เครื่องดนตรีไทยพระราชทาน:แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

รูปภาพของ sss29607

   

                           

 

          

            สวัสดีค่ะทุกคน ทราบหรือไม่ค่ะ ว่าโรงเรียนของเราเป็นศูนย์ดนตรีไทย และยังมีเครื่องดนตรีไทยพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี อีกด้วยค่ะ ในสมัยผู้อำนวยการ สายพิณ มณีศรี โรงเรียนเราได้เป็นศูนย์ดนตรีไทย ซึ่งตรง กับ พ.ศ.2548 ได้มีการทูลขอ เครื่องดนตรีไทยจาก สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งพระองค์ทรงก็พระราชทานให้แก่โรงเรียนของเราค่ะ

        สถานที่ตั้ง                                  

                           

                    ห้องดนตรีไทย ชั้น6 ริมฝั่งบันไดใหญ่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

เครื่องดนตรีไทยที่สมเด็จพระเทพฯพระราชทาน ได้แก่ 

1. ระนาดเอก 1 ราง

2. ระนาดทุ้ม 1 ราง

3. ซอด้วง 2 คัน

4. ซออู้ 2 คัน

         

 

       

 

       

 

       

 

       

 

       

 

รูปเครื่องดนตรีพระราชทานในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

 

เรามาดูประวัติเครื่องดนตรีไทย แต่ละชนิดกันค่ะ

                 

          1. ระนาดเอก           ระนาดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตีชนิดหนึ่ง  ซึ่งเห็นได้ว่าวิวัฒนาการมาจากกรับ  แต่เดิมคงใช้ไม้กรับ 2 อันตีเป็นจังหวะ  แล้วต่อมาเกิดความรู้เอาไม้ทำอย่างกรับหลายๆอัน วางเรียงตีให้เกิดเสียงหยาบๆขึ้นก่อน แล้วคิดทำไม้รองเป็นรางวางเรียงราดไป เมื่อเกิดความรู้ความชำนาญขึ้นก็แก้ไขประดิษฐ์ให้มีขนาดลดหลั่นกัน และทำรางรองให้อุ้มเสียงได้แล้วใช้เชือกร้อย ไม้กรับ ขนาดต่างๆนั้นให้ติดกันขึงแขวนไว้บนราง ใช้ไม้ตีเกิดเสียงกังวานลดหลั่นกันตามต้องการ ใช้เป็นเครื่องบรรเลงทำนองเพลงได้ แล้วต่อมาก็ประดิษฐ์แก้ไขตัดแต่งและใช้ขี้ผึ้งกับตะกั่วผสมกันติดหัวท้ายของไม้กรับ ถ่วงเสียงให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น เลยบัญญัติชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ว่า ระนาด เรียก ไม้กรับ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นขนาดต่างๆนั้นว่า     ลูกระนาด และเรียกลูกระนาดที่ร้อยเชือกเข้าไว้เป็นแผ่นเดียวกันว่า ผืน ลูกระนาดแต่ก่อนทำด้วยไม้ไผ่ ชนิดที่เรียกว่า ไผ่บงและไผ่ตง ต่อมามีผู้นำเอาไม้แก่น เช่น ไม้ชิงชัน ไม้มะหาด ไม้พะยุง มาเหลาใช้บ้าง แต่ที่นิยมกันมากนั้น ใช้ไม้ไผ่บงเพราะว่าได้เสียงเพราะดี ทำรางเพื่อให้อุ้มเสียง เป็นรูปคล้ายลำเรือ  ทางหัวและท้ายโค้งขึ้น เรียกว่า รางระนาด เรียกแผ่นไม้ปิดหัวและท้ายรางระนาดว่า โขน และเรียกรวมทั้งรางและผืนรวมกันเป็นลักษณะนามว่า ราง                   แต่เดิมมาดนตรีวงหนึ่ง ก็มีระนาดเพียงรางเดียวและระนาดแต่เดิมคงมีจำนวนลูกระนาดน้อยกว่าในปัจจุบันนี้ ต่อมาได้เพิ่มลูกระนาดมากขึ้น และเมื่อมาคิดประดิษฐ์ระนาดอีกชนิดหนึ่งให้มีเสียงทุ้ม ฟังนุ่มไม่แกร่งกร้าวเหมือนชนิดก่อน จึงเรียกระนาดอย่างใหม่นั้นว่า ระนาดทุ้ม และเรียกระนาดอย่างเก่าว่า ระนาดเอก เป็นคำผสมขึ้นในภาษาไทย                   ระนาดเอกปัจจุบันมีจำนวน 21 ลูก ลูกต้นขนาดยาวราว 39 ซม. กว้างราว 5 ซม. และหน้า 1.5 ซม. ลูกต้อมาก็ลดหลั่นกันลงไปจนลูกที่ 21 หรือลูกยอดมีขนาดยาว 29 ซม. ลูกระนาดเหล่านั้นร้อยเชือกแขวนบนรางและรางนั้นวัดจาก โขน หัวรางข้างหนึ่งถึง โขน อีกข้างหนี่ง ประมาณ 120 ซม. มีเท้ารองรางตรงส่วนโค้งตอนกลางเป็นเท้าเดี่ยว รูปอย่างพานแว่นฟ้า                   เครื่องดนตรีชนิดนี้ ปรากฏมีทั้งของชวา ของมอญและของพม่า ซึ่งพม่าเรียกว่า ปัตตลาร์ (Pattalar หรือ Bastran) การที่ได้ประดิษฐ์ให้วิวัฒนาการขึ้นนั้นจะเป็นความคิดไทย หรือได้อย่างมาจากชาติเพื่อนบ้านหรือชาติเพื่อนบ้านเอาอย่างไป ก็ยังไม่มีหลักฐานจะลงความเห็นได้  แต่คำว่า ระนาด นั้นเป็นคำไทยแผลงหรือยืดเสียงมาจากคำว่า ราด เช่นเดียวกับคำว่า เรียด แผลงเป็น ระเนียด , ราว แผลงเป็น ระนาว , ราบ แผลงเป็น ระนาบ และราด ก็เป็น ระนาด ยังมีคำพูดกันมาจนติดปากว่า ปี่พาทย์ ราด ตะโพน แสดงว่าแต่ก่อนคำนี้ยังมิได้ยืดเสียง และถ้ายืดเสียง หรือแผลงตามวิธีข้างบนก็อาจพูดได้ว่า ปี่พาทย์ ระนาด ตะโพน คำว่า ราดก็หมายความว่าวางเรียงแผ่ออกไป ทำให้กระจายออกไปกล่าวคือ กิริยาที่เอาไม้กรับ หรือ ลูกระนาด มาวางเรียงตามขนาดต่างๆลดหลั่นกันไปเช่นเดียวกับที่เอาไม้ท่อนมาวางเรียงขวางเป็นทางเดินในที่ลุ่มหรือที่หล่มก็เรียกว่า ระนาด และไม้ไผ่ที่ถักอย่างเรือกสำหรับรองท้องเรือ ก็เรียกว่า ระนาด แต่คำว่า ระนาด นั้นจะบัญญัติขึ้นใช้เรียกไม้ท่อนเรียงขวางและไม้เรือกรองท้องเรือก่อน แล้วนำมาใช้เรียกเครื่องดนตรีต่อภายหลังหรือจะบัญญัติขึ้นใช้เรียกเครื่องดนตรีก่อน แล้วจึงนำไปใช้เรียกไม้ท่อนเรียงขวางและไม้เรือกรองท้องเรือต่อภายหลัง เป็นเรื่องที่ยังไม่พบข้อตกลงของนักปราชญ์ทางภาษา

                   ผืนระนาดเอกนั้นแต่เดิมเป็นผืนที่ทำมาจากไม้ไผ่บง เนื่องจากไม้ไผ่เป็นไม้ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นต่าง ๆ ส่วนผืนระนาดที่เป็นผืนไม้จริงนั้น เริ่มมีการใช้กันเมื่อประมาณ 30 40 ปีที่แล้วนี้เอง เนื่องจากทำง่ายกว่าผืนที่ทำจากไม้ไผ่บง

              

            

รูปภาพของ sss28180

เก๋คะ

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2 ยังไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ผ่านมา 20 วัน ไม่แก้ไขอะไรเลยนะจ้ะ

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์