0807 วัดไทยในอินเดีย

รูปภาพของ sss516409

วัดไทยในอินเดีย (Thai temple in India)

     ในประเทศอินเดียปัจจุบันได้มีวัดไทย และศูนย์ปฏิบัติธรรมของคนไทยเข้าไปตั้งอยู่ตามพุทธสถานที่สำคัญหลายแห่งเพื่อเผยแผ่พุทธศสนา และสงเคราะห์ผู้จาริกแสวงหาบุญชาวไทยด้วยกัน มีทั้งหมด ๗ วัดและ ๑ สำนัก ปฏิบัติธรรม ดังมีรายละเอียดดังนี้

     ๓.๑ วัดไทยพุทธคยา (Wat Thai Buddhagaya)

     ก่อตั้งโดยรัฐบาลไทย พ.ศ.๒๕๐๐ โดยการเชื้อเชิญของ ฯพณฯ ศรียวาห์ ลาล เนห์รู อดีตนายกรัฐมนตรีของอินเดีย เพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชาในคราวฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ รัฐบาลไทยยอมรับคำเชิญ งานก่อสร้างจึงได้เริ่มขึ้น สมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม คณะพระธรรมทูตชุดแรกที่ไปปฏิบัติศาสนกิจคือ ๑.สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสุวรรณาราม ๒. พระธรรมธีรราชมหามุนี (ธีร์ ปุณฺณโก) วัดจักรวรรดิราชวาส ๓. พระศรีสุธรรมมุนี (บุญเลิศ ทตฺสิทฺธิ ป.ธ๘) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์

     วัดไทยพุทธคยามีเนื้อที่ ๕ เอเคอร์ หรือ ๑๑ ไร่ การจัดซื้อที่ดินนี้ไม่ได้เป็นการซื้อขาดเพราะกฏหมายอินเดียไม่อนุญาตให้ขายที่ดินให้แก่ต่างชาติ แต่รัฐบาลอินเดียให้เช่าเป็นเวลา ๙๙ ปี เมื่อหมดสัญญาก็ต่อได้เรื่อย ๆ คราวละ ๕๐ ปี ต่อมาจึงซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๑ ไร่รวมเป็น ๑๒ ไร่ หมดงบขั้นต้นไป ๕,๗๗๖,๘๖๖.๗๒ บาทและเงินรูปีจำนวน ๑,๗๕๓.๐๐ รูปี ถาวรวัตถุ ที่เด่นชัดคือ พระอุโบสถทรงไทยถ่ายแบบจากพระอุโปสถหินอ่อนวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพ ฯ นอกจากนั้นยังมีอาคารห้องสมุด ๑ หลัง โรงเรียนพระปริยัติธรรม ๑ หลัง กุฏิที่พัก ๑ หลัง อาคารที่พักแสวงบุญ ๑ หลัง เอาอาวาสองค์แรกคือ พระธรรมธีรราชมหามุนี (ธีร์ ปุณณโก ป.ธ.๙) องค์ปัจจุบันคือ พระราชโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.๙,Ph.D.) มีพระสงฆ์จำพรรษาราว ๒๐ รูป แม่ชี ๕ ท่าน ตั้งอยู่ ณ พุทธคยา จังหวัดคยา รัฐพิหาร ห่างจากเจดีย์พุทธคยา ราวครึ่งกิโลเมตร

     วัดไทยเป็นที่เชิดหน้าชูตาของพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมที่พุทธคยาจะต้องประทับใจในความสวยงามของพระอุโบสถและความเขียวขจีของวัดอยู่เสมอ เป็นตัวแทนของความภูมิใจคนไทยทั้งชาติ แม้ว่าคนไทยบางส่วนจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างก็ตาม

     ๓.๒ วัดไทยนาลันทา (Wat Thai Nalanda)


     ก่อตั้งโดย พระมหาเถระ ดร. จัคดิส กัสสปะ อดีตพระสังฆนายกของอินเดีย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนาลันทาใหม่ หรือนวนาลันทา ตั้งอยู่ ณ ด้านหลังมหาวิทยาลัยนวนาลันทา ห่างจากนาลันทาเก่าราว ๑ กิโลเมตร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ อำเภอพิหารชารีฟ รัฐพิหาร มูลเหตุแห่งการเกิดศรัทธาจนถึงขนาดมอบที่ดินและอาคารถวายให้เป็นสมบัติวัดไทยนั้น เพราะท่านมหาเถระกัสสปปะมีความซึ้งใจในความเอาใจใส่ทำนุบำรุงของคณะพุทธบริษัทชาวไทย ที่มีต่อพระสงฆ์ทั้งที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยนาลันทา หรือในที่ทั่วไปที่มีพระสงฆ์ จำพรรษา ได้โอนทรัพย์สินเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมมหาวีรานุวัตร (บุญเลิศ) รับมอบว่าจะโอนได้สำเร็จต้องใช้เวลาอันยาวนาน เพราะติดขัดของระบบราชการของอินเดีย มีเนื้อที่ ๓ ไร่เศษตั้งอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยนาลันทา จังหวัดนาลันทา รัฐพิหาร ปัจจุบันมีพระอาจารย์ ดร.มหาธารทอง กิตฺติคุโณ (บัวแก้ว) เป็นเจ้าอาวาส มีพระภิกษุจำพรรษา ราว ๕ รูป แม่ชี ๑ ท่าน คือ แม่ชี ดร.อารีย์ ผ่องใส

     ๓.๓ วัดไทยสารนาถ (Wat Thai Sarnath)


     วัดไทยสารนาถก่อตั้งโดย พระครูประกาศสมาธิคุณ วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ โดยตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพื่อจัดซื้อที่ดินให้นามว่า "มูลนิธิมฤคทายวันมหาวิหาร" ในที่สุดก็สามารถซื้อที่ดินจำนวน ๓๒ ไร่ ตรงกันข้ามกับพิพิธภัณฑ์สารนาถได้ และได้เริ่มก่อนสร้างศาสนวัตถุหลายแห่งภายในวัด

     ปัจจุบันวัดไทยสารนาถตั้งอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สารนาถ ตรงกันข้ามกับพิพิธภัณฑ์สารนาถ มีเนื้อที่ ๓๒ ไร่ ห่างจากเมืองพาราณสีราว ๑๕ กิโลเมตร ปัจจุบันมีพระครูสรวิชั (สาสนรัศมี) พระสงฆ์อินเดียที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุเป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ที่เป็นชาวอินเดียราว ๑๐ รูป และพระสงฆ์ไทยไปจำพรรษาชั่วคราว ราวปีละ ๒ รูป ปัจจุบันกำลังก่อสร้างพระพุทธรูปยืนศิลปะคุปตะขนาดใหญ่สูงราว ๓๐ เมตร ศิลปะสมัยคุปตะอันเป็นสมัยที่นิยมในสารนาถ ส่วนเสนาสนะมีพระอุโบสถสร้างด้วยหินทราย จำนวน ๑ หลัง กุฏิสำหรับพระสงฆ์และผู้แสวงบุญ ๑ หลัง โรงครัว ๑ หลัง หมู่กฏิสำหรับวิปัสสนากัมมัฏฐาน ๑ หลัง ศาลาที่ปฏิบัติธรรม ๑ หลัง โรงเรียนประถมสำหรับเด็กนักเรียนอินเดีย ๑ หลัง

     ๓.๔ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ (Wat Thai Kusinarachalermraj)

     กุสินารา เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในพุทธศาสนา เป็นสังเวชนียสถาน ๑ ใน ๔ แห่ง ที่นี่แต่ละปีมีชาวพุทธไทยไปไหว้พระแสวงบุญเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้รับความสะดวก เพราะหาที่พักลำบาก ประเทศอื่นหลายชาติได้ไปสร้างวัดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนของตน และเป็นสง่าราศีให้แก่ชาติตน เช่น พม่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ศรีลังกา แต่วัดไทยก็ยังไม่มี เมื่อคราวที่อาจารย์เสฐียร พันธรังสี ได้จาริกแสวงบุญไปอินเดียและไปถึงกุสินารา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ ท่านกล่าวว่า "บริเวณใกล้ที่ปรินิพพาน มีที่พักเข้าไปอาศัยได้ ๒ แห่งด้วยกัน คือหอพักของชาวพม่าแห่งหนึ่ง พระพม่าชื่ออู จันทรมณี เป็นผู้นำชาวพม่ามาสร้างถวายอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่า อารยวิหาร เป็นธรรมศาลาที่พำนักอาศัย มีน้ำใช้บริบูรณ์ ธรรมศาลาแห่งนี้มหาเศรษฐีอินเดียตระกูลบิมาลาสร้างขึ้นไว้ นอกนั้นมีโรงเรียนศาลาที่พักร้องอื่น ๆ เราไปถึงโดยรถบัสจากสถานีทาหะซิลโดเรีย พวกที่ไปด้วยกัน ซึ่งที่แท้จริงก็เป็นแขกทั้งหมด ชักชวนว่าควรที่จะแวะพักที่ธรรมศาลาชาวพม่าหรือของเศรษฐีชาวอินเดียเสียก่อน ฟังแล้วสะท้อนใจ ถ้ามีวัดหรือธรรมศาลาที่คนไทยผู้มีศรัทธาไปสร้างไว้ให้เป็นศาลาไทยบ้าง ก็คงไม่ได้ฟังคำพูดเช่นนั้น"

     จาก พ.ศ.๒๕๐๔ จนถึง พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นเวลาถึง ๓๓ ปี ความฝันของพุทธบริษัทไทยหลาย ๆ คนก็เป็นจริง เมื่อคณะสงฆ์ไทยและพุทธบริษัทจำนวนหนึ่ง จึงมีดำริสร้างวัดไทยขึ้น ณ แดนพุทธปรินิพพานแห่งนี้ จนเป็นผลสำเร็จ โดยการนำของสมเด็จพระสุเมธาธิปดี องค์อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ งานได้เริ่มลงมือเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ และสร้างตามโครงการ ๒๕๔๒

     ปัจจุบันมีเจ้าคุณพระวิเทศโพธิคุณ (วีรยุทธ ประชุมสอน Ph.D.) เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์จำพรรษาราว ๒๐ รูป แม่ชี ๕ ท่าน และมีคณะพุทธบริษัทชาวไทย นำโดยคุณจุมพล โพธิ์ศรีวิสุทธิกุล คุณอังคณา อัยศิริให้ความอุปถัมภ์ ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ เมืองกุสินารา อำเภอกาเซีย จังหวัดโครักขปูร์รัฐอุตตรประเทศ มีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ห่างจากสาลวโนทยานราวครึ่งกิโลเมตรเสนาสนะภายในวัดมีพระอุโบสถ ๒ ชั้นออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ คุณภิญโญ สุวรรณคีรี กุฏิสำหรับผู้จาริกแสวงบุญ "มโกขเวศน์สันติธรรม" หนึ่งหลัง อาคารเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสครบรอบ ๕๐ พรรษาหนึ่งหลัง พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหนึ่งองค์ คลีนิคผู้ป่วยสำหรับชาวบ้านทั่วไปราคาถูกจำนวนหนึ่งหลัง ภายในบริเวณถูกจัดออกแบบอย่างสวยงาม เป็นที่เชิดหน้าชูตา คณะสงฆ์, พุทธบริษัทและประเทศไทยเราเป็นอย่างดี ได้รับคำชมจากทั้งชาวอินเดียเอง ชาวไทย และชาวต่างชาติอยู่เสมอ

     ๓.๕ วัดป่าพุทธคยา (Wat Pa Buddhagaya)


     ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗ โดยมีพระครูวชิรจิตโสภณ (พระอาจารย์มหาดร.สุรจิต โชติญาโณ) จากวัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา และพระพนมศักดิ์ พุทฺธญาโณ (อาจารย์จิ๋ว) วัดป่าธรรมชาติ ชลบุรี โดยมีเจ้าคุณพระปริยัติเมธี วัดพระยายัง กรุงเทพฯ เป็นประธานสงฆ์จัดสร้าง ต่อมาได้ร่วม ก่อตั้งสมาคมชาวพุทธไทย ภารตะ (Buddhist Thai Bharat Society) ขึ้นเพื่อจัดซื้อที่ดินในที่สุดก็ได้ที่ดินทางทิศใต้พระเจดีย์พุทธคยาห่างราว ๒๐๐ เมตร ที่ดินที่จัดสร้างวัดจัดซื้อจากชาวบ้านหลายคนรวมกันรวมทั้งของนายมูชาราฟชาวมุสลิมท้องถิ่นมีลักษณะ เป็นแอ่งกะทะ จึงมีความยุ่งยากในการถมดินพอสมควร อีกทั้งทางเข้าก็มีชุมชนแออัดของชาวบ้านขวางกั้น ต่อมาคุณพายัพ ชินวัตรน้องชายนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งพุทธบริษัทชาวไทยหลายคณะให้การสนับสนุนจัดสร้างวัดป่าพุทธคยาเป็นวัดในสังกัดฝ่ายธรรมยุติ มีเสนาสนะคือกุฏิกรรมฐาน ๑๐ หลัง ศาลาชั่วคราว ๑ หลัง ส่วนโครงการในอนาคตคือการก่อสร้างพระอุโบสกกลางน้ำ มีเนื้อที่จำนวน ๒๓ ไร่ นับเป็นวัดไทยที่มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร มีพระสงฆ์จำพรรษาแต่ละปีราว ๑๐-๑๕ รูป แม่ชีราว ๕ ท่าน ปัจจุบันเป็นสถานที่ฝึกวิปัสสนา กัมมัฏฐานของชาวอินเดีย และชาวต่างชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งในอินเดีย เพื่อ ให้พวกเขาเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญทางด้านพุทธศาสนา ปัจจุบันมีพระอาจารย์พนมศักดิ์พุทฺธญา มีคุณกิตติ นาวานี เป็นเลขานุการสมาคมและ ทำหน้าที่ดูแลวัดนี้ จนถึงปัจจุบัน

     ๓.๖ วัดไทยกุสาวดีวรพุทธวิหาร (Wat Thai Kushavadeevarabuddhavihar)

     ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยพระอาจารย์มหาบุญเลิศ คุตฺตธมฺโม ผุ้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์ หลวงวรวิหาร เชียงใหม่ ท่านเป็นลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณพระพุทธพจน์วราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงองค์ปัจจุบัน โดยได้ทุนเริ่มแรกจากนิตยสารโลกทิพย์ โดย คุณ ดร.คะนอง-พนิดา เนินอุไร พร้อมบุตรธิดา บริจากสนับสนุน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจึงคณะพุทธบริษัทชาวไทย ร่วมสมทบเพิ่มเติม

     วัดไทยกุสาวดีวรพุทธวิหาร เป็นวัดธรรมยุตินิกาย แห่งแรกในอินเดียมีเนื้อที่จำนวน ๗ ไร่ตั้งอยู่ห่างจากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ราว ๑๐๐ เมตรและห่างจากสาลวโนทยาน ราว ๑ กิโลเมตร มีพระสงฆ์จำพรรษาแต่ละปีราว ๒-๔ รูป เป็นสถานศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์แก่เยาวชนอินเดีย ในละแวกเมืองกุสินารา เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญทางด้านพุทธศาสนา มีนักเรียนราว ๔๕๐ คน ปัจจุบันเป็นที่ที่ชาวศรีลังกาและบังคลาเทศและอินเดียเองนิยมมาพักแสวงบุญ เพราะบริจาคปัจจัยค่าที่พักได้ตามกำลังศรัทธา ขณะนี้เริ่มก่อสร้างกำแพงล้อมรอบที่ดินใหม่หลังจากที่ซื้อที่ดินเพื่อขยายให้ใหญ่ขึ้นจากเดิม ๒ ไร่มาเป็น ๙ ไร่

     ๓.๗ สำนักปฏิบัติธรรมแดนมหามงคล (Deanmahamongol Meditation Centre)


     ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยอุบาสิกบงกช สิทธิพล (หรือที่ศิษยานุศิษย์ เรียกว่าพระแม่บงกช) จากสำนักแดนมหามงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ราว ๒๐๐ ไร่ เศษ นับว่าเป็นวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ตั้งอยู่ ณ เมืองสาวัตถี หรือปัจจุบันนี้เรียกว่า สาเหตุ-มเหตุ รัฐอุตตรประเทศ ห่างจากพระเชตวันมหาวิหาร ๑๐๐ เมตร ใช้งบประมาณไปราว ๑๐๐ ล้านบาท มีเสนาสนะ คือ ศาลาเอนประสงค์ขนาดใหญ่ จำนวน ๓ หลัง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ จำนวน ๑ องค์ มีอุปาสก ราว ๒๐ คน อุบาสิกาหญิงราว ๕๐ คน ภายในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้

     มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เช่น เจ้าหน้าที่ทูตคนหนึ่งของสถานทูตไทยประจำเมืองเดลลีกล่าวว่า "สถานที่นี่สร้างใหญ่โตและใช้งบประมาณมากเกินไป ไม่คุ้มกับการลงทุน ทำให้เงินรั่วไหลออกจากไทยมาก น่าที่จะมากเกินไป ไม่คุ้มกับการลงทุน ทำให้เงินรั่วไหลออกมาจากไทยมาก น่าที่จะคณะสงฆ์จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด" แต่อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างก็ได้ดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง เจ้าหน้าที่วัดคนหนึ่งกล่าวว่า "ทางเราไม่ได้ใช้งบประมาณจากรัฐบาลแต่อย่างใด จึงไม่กังวลหรือวิตก เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมาจากชาวพุทธผู้ศรัทธา จัดสร้างน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ณ แดนพุทธภูมิและต้องการจะซื้อที่ดินจากชาวบ้าน ซึ่งส่วนมากเป็นมุสลิมมาให้พุทธศาสนา ผู้ที่จะคัดค้านแม้นสร้างที่เมืองไทยก็คงคัดค้านอยู่ดี ระหว่างนำเงินออกนอกประเทศ เพื่อไปเล่นการพนันอย่างที่ชาวไทยหลายคนทำ อย่างไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน" ปัจจุบันสำนักปฏิบัติธรรมแดนมหามงคล เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สร้างอย่างรวดเร็วมากที่สุด

     ๓.๘ วัดไทยสิริราชคฤห์ (Wat Thai Sirirajgir)

     นอกจากวัดไทยที่กล่าวมาแล้วยังมีวัดอีกแห่งที่กำลังวางแผนก่อสร้าง คือวัดไทยราชคฤห์ อำนวยการสร้างโดยพระอาจารย์วิเชียร วชิรวํโส เจ้าอาวาสวัดจีนไตรรัตนาราม สารนาถ เมืองพาราณสี เริ่มจัดซื้อที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๕ มีเนื้อที่ราว ๙ ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วไป เช่น อุบาสิกาศรีเพ็ญ จาตุทศรี ซึ่งเป็นศิษย์ อาจารย์พร รัตนสุวรรณ จากแค้มป์สน เพชรบูรณ์ เป็นต้น โครงการกำลัง เริ่มต้นโดยได้เปิด ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ที่ผ่านมาถ้าโครงการสำเร็จตามเป้าหมายคงจะเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่จะไปแสวงบุญอย่างมาก

     นอกจากวัดไทยแล้ว ยังมีวัดชาวพุทธต่างชาติเข้าไปสร้างในเขตพุทธสถานต่าง ๆ เช่น พุทธคยา สารนาถ กุสินารา สาวัตถี ราชคฤห์ ด้วยเช่นวัดญี่ปุ่น วัดเกาหลี วัดธิเบต วัดภูฐาน วัดเนปาล วัดจีน วัดไต้หวัน วัดไทย วัดเขมร วัดศรีลังกา วัดพม่า วัดบังคลาเทศ เป็นต้น

ที่มา : http://ecurriculum.mv.ac.th/dhamma/dhammathai/buddhism/india/Wc8bdb10ec7554.htm#3

 

ร้านบ้านศิลปิน

จำหน่ายเครื่องดนตรีไทย จำหน่ายชุดมโนราห์ และอุปกรณ์การแสดงทุกชนิด

สอนดนตรีไทย สอนนาฏศิลป์ไทย สอนรำมโนราห์ สอนคอมพิวเตอร์

รับซ่อมเครื่องดนตรีไทย

สนใจติดต่อ ครูอ้น

เลขที่ 34 ถ.สง่าบูรณะ ม.2 ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช 80150

โทรศัพท์ / แฟกซ์ : 075 – 334094

มือถือ : 089 – 0293738 (สายตรง)

อีเมล์ : dekdee_09@hotmail.com

เว็บไซต์ : http://bansinlapin.bloggang.com

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 3 คน และ ผู้เยี่ยมชม 107 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • Pravest Boonchukusol
  • sss29385
  • supatkul