี้ขั้นที่๑ ทรงฝึกปฏฺบัติโยคะ ในแคว้นมคธ สมัยนั้นมีอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงอยู่ ๒ ท่าน ที่สอนวิธีฝึกปฏิบัติโยคะ คือ อาฬารดาบส กาลามโคตร กับ อุททกดาบส  รามบุตร พระสิทธัตถโคตรมะ ทรงไปศึกษาและปฏฺบัติอยู่กับอาจารย์ทั้งสองจนจบความรู้ของท่านทั้งสอง โดยได้สำเร็จณานสมาบัติ ๗ ขั้นจากอาฬารดาบส และได้ณานสมาบัติขั้นที่๘ จากอุททกดาบส ก็ทรงทราบด้วยพระองค์ว่ายังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ที่แท้จริง จึงออกแสวงหาหนทางพ้นทุกข์โดยลำพังขั้นที่๒ ทรงบำเพ็ญตบะ บำเพ็ญตบะ คือ การทรมานตนเองให้ลำบาก ตามวิธีทรมานตนเองแบบต่างๆที่นักบวชชาวอินเดียนิยมทำกันเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าเป็นทางพ้นทุกข์ทางหนึ่ง ในคัมภีร์พระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่าพระพุทธเจ้าทรงเล่าให้สาวกทั้งหลายฟังว่า พระองค์ทรงทำตบะหรือทรมานตนหลายอย่าง เช่น เปลือยกายตากลมและฝน ไม่ฉันปลาหรือเนื้อกินโคมัย(มูลโค)ยืนเขย่งเท้า ไม่ยอมนั่งแต่นอนบนหนาวแหลมคม ลงไปแช่น้ำเย็นจัดวันละ ๓ เวลา เป็นต้น พระองค์ทรงทรมานอย่างอุกฤษฏ์ปานฉะนี้ก็ยังไม่พบหนทางพ้นทุกข์ ขั้นที่๓ ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา ทุกกรกิริยา แปลว่า การกระทำที่ทำได้ยากยิ่งด้วยวิธีทรมานตนต่างๆ พระองค์ทรงเล่าไว้ว่าทรงกระทำเป็นขั้นตอนที่๓ขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้ ขั้นตอนที่๑  กัดฟัน  ขั้นตอนที่๒  กลั้นลมหายใจ  ขั้นตอนที่๓ อดอาหาร   พระองค์ทรงกระทำถึงขั้นนี้ก็ยังไม่ตรัสรู้จึงทรงคิดว่ามิใช่ทางที่ถูกต้องจึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกกิริยา  แล้วหันมาเสวยพระกระยาหารดังเดิม พระองค์ทรงตระหนักว่าแนวทางที่ทรงนำมาเป็นเวลา ๖ ปีเต็ม เป็นแนวทางที่ผิดพลาดขณะเดียวกันก็ทรงค้นพบทางสายใหม่ซึ่งเรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลางจากนั้นพระองค์ทรงดำเนินทางสายกลางอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายขั้นตอนที่๔ทรงบำเพ็ญทางจิต พูง่ายๆ ก็คือ ทรงค้นหาเหตผลทางด้านจิตใจนั้นเอง๑.๓ การสั่งสอนหลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาสัตว์โลกที่พึงจะสั่งสอน เปรียบเทียบกับดอกบัว ๓ เหล่า (ดอกปทุม  ดอกอุบล  และดอกบุณฑริก) ที่เจริญในน้ำ ๓ ระดับ (ต่อมาพระอรรถถาจารย์ได้เพิ่มเป็น ๔ ระดับเรียกว่า ดอกบัว ๔ เหล่า) เสร็จแล้วตัดสินพระทัยไปสั่งสอน โดยมุ่งไปที่ปัญจวัคคีย์เป็นกลุ่มเป้าหมายแรก  หลังจากทรงทราบว่าพระอาจารย์ทั้งสองคือ อาใรดาบส กาลามโคตร  อุททกดาบส รามบุตร  ถึงแก่มณณภาพไปก่อนหน่านี้ ๗ วัน พระองค์เสด็จไปตัรสสอน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่าด้วยอริยสัจ ๔ ประการ แก่ปัญจวัคีย์โกณฑัญญะหัวหน้าปัญจวัคีย์ได้ ดวงตาเห็นธรรม ทันทีที่ฟังพระธรรมเทศนาจบ  ได้ทูลขอบวชพระองค์ประทานอุปสมบทใก้ดวยวิธีอุปสมบทที่เรียกว่า เอหิภิกขุ (แปลว่า  เธอจงเป็นภิษุเถด) นับเป็นพระสงฆ์สาวกรูปแรกของพระองค์จากนั้นก็ทรงแสดงธรรมให้อีก๔ท่าน จนได้ดวงตาเห็นธรรม และทูลขอบวชเป็นภิษุตามลำดับ แล้วทรงแสดง อัตนัตตลักณสูตร (ว่าด้วยไตรลักษณ์ คือ อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา) ปัญจวัคีย์ได้บรรลุอรหัตตผลหลังจากนั้นก็ประทานอุปสมบทให้ยสกุมารและสหายของยสะอีก ๕๔ คน จนมีพระอรหันตสาวกครบ ๖๐ รูปพระองค์ก็ทรงส่งให้แยกย้ายกันไปประกาศพระพุธทศาสนายังทิศต่างๆส่วนพระองค์เองก็เสด็จไปโปรดชฎิลสามพี่น้องพร้อมบริวารจำนวนหนึ่งพันคน โดยทรงแสดง อาทิตตปริยายสูตร (พระสูตรว่าด้วยไฟ) จนชฎิลสามพี่น้องพร้อมบริวารได้บวชเป็นพระสาวกของพระองค์            ๒. ประวัติพุทธสาวก  พุทธสาวิกาในสมัยพระพุทธองค์มีพุทธสาวก  พุทธวิกาหลายท่าน  ที่มีจริยาวัตงดงาม  เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชน  ๒.๑ พระสารีบุตร  คุณธรรมที่ควรถือเอาเป็นแบบอย่าง ๑.เป็นผู้มีปัญญษหลักแหลม   ๒.มีความกตัญญูกตเวทิตาธรรมเป็นเลิศ  ๓.เป็นผู้มั่นคงและปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนา๒.๒ พระโมคคัลลานะ  คุณธรรมที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง ๑.เป็นผู้ที่มีความอดทนยิ่ง  ๒.เป็นผู้ถ่อมตนยิ่ง  ๓.มีความใฝ่รู้อย่างยิ่ง๒.๓ นางขุชชุตตรา  คุณธรรมที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง ๑. เป็นผู้ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ  ๒. เอาใจใส่ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย๒.๔ พระเจ้าพิมพิสาร  คุณธรรมที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง  ๑.เป็นพ่อที่ดี  ๒.ทรงมั่นคงในพระรัตนตรัย  ๓.ทรงเป็นผู้นำที่ดี            ๓. ศาสนิกชนตัวอย่าง  ๓.๑พระมหาธรรมราชาลิไทย  พระมหาธรรมราชาที่๑ (พระยาลิไท) ทรงเป็นแบบอย่างพระมหากษัตริย์ผู้ประพฤติธรรมพระองค์แรกของกรุงสุโขทัยและทรงเป็นนักปราชญ์ที่รอบรู้ทั้งทางสาสนา  การปกครอง  และอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง  โดยประมวลได้ในด้านต่างๆ ดังนี้             ๑.๑  ด้านศาสนา  ๑.๒ ด้านการปกครอง  ๑.๓  ด้านอักษรศาสตร์ คุณธรรมที่ควรถือเอาเป็นแบบอย่าง  ๑. ทรงมีความกตัญญูอย่างยิ่ง  ๒. ทรงมีความสามารถในการถ่ายทอดนามธรรมให้เป็นรูปธรรม  ๓. ทรงมีความคิดริเริ่มเป็นยอด๓.๒ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  คุณธรรมที่ควรถือเอาเป็นแบบอย่าง ๑.ทรงมีความใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา  ๒. ทรงมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเลิศ  ๓. ทรงมีหิริโอตัปปะเป็นเลิศ  ๔. ทรงมีความคิดริเริ่ม  ๕. ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 68 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • michalwestfalld
  • darlenelevijgjs