เพลงพื้นบ้าน มัธยมศึกษาปีที่ 2

เพลงพื้นบ้าน มัธยมศึกษาปีที่ 2

                      
     

   

             มัลติมีเดียเรื่องเพลงพื้นบ้าน วิชา ท 202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นี้ ได้ผลิตขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากที่ได้เรียนในห้องเรียน และมิได้มุ่งหวังเพื่อการค้าหรือธุรกิจใด ๆ เนื้อหาสาระในสื่อนี้ได้มาจากการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลในเอกสารตำราและหนังสือต่าง ๆ สำหรับภาพประกอบที่นำมาประกอบเนื้อหานั้นเป็นภาพที่ผู้จัดทำได้นำมาจากแหล่งความรู้   เอกสารต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารอ้างอิงข้างต้น 

ที่มา

        เพลงพื้นบ้านของไทยเรานั้นมีมาช้านานแล้ว ถ่ายทอดกันโดยทางมุขปาฐะ จำต่อ ๆ กันมาหลายชั่วอายุคน เชื่อกันว่ามีกำเนิดก่อนศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสียอีก  ต่อมาค่อยมีชื่อเสียง มีแบบสัมผัสคล้องจองท่วงทำนองไปตามภาษาถิ่นนั้น ๆ ในการขับร้องเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ จะมีจังหวะดนตรีท้องถิ่น (Folk music) เข้ามาและมีการร้องรำทำเพลงไปด้วย จึงเกิดเป็นระบำชาวบ้าน (Folk dance) เพลงพื้นบ้านใช้ร้องรำในงานบันเทิงต่าง ๆ มีงานลงแขก เกี่ยวข้าว ตรุษสงกรานต์ ฯลฯ
        สำหรับประวัติความเป็นมาของเพลงพื้นบ้านในประเทศไทยนั้น มีมานานแล้วดังข้อความในศิลาจารึก หลักที่ 1 กล่าวว่า “เสียงพาทย์ เสียงพิน เสียงเลื่อน เสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น   ใครจักมักหัว หัว” และในไตรภูมิพระร่วง ของพญาลิไทกล่าวว่า    “ … บ้างเต้น  บ้างรำบ้างฟ้อนระบำ บรรฤาดุริยดนตรี บ้างดีด บ้างสี บ้างตี บ้างเป่า บ้างขับสรรพสำเนียง เสียงหมู่นักคุณจนกันไปเดียรดาษ…”
        ต่อมาในสมัยอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ มีข้อความในกฎมณเฑียรบาล ตอนที่ 15 ได้กล่าวถึงการเล่นร้องเรือ เป่าขลุ่ย เป่าปี่ ตีทับ ขับรำ ซึ่งเป็นเพลงและดนตรีสมัยนั้น นอกจากนั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายกล่าวถึงการเล่นเพลงเทพทองของพระมหานาค วัด ท่าทราย      ไว้ในหนังสือปุณโณวาทคำฉันท์เป็นการแสดงที่เป็นมหรสพชนิดหนึ่งในงานสมโภชพระพุทธบาทสระบุรี
        ดังนั้นกล่าวได้ว่า ในสมัยอยุธยามีการกล่าวถึงเพลงพื้นบ้านอยู่ 2 ประการคือ เพลงเรือ และเพลงเทพทอง
        ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์     เป็นสมัยที่มีหลักฐานเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ มากที่สุด ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 เป็น “ยุคทอง” ของเพลงพื้นบ้านที่เป็นเพลงปฏิพากย์    (ร้องโต้ตอบกัน) เช่น เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงส่งเครื่อง หรือเพลงทรงเครื่อง
        หลังสมัยรัชกาลที่ 5 อิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกทำให้เกิดเพลงไทยสากลขึ้น เพลงพื้นบ้านจึงเริ่มหมดความนิยมลงทีละน้อย ๆ
        ปัจจุบันเพลงพื้นบ้านได้รับการฟื้นฟูบ้าง จากหน่วยงานที่เห็นคุณค่า แต่ก็เป็นไปในรูปของการอนุรักษ์ไว้เท่านั้น ปัญหาเนื่องมาจากขาดผู้สนใจสืบทอดเพลงพื้นบ้านจึงเสื่อมสูญไปพร้อม ๆ กับผู้เล่น


ศึกษาข้อมูลทั้งหมด คลิกที่นี่

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2547

thaigoodview.com Version 12.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษา
e-mail:
webmaster@thaigoodview.com

สร้างโดย: 
ครูสำเนียง เรียนรัชตะ โรงเรียนศึกษานารี แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ