วิธีการทำชีสเค้ก

รูปภาพของ sss28126

วิธีการทำชีสเค้ก

ส่วนผสม
1.ชอร์ทเบรด คุกกี้ 10 ออนซ์ (ใช้แกรแฮม หรือเป็นคุกกี้ที่ใช้ทำ ชีสเค้กครัสต์อื่น ๆก็ได้ค่ะ)
2.เนยจืด 1/2 ถ้วย ประมาณ 55 กรัม
3.สตรอเบอรี่สด 3 ถ้วย
4.ครีมชีส 4 แพคๆละ 8 ออนซ์ (ตั้งไว้ให้นุ่มอุณหภูมิห้อง)
5.น้ำตาล 1-1/3 ถ้วย
6.แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
7.ไข่(อุณหภูมิห้อง) 4 ฟอง
8.วิปปิ้งครีม 2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
10.วานิลลา 2 ช้อนชา

วิธีทำ
เปิดเตาอบ 325 F เตรียมถาดอบแบบสปริงฟอร์ม ขนาด 9 นิ้ว ห่อถาดด้วยอลูมีเนียมฟลอยล์ ให้มิดชิดกันไม่ให้น้ำเข้า

วิธีทำครัสต์
1.ป่นคุกกี้ให้ละเอียด อาจจะใส่ถุงพลาสติกแล้วทุบเอา หรือใช้ไม้กลิ้งไปมาให้ละเอียด ให้ได้ 2-1/4 ถ้วย จากนั้นเอามาผสมกับเนยละลาย ผสมให้เข้ากันแล้วเอาไปใส่พิมพ์ กรุให้เรียบ และให้สูงจากขอบประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นเอาไปอบ 8 นาที ครบตามเวลาเอาออกจากเตามาวางไว้ให้เย็น
2.นำสตรอเบอรี่ไปปั่น จากนั้นกรองเอากากออก ให้ได้น้ำสตรอเบอรี่ประมาณ 1 ถ้วย
3.ตีครีมชีสและน้ำตาลโดยใช้ความเร็วต่ำ ตีจนผสมเข้ากันแล้วใส่แป้ง ใส่ไข่ 2 ฟองลงไปตีความเร็วต่ำจนเข้ากันดี จากนั้นใส่ไข่ 2 ฟองที่เหลือลงไป ตีต่อไป ใส่วิปปิ้งครีม น้ำมะนาว วานิลลา ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อครีมเนียน
4.ตักส่วนผสมที่ได้ แยกออกมา 2-1/2 ถ้วยค่ะ ใส่น้ำสตรอเบอรี่คั้น 3/4 ถ้วย ลงไป แล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในครัสต์ที่เตรียมไว้ค่ะเป็นการอบชั้นที่หนึ่ง
5.วางพิมพ์อบชีสเค้ก ลงในถาดอีกใบนึง จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น ลงไป ให้ความสูงของน้ำประมาณครึ่ง ของถาดอบชีสเค้กค่ะ อบไฟ 325 F ใช้เวลา 35 นาที
6.เมื่ออบครบเวลา ค่อย ๆ ดึงถาดออกมาด้านหน้าเตาอบ จากนั้นเทส่วนผสมครีมชีสที่ตักเก็บไว้ลงไปค่ะ ตอนเทให้เทได้ระดับเดียวกัน หน้าขนมจะได้เรียบเสมอกัน
7.ทำลวดลายโดยเริ่มจากการหยดน้ำสตรอเบอรี่คั้นที่เหลือ ? ถ้วย ลงไปเป็นจุดห่าง ๆ กันให้ทั่ว บนส่วนผสมครีมชีสชั้นที่สอง แล้วใช้มีดปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟัน ลากต่อจุด (โดยระวังไม่ให้ปลายมีดจิ้มลึกถึงชั้นแรก) ก็จะได้ลวดลายตามใจชอบ
8.จากนั้นอบต่ออีก 20 นาทีค่ะ จะสังเกตได้จาก ขอบขนมเริ่มฟองขึ้น หน้าขนมแห้ง อาจจะมีรอยแตกบ้าง ไม่ต้องตกใจ ยกออกจากเตาอบได้เลย ค่อย ๆ ยกถาดชีสเค้กออกมาถาดน้ำ ค่อย ๆ แกะฟลอยล์ที่ห่อถาดอบออก
9.วางให้เย็นในอุณหภูมิห้อง ประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าอากาศแห้ง ให้ใช้เปเปอร์ทาว ปิดด้านบน หน้าขนมจะได้ไม่แห้ง ใช้เปเปอร์ทาวเพื่อ ความร้อนจากขนมจtถูกระบายผ่านได้ง่ายและ หน้าขนมก็จะไม่แฉะ ครบ 2 ชั่วโมงแล้ว เอาเข้าตู้เย็นอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเสริฟ

แหล่งที่มาของเนื้อหา : http://food-recipes.vzazaa.com/2009/dessert-snacks/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A/

 

แหล่งที่มาของวีดีโอ : http://youtu.be/f6tOXltzqd0

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์