ชมพูพันธุ์ทิพย์

รูปภาพของ sss29610
C:\Documents and Settings\Pimpimy\Desktop\ล้างรูป

 

ลักษณะทางกายภาพ

- ชื่ออื่นๆ : ชมพูอินเดีย ตาเบบูยาพันธุ์ทิพย์

- ชื่อพฤกษศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.) Raf.

- วงศ์ : BIGNONIACEAE

 

ลำต้น ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 8-18 เมตร

ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 5 ใบ

ดอก เป็นช่อ ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ดอกสีม่วงอมชมพูหรือชมพูอ่อน กลีบดอกติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบแบกเป็น 5 กลีบ ร่วงง่าย ดอกรูปแตร เมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ่านศุนย์กลางยาว 3 ซม.

ผล ผลคล้ายฝักเมื่อแก่จะแตก ผลยาว 15 ซม. ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน

เมล็ด จำนวนมาก มีปีก ปลิวตามลมได้ไกล

ถิ่นกำเนิด อเมริกากลางและอเมริกาใต้

การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนกิ่งหรือ ปักชำ ประโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป เนื่องจากดูแลง่ายและดอกสวยงาม เป็นไม้ประดับที่ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามา (ปีพ.ศ. 2550) จึงได้ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ท่าน ถิ่นกำเนิด อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ลักษณะทางชีวภาพ

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว

ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป

ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง

แสง [Light] : แดดเต็มวัน

ลักษณะทางเคมี

รากใช้ปรุงเป็นยาขับประจำเดือน

สามารถนำไปศึกษาเพื่อหาประโยชน์อื่นๆเพื่อเติมได้หลากหลายทาง ดังเช่นตัวอย่าง

ประมาณปี พ ศ. 2540 มีการเตรียมสร้างตึกใหม่หลายตึกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขณะนั้นมีงานทดลองปลูกเห็ดธรรมชาติหลายชนิดที่ภาควิชาจุลชีววิทยา มก. จึงได้มีการนำท่อนไม้ชมพูพันธุ์ทิพย์ มาเพาะเชื้อเห็ดต่างๆ คือเห็ดหูหนู เห็ดลม เห็ดขอนขาว เห็ดตีนแรด เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นต้น โดยเจาะรูลึกครึ่งนิ้ว ขนาดกว้างครึ่งนิ้ว ถ้าบริเวณใดมีเปลือกหนาก็เจาะให้ลึกยิ่งขึ้นจนทะลุเปลือก ลงไปถึงเนื้อไม้หน่อยหนึ่ง ใส่เชื้อเห็ดที่จากเมล็ดข้าวฟ่าง ปิดด้วยผ้าพลาสติกเก็บไว้ในที่ร่ม 1 เดือนจึงนำมาวางบริเวณข้างตึกจุลชีววิทยา เพื่อให้เปียกฝน ถ้าฝนไม่ตกก็รดน้ำ เวลาผ่านไป 3 เดือนเห็ดที่เพาะเชื้อลงไปก็ออกมากระปริบกระปรอย จำนวนน้อย ไม่พอที่นำมาบันทึกเป็นตัวเลขได้ แต่เมื่อเข้าเดือนที่ 3 กลับพบเห็ดตีนปลอกขึ้นที่ท่อนไม้จำนวนมาก จากนั้นเวลาที่ฝนตกมากก็จะมีการเกิดดอกเห็ดตีนปลอกขึ้นเป็นจำนวนมากทุกครั้ง ต่อเนื่องหลายปีจนกระทั่งท่อนไม้ผุพังสลายตัวหมดสภาพไป ครั้งแรกมองผิวเผินเข้าใจว่าเป็นเห็ดกระด้างหรือเห็ดลม แต่เมื่อตรวจสอบกับหนังสือเห็ดเมืองไทยของอาจารย์อนงค์ จันทร์ศรีกุล แล้วจึงจำแนกว่าเป็นเห็ดตีนปลอก

ประโยชน์ - ทรงพุ่มสวย ดอกสวยมีสีสัน ให้ร่มเงา ปลูกริมถนน ลานจอดรถ ปลูกเป็นกลุ่มในสนามโล่ง ทนน้ำท่วมชัง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น เพราะกิ่งเปราะ ดอกร่วงมาก

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2 ยังไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ผ่านมา 20 วัน ไม่แก้ไขอะไรเลยนะจ้ะ

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 66 คน กำลังออนไลน์