ประเทศต่าง ๆในโลก

รูปภาพของ klsnitiya


 

                                                                                    ใบความรู้ที่ 4
เรื่อง  ประเทศและประชากร       รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน           ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5
**********************************************************************************
           1. โลก ใบนี้มีทั้งหมด 193 ประเทศที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากนานาชาติแล้ว ในจำนวนนี้มี 192 ประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ที่เหลืออีกหนึ่งประเทศที่ไม่ได้รับการรับรองก็คือ "นครรัฐวาติกัน" นอกจากนั้นยังมีดินแดนอีก 10 แห่งที่ถูกคัดค้านหรือขาดเสียงสนับสนุนอย่างเพียงพอจากนานาชาติในการประกาศให้เป็นประเทศ หนึ่งในนั้นก็คือ "ไต้หวัน" (Taiwan) ซึ่งหลายๆ คนเข้าใจผิดว่าเป็นประเทศไปแล้ว
          2. แต่โลกยังมีประเทศอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ประเทศจำลอง" (Micronations) เป็นพื้นที่เล็กๆ ซึ่งเจ้าของพื้นที่ทึกทักเอาเองว่าเป็นประเทศ โดยที่ไม่ได้รับการรับรองจากประเทศใดๆ ทั้งสิ้น บางครั้งก็ประกาศเป็นประเทศผ่านทางหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต ประเทศเหล่านี้มีอยู่ถึง 53 ประเทศ บางประเทศเป็นเพียงหอคอยหรือป้อมเล็กๆ อยู่กลางทะเล เช่น "Sealand" ซึ่งมีขนาดเล็กเพียงครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอล หรือบางประเทศก็เกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนเพศที่สาม เช่น "Gay and Lesbian Kingdom of the Coral Sea Islands" ประเทศเหล่านี้หลายประเทศตั้งราชวงศ์หรือรัฐบาล ทำธงชาติ กำหนดค่าเงิน ทำเหรียญกษาปณ์ หรือแม้กระทั่งหนังสือเดินทางเป็นของประเทศตัวเอง บางประเทศหารายได้โดยการประกาศขายตำแหน่งขุนนางของประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ต และไม่น่าเชื่อว่ามีคนยอมจ่ายเงินซื้อเสียด้วย

           3. นอกจาก "นครรัฐวาติกัน" (Vatican City) จะเป็นหนึ่งเดียวใน 193 ประเทศ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติแล้ว นครรัฐวาติกันยังเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะมีขนาดเพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 60 เท่าของพื้นที่สนามฟุตบอลเท่านั้นเอง ประเทศเล็กจิ๋วนี้ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของ "พระสันตะปาปา" ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ ประเทศอิตาลีจึงยอมยกพื้นที่ "มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์" (Saint Peter's Basilica) อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และบริเวณโดยรอบ ให้มีเอกราชปกครองตนเองตั้งแต่ปี พ.ศ.2472 โดยมีพระสันตะปาปาทรงเป็นประมุขปกครองประเทศ เพื่อให้สมกับพระเกียรติยศ
          4. ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกคงเป็นประเทศใดไปไม่ได้นอกเสียจากประเทศ "รัสเซีย" เพราะมีพื้นที่มากถึง 17,098,242 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 11.5% ของพื้นผิวดินทั้งหมดของโลก รองลงมาก็คือ "แคนาดา" (9,984,670) "จีน" (9,640,011) "สหรัฐอเมริกา" (9,629,091) และ "บราซิล" (8,514,877) เพียงแค่ 5 อันดับแรกรวมกันก็มีพื้นที่เท่ากับ 37% ของพื้นผิวดินทั้งหมดของโลกนี้แล้ว
           
             5. ส่วนประเทศไทยมีพื้นที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร อยู่ในอันดับที่ 50 ของโลก แทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศมหาอำนาจหลายประเทศจะมีขนาดเล็กกว่าเรา เช่น "สเปน" อันดับที่ 51 (505,992) "ญี่ปุ่น" อันดับที่ 61 (377,930) "เยอรมนี" อันดับที่ 62 (357,114) "อิตาลี" อันดับที่ 71 (301,336) "สหราชอาณาจักร" อันดับที่ 79 (242,900) และประเทศขวัญใจวัยรุ่นในปัจจุบัน "เกาหลีใต้" อยู่ในอันดับที่ 108 มีพื้นที่ 99,678 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยถึง 5 เท่าตัว
             6. ในอดีตประเทศมหาอำนาจได้ใช้กองทัพบุกเข้ายึดครองดินแดนต่างๆ ทั่วโลก แล้วตั้งตนเป็นเจ้าอาณานิคมปกครองดินแดนเหล่านั้น ปัจจุบันยังหลงเหลือดินแดนที่เป็นอาณานิคมของชาติอื่นอยู่ถึง 54 แห่ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ กลางมหาสมุทร ซึ่งบางแห่งก็ไม่มีประชากรอาศัยอยู่เลย เช่น "Heard Island and McDonald Islands" ในทวีปแอนตาร์กติกา ที่เป็นอาณานิคมของประเทศออสเตรเลีย
          7. ส่วนดินแดนอาณานิคมที่ชาวโลกรู้จักกันมากที่สุดน่าจะเป็น "เปอร์โตริโก" (Puerto Rico) เกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน ซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะดินแดนแห่งนี้มีสาวงามที่เคยคว้ามงกุฎ Miss Universe มาแล้วถึง 5 คน โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2549 ก็คือ "Zuleyka Rivera"
         8. จบเรื่องของประเทศไปแล้ว มาต่อกันที่ จำนวนประชากร ปัจจุบันโลกมีจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 6,797.9 ล้านคน แต่หากลองมองย้อนหลังกลับไปเมื่อ ค.ศ.1 ทั้งโลกมีประชากรอยู่เพียง 200 ล้านคน เมื่อเวลาผ่านไปถึง 1,000 ปี จำนวนประชากรเพิ่งจะเพิ่มมาเป็น 310 ล้านคน และอีก 900 ปีต่อมา ใน ค.ศ.1900 เพิ่มมาเป็น 1,650 ล้านคน แต่หลังจากนั้นเป็นช่วงที่จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะช่วงเวลาเพียง 100 ปีที่ผ่านมานี้ ประชากรโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 5,000 ล้านคน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ เจริญขึ้น จนมนุษย์มีความกินดีอยู่ดีกว่าแต่ก่อน
            9. ทวีปที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดคือ "ทวีปเอเชีย" มีจำนวนประชากร 3,879 ล้านคน คิดเป็น 60% ของจำนวนประชากรทั้งโลก รองลงมาก็คือ "ทวีปแอฟริกา" 922 ล้านคน (14%) "ทวีปยุโรป" 731 ล้านคน (11%) "ทวีปอเมริกาเหนือ" 528.72 ล้านคน (8%) "ทวีปอเมริกาใต้" 382 ล้านคน (6%) "ทวีปออสเตรเลีย" 32 ล้านคน (0.5%) และ "ทวีปแอนตาร์กติกา" ไม่มีประชากรที่อาศัยอยู่อย่างถาวร มีแต่นักวิจัยจากทั่วโลกที่อยู่ในศูนย์วิจัยประมาณ 1,000 คนเท่านั้น
          10. แต่ถ้าเทียบขนาดของพื้นที่กับจำนวนประชากรแล้ว ทวีปยุโรปจะมีความหนาแน่นของประชากรแซงทวีปแอฟริกาขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 ส่วนอันดับอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม
         11. แทบจะเรียกได้ว่า "จีน" คือแชมป์อย่างถาวรของประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก ปัจจุบันประเทศจีนมีประชากรประมาณ 1,335.4 ล้านคน คิดเป็น 19.64% ของจำนวนประชากรโลก ตัวเลขนี้ยังไม่นับชาวจีนโพ้นทะเลอีกกว่า 40 ล้านคนที่กระจายอยู่ทั่วโลก จากข้อมูลล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2550 ประเทศไทยมีชาวจีนโพ้นทะเลหรือที่เราเรียกกันว่าคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ถึง 7,053,240 คน ถือเป็นประเทศที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองลงมาจากประเทศอินโดนีเซีย แต่ถ้าวัดกันแบบเมืองต่อเมือง กรุงเทพมหานครคือเมืองที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก
        

            12. ประเทศที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกก็คือ "อินเดีย" มีประชากร 1,175.88 ล้านคน คิดเป็น 17.3% ของจำนวนประชากรโลก รองลงมาก็คือ "สหรัฐอเมริกา" จำนวน 308.53 ล้านคน (4.54%) "อินโดนีเซีย" จำนวน 231.37 ล้านคน (3.4%) และ "บราซิล" จำนวน 192.37 ล้านคน (2.83%)
         13. ประชากรของประเทศจีนกับอินเดียรวมกันเพียงแค่สองประเทศ ก็มีอัตราส่วนเป็น 36.9% ของจำนวนประชากรโลก หรือ 64.7% ของจำนวนประชากรทวีปเอเชียแล้ว
       
14. ส่วนจำนวนประชากรของประเทศไทยมี 63.4 ล้านคน คิดเป็น 0.93% ของจำนวนประชากรโลก มากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก มากกว่าประเทศ "สหราชอาณาจักร" อยู่ประมาณ 1 ล้านคน (อันดับที่ 22) มากกว่า "อิตาลี" 3 ล้านคน (อันดับที่ 23) มากกว่า "เกาหลีใต้" ถึง 15 ล้านคน (อันดับที่ 26) และมากกว่า "ออสเตรเลีย" เกือบ 3 เท่าตัว (อันดับที่ 51) แต่ก็น้อยกว่า "ญี่ปุ่น" อยู่ 1 เท่าตัวพอดี (อันดับที่ 10)
         15. ด้านประเทศที่มีจำนวนประชากรน้อยที่สุดในโลก แน่นอนว่าต้องเป็น "นครรัฐวาติกัน" เพราะด้วยพื้นที่อันน้อยนิดขนาดนั้นจึงทำให้มีจำนวนประชากรอยู่เพียง 800 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักบวช ทหาร และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ น่าแปลกที่คนเหล่านี้ถือสัญชาติวาติกันเฉพาะในขณะดำรงตำแหน่งเท่านั้น เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ต้องกลับไปถือสัญชาติเดิมของตน
       16. หนึ่งประเทศผู้ค้าน้ำมันที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือ "บรูไน" มีประชากรทั้งหมดประมาณ 400,000 คนเท่านั้น ในจำนวนนี้มีประมาณ 10,000 คนเป็นทหารประจำการอยู่ในกองทัพบรูไน ซึ่งเป็นจำนวนเท่าๆ กันกับจำนวนคนไทยที่ไปค้าแรงงานอยู่ที่นั่น
       17. ประเทศที่มีประชากรน้อยใช่ว่าจะมีความหนาแน่นของประชากรน้อยไปด้วย เพราะบางประเทศอย่าง "โมนาโก" มีประชากรเพียง 33,000 คน แต่มีพื้นที่ทั้งประเทศแค่ 1.95 ตารางกิโลเมตร จึงมีความ37. ใน 50 อันดับเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดในโลก มีเมืองของประเทศอินเดียติดอันดับถึง 23 เมือง ฟิลิปปินส์อีก 9 เมือง และเป็นเมืองที่อยู่ในทวีปเอเชียถึง 39 เมืองจาก 50 เมือง ฟันธงไปได้เลยว่าภูมิภาคของเรานี้เหมาะกับคนขี้เหงามากที่สุดแล้ว โดยเฉพาะที่ประเทศอินเดีย เราจะมีเพื่อนบ้านมากมายจนจำกันไม่ไหว
       18. สำหรับดินแดนที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุดในโลก แน่นอนว่าต้องเป็นทวีปแอนตาร์กติกา ในขั้วโลกใต้ เพราะทั้งทวีปไม่มีคนอาศัยอยู่อย่างถาวรเลย แต่ถ้านับเฉพาะที่เป็นประเทศ ต้องยกอันดับหนึ่งให้กับ "มองโกเลีย" (Mongolia) ดินแดนแห่งนักมวยปล้ำและนักสู้บนหลังม้า เพราะมองโกเลียมีพื้นที่กว้างขวางถึง 1,564,116 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรแค่ 2,671,000 คน ทำให้มีความหนาแน่นของประชากรเพียง 1.708 คนต่อตารางกิโลเมตร ตัวเลขนี้น้อยแค่ไหนก็ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเรามองไปในระยะทาง 1 กิโลเมตร จะเห็นคนไม่ถึง 2 คน ประเทศนี้ช่างเหมาะกับคนที่รักความเป็นส่วนตัวเสียจริงๆ
39. ประเทศในอันดับที่ 2 คือ "นามิเบีย" (Namibia) ในทวีปแอฟริกา มีความหนาแน่นของประชากร 2.634 คนต่อตารางกิโลเมตร อันดับ 3 คือประเทศ "ออสเตรเลีย" มีความหนาแน่นของประชากรเพียง 2.882 คนต่อ
ตารางกิโลเมตร เพราะประเทศออสเตรเลียมีพื้นที่ 7,682,300 ตารางกิโลเมตร หรือเกือบทั้งหมดของทวีปออสเตรเลีย แต่มีประชากรแค่ 22.14 ล้านคน น้อยกว่าประชากรแกะที่ถูกเลี้ยงในประเทศนี้ถึง 10 เท่าตัว ถ้าแกะมันจับอาวุธได้ คงยึดประเทศนี้ไปปกครองแทนมนุษย์แล้ว
         19. "แคนาดา" ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยมาก ต่ำสุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก คือ 3.403 คนต่อตารางกิโลเมตร ทำให้ประเทศแคนาดาต้องนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะคนจากทวีปเอเชียไปตั้งหลักปักฐานอยู่ในแคนาดาเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากค่าแรง แต่ที่สำคัญคือ คุณภาพชีวิตของคนในประเทศแคนาดาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกหนาแน่นของประชากรถึง 16,923.077 คนต่อตารางกิโลเมตร ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
       20. ประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรมากตามมาเป็นอันดับที่ 2 ก็คือ "สิงคโปร์" มีความหนาแน่นของประชากร 7,022.81 คนต่อตารางกิโลเมตร "นครรัฐวาติกัน" 1,877.273 คนต่อตารางกิโลเมตร "มอลตา" 1,308.946 คนต่อตารางกิโลเมตร และ "บังคลาเทศ" 1,126.55 คนต่อตารางกิโลเมตร ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 63 มีความหนาแน่นของประชากร 125.182 คนต่อตารางกิโลเมตร
      21. ถ้านับกันแบบเมืองต่อเมือง กรุงเทพมหานครที่เราบ่นกันว่าคนเยอะแออัดนั้น จริงๆ แล้วมีความหนาแน่นประชากร 3,640.52 คนต่อตารางกิโลเมตร ถือว่าไม่ติดฝุ่นในอันดับโลกเลยทีเดียว เพราะอันดับหนึ่งของโลกอย่าง "ดักกา" (Dhaka) เมืองหลวงของบังคลาเทศ มีความหนาแน่นของประชากรสูงถึง 45,508 คนต่อตารางกิโลเมตร แค่นึกภาพของเมืองที่มีผู้คนแออัดกว่ากรุงเทพมหานครถึง 12 เท่าตัว ก็แทบจะเป็นลมกันแล้ว

ใบงานที่ 4

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 323 คน กำลังออนไลน์