ตัวอย่างโครงงานภาษาไทย

ชื่อเรื่อง  ชนิดของคำฉันท์ที่พบในสามัคคีเภทผู้จัดทำ  นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6อาจารย์ที่ปรึกษา  อาจารย์จิรศักดิ์  กนกอุดม

วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษารูปแบบฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ประเภทฉันท์  2. เพื่อจัดทำแผนภูมิคำฉันท์ชนิดต่างๆไว้เป็นสื่อการเรียน

สาเหตุ/ความสนใจที่จัดทำโครงการนี้  จากการที่กล่มของข้าพเจ้าได้ศึกษาวิเคราะห์วิจารณ์เรื่อง  สามัคคีเภทคำฉันท์เกิดความซาบซึ้งในรสของถ้อยคำที่เรียงร้อยเป็นภาษาอันสุนทรเสนาะโสตเมื่อสดับฟัง  กล่มของข้าพเจ้าจึงมีความเห็นตรงกันว่า ต้องการทราบว่านายชิต บุรทัตเลือกใช้คำฉันท์ประเภทใดบ้างมาแต่งคำประพันธ์เรื่องนี้  และแต่ละคำฉันท์มีรูปแบบกำหนดคำครุ-ลหุไว้อย่างไร

เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล  แบบบันทึกประจำกลุ่ม

ขอบเขตของการศึกษา  วรรณคดีเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ ของนายชิต  บุรทัต

วิธีดำเนินการ

1. ประชุมกลุ่มเพื่อคัดเลือกประธาน และเลขานุการกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่

2. มอบหมายให้สมาชิกในกล่มอ่านวรรณคดีเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ พร้อมทั้งสืบค้นรูปแบบคำประพันธ์ที่ใช้

3. ประชุมรวมกลุ่มเพื่อนำเสนอผลงานจากการอ่านและสืบค้นของตนเอง

4. เลขากลุ่มบันทึกข้อมูลที่ได้จากการประชุมกลุ่ม

5. กำหนดสมาชิกรับผิดชอบเพื่อดำเนินการจัดทำผังภูมิคำฉันท์จากเศษวัสดุให้สวยงาม

6. ปรึกษาอาจารย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้องของผลงาน

7. นำเสนอรายงานหน้าชั้น หรือร่วมจัดนิทรรศการทางวิชาการกับทางโรงเรียน

สรุปผลการศึกษา  จากการศึกษาพบว่า นายชิต  บุรทัต ได้เลือกคำฉันท์มาแต่งเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ได้อย่างงดงามและถูกต้องตามเนื้อความประสานกันได้ดี ตัวอย่าง เช่น

1.  สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ (เสือผยอง) มีลีลาท่วงทำนองเคร่งขรึม  เอาจริงเอาจัง เหมาะกับเนื้อความที่กล่าวถึง บุคคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะบทไหว้ครู และอาเศียรวาทต่างๆ

2. วสันตดิลกฉันท์ (เม็ดฝน) เป็นฉันท์ที่มีลีลาเสนาะ จังหวะสละสลวย กวีจึงใช้ฉันท์นี้พรรณนาสิ่งสวยงาม เช่น บ้านเมือง  ปราสาท  ราชมณเฑียร ชมธรรมชาติ ชมความงามของสตรี

3. อินทรวิเชียรฉันท์ (สายฟ้าพระอินทร์) เป็นฉันท์ที่มีทำนองเสนาะจังหวะสละสลวย นิยมใช้ในการพรรณนาสิ่งสวยงามเช่นเดียวกับวสันตดิลกฉันท์ บางทีก็พรรณนาความรัก

4. โตฎกฉันท์(ประตักแทงโค) มีลีลากระชั้น สะบัดสะบิ้ง มักใช้กับเนื้อความที่เป็นบทโกรธเคือง สนุกสนาน บางทีก็ใช้มาณวกฉันท์(หนุ่มน้อย)แทนก็ได้

5. อิทิสังฉันท์ (งดงาม) มีลีลากระชั้น คึกคัก ใช้สำหรับเค้าความที่น่าหวาดกลัว เอะอะตึงตังหรือเกรี้ยวกราด

6.  กมลฉันท์ (ดอกบัว) มีลักษณะตื่นเต้นหรือเศร้าโศกก็ได้ มักใช้บรรยายการดำเนินเรื่อง

7. ภุชงคประยาฉันท์(นาคเลื้อย) มักใช้ในความตัดพ้อ ร่าเริง

8. มาลินีฉันท์ (นางผู้มีดอกไม้เป็นเครื่องประดับ) มีลีลาจังหวะเร็วเร่ง กวีเลือกใช้ในการบรรยายเรื่อง

9. อินทรวงศ์ฉันท์(เหล่ากอพระอินทร์) ใช้พรรณนาความอัดอั้นตันใจของตัวละคร

10. สัทราฉันท์(หญิงที่ทรงความงาม)ใช้ในการดำเนินเรื่อง

(คัดย่อจาก รศ.ประจักษ์  ประภาพิทยาคาร:คู่มือสามัคคีเภทคำฉันท์)

ประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงานนี้

1.สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบทีมได้

2. สามารถดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมงานเพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแท้จริง

3. เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของคำฉันท์ที่ใช้ในบทประพันธ์

4. ได้สื่อการเรียนที่มีคุณภาพในระดับหนึ่ง

ข้อเสนอแนะ(ถ้ามี)  เนื่องจากในการศึกษาครั้งนี้มีระยะเวลาจำกัด  กลุ่มของข้าพเจ้าจึงได้ดำเนินงานอย่างรีบเร่ง  ผลงานที่ปรากฎออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ควรมีการปรับปรุงสื่อการเรียนให้สวยงามและมีความคงทนต่อการใช้งานให้มากกว่านี้

 

        

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 49 คน กำลังออนไลน์