ชมพูพันธุ์ทิพย์

รูปภาพของ sss29480

 


ชมพูพันธุ์ทิพย์...ความงดงามจากอีกฝากโลก
ชมพูพันธุ์ทิพย์  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Tabebuia  heterophylla  (DC) 
Briton. อยู่ในวงศ์ Bignoniaceae เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง 
เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง  สูงราว ๘-๑๒ เมตร ใบเป็นแบบผสม 
มีใบย่อย ๕ ใบบนต้นเดียวกัน แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม ผิวไม่เรียบ ปลายใบแหลม ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร  กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น
ชมพูพันธุ์ทิพย์ ใบแก่และทิ้งใบในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ ๕-๘ ดอก  ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร 
คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น ๕ กลีบ  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบๆและร่วงหล่นง่าย จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบๆต้น งดงามพอๆกับที่บานอยู่บนต้นดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร ยาวราว
๑๕ เซนติเมตร สีของกลีบดอกปกติเป็นสีชมพูสดใสแต่มีความเข้มและจางแตกต่างกันไป โดยเฉพาะต้นที่เกิดจากเมล็ดจะมีความผันแปรมากมาย ตั้งแต่สีชมพูจางเกือบขาวไปจนถึงสีเข้มเกือบเป็นสีม่วงแดง เมื่อดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นแล้ว จะติดฝักรูปร่างคล้ายมวนบุหรี่ ยาวราว ๑๕
เซนติเมตร เมื่อฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะแตกออกด้านเดียวตามยาว แล้วเมล็ดที่มีปีกก็ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย  สำหรับประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่าผู้นำเข้ามาในประเทศครั้งแรก คือ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์  บริพัตร จึงตั้งชื่อตามสีดอก และเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้าว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์ ชื่อเดิมคือ ตาเบบูย่า มีชื่ออื่นๆคือ แตรชมพู ธรรมบูชา ชื่อในภาษาอังกฤษคือ Pink Trumpet Tree ตามลักษณ์ของดอกนั่นเอง

 

ประโยชน์ของชมพูพันธุ์ทิพย์
ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศและโรคแมลง โตเร็ว มีดอกงดงาม จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะและตามถนนหนทาง เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่เพิ่งเข้ามาเมืองไทยได้ไม่กี่สิบปี จึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหาร เท่าที่สังเกตดูดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์น่าจะไม่มีพิษภัย อาจจะนำมาประกอบอาหารได้ เช่น การชุบแป้งทอด เป็นต้น นอกเหนือจากการรวบรวมไปหมักปุ๋ยน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์

 

Common name: Pink trumpet tree, Pink poui, Pink tecoma, Rosy trumpet tree, Basant rani बसंत रानी (Hindi) Botanical name: Tabebuia rosea      Family: Bignoniaceae (jacaranda family)

Native to continental America, Pink trumpet is a tall, fast-growing tree reaching 25 to 30 m high and 1 m d.b.h. The crown is wide, stratified, and irregular, with a few thick, horizontal branches; the bole is straight, sometimes channeled at base. Leaves are palmately divided into 5 unequal leaflets. The oval/oblong leaflets have a rough-to-touch surface, entire margin and a pointed tapering tip. The central leaflet is larger than the rest. The leaflet size is variable between 3-18 inches. Flowering occurs between December and February, when the tree bursts into panicles of pink trumpet shaped flowers with yellow throats. In his recent book Trees of Delhi, Pradip Krishen has identified it as Tabebuia impetiginosa. However, our observation agrees with the traditional view of Tabebuia rosea 

 

แผนที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย 

 

แหล่งที่มาของภาพ : http://maps.google.co.th/maps?hl=th&gs_upl=1599l15034l0l17103l25l20l0l4l4l0l442l1819l1.0.3.2.1l7l0&biw=1400&bih=959&um=1&ie=UTF-8&q=%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2&fb=1&gl=th&hq=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2&hnear=0x311d6032280d61f3:0x10100b25de24820,%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3&ei=6alkTr7VJdHxrQeRoeiTCg&sa=X&oi=local_group&ct=image&ved=0CAQQtgM

แหล่งอ้างอิง:
http://agkc.lib.ku.ac.th
http://www.doctor.or.th/node/1591  
http://www.wangtakrai.com/panmai/detail.php?id=192
http://www.gotoknow.org/blog/science/232784
http://inuami.exteen.com/20070831/entry-1

 

 

แแหล่งเรียนรู้

- โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

- สวนสราญรมย์

- สวนเบญจศิริ

 

รูปภาพของ sss29480

ขอบคุณค่ะ Laughing

รูปภาพของ sss28180

ok เลย แบ่งเป็นสัดส่วนดีมากๆจ้าCool

รูปภาพของ sss28226

เนื้อหาเยอะดี ถ้าจัดหน้ากระดาษจะสวยมากจ้า Laughing

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2 มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ผ่านมา 20 วัน ไม่แก้ไขอะไรเลยนะจ้ะ

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 54 คน กำลังออนไลน์