อาณาจักรสิ่งมีชีวิต

รูปภาพของ mpb12279

แหล่งที่มาของภาพ:http://www.skn.ac.th/skl/skn422/nature/pro1.jpg

 

ลำดับขั้นในการจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต


   ลำดับขั้นของหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต (taxonomy category) มีการจัดลำดับตั้งแต่ใหญ่ที่สุด ถึงเล็กที่สุดดังนี้
1. อาณาจักร (kingdom)
2. ไฟลัม (phylum) หรือดิวิชัน (division)
3. คลาส (class)
4. ออร์เดอร์ (order)
5. แฟมิลี (family)
6. จีนัส (genus)
7. สปีชีส์ (species)
 
      อาร์ เอช วิทเทเคอร์ (R.H.Whittadker) ได้แบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็น 5 อาณาจักร คือ
1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)
2. อาณาจักรฟังใจ (Kingdom Fungi)
3. อาณาจักรโพรติสตา (Kingdom Protista)
4. อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)
5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)

อาณาจักรมอนอรา

 สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้มีโครงสร้างง่าย ๆ  ไม่ซับซ้อน  อาจมีเซลล์เดียวหรือประกอบด้วย หลายเซลล์ก็ได้แต่ยังไม่รวมเป็นเนื้อเยื่อ  เซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (Prokaryote  cell)  สารพันธุกรรมได้แก่กรดนิวคลิอิคประกอบด้วย DNA และ RNA กระจายอยู่ในไซโทพลาซึม  ไม่มีออร์แกแนลที่มีระบบเยื่อบาง ๆ  หุ้ม  ภายในเซลล์มีไรโบโซมขนาดเล็ก  ไม่มีระยะเอมบริโอ  บางชนิดสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้  แต่คลอโรฟิลล์ไม่ได้อยู่ในคลอโรพลาสต์ 

การแบ่งนิวเคลียสไม่ซับซ้อน  สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งได้เป็น 2  ดิวิชัน  ดังนี้
     1. Division  Schizophyta (ดิวิชันซิโซไฟตา) ได้แก่แบคทีเรีย
     2. Division  Cyanophyta หรือ Cyanobacteria (ไซยาโนแบคทีเรีย) ได้แก่สาหร่ายสีเขียวแกม
น้ำเงิน

 ดิวิชันชิโซไฟตา (Division Schizophyta) มีลักษณะสำคัญ ดังนี้


แบคทีเรีย
 
แหล่งที่มาของภาพ:http://www.ucmp.berkeley.edu/bacteria/bacteriamm.html

ผนังเซลล์คล้ายร่างแห เรียกว่า mucopeptide(มิวโคเปปไทด์) หรือ glucosaminopeptide  (กลูโคซามิโนเปปไทด์) เพราะประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโน

รูปร่างของแบคทีเรีย มี 3 แบบ คือ
1. แบบแท่งหรือท่อนทรงประบอก ได้แก่ พวกบาซิลลัส (Bacillus)
2.แบบกลมหรือรี ได้แก่ พวกคอกคัส (Coccus)
3. แบบโค้งงอ ได้แก่ พวกสไปริสลัม (Spirillum) เซลล์คงรูปไม่เปลี่ยนแปลง พวกสไป โรขีต (Spirochete) เซลล์ยืดหยุ่นไม่คงรูป และพวกคอมมา (Comma) เซลล์โค้งคล้ายจุดลูกน้ำ

ดิวิชันไซแอโนไฟตา (Division Cyanophyta) มีลักษณะสำคัญ ดังนี้


แหล่งที่มาของภาพ:http://www.fao.org/docrep/X0086E/X0086E0D.JPG


 เอ แซนโทฟิลล์และ c - phycocyanin (สีน้ำเงิน) กับ c - phycoerythrin (สีแดง)กระจายอยู่ในไซโทพลาซึม  รอบนอกผนังเซลล์มีพอลิแซกคาไรด์หุ้มอยู่ และมีรงควัตถุ แคโรทีนนอยด์และไฟโคบิลินทำให้มีสีต่างกัน เช่น น้ำเงิน แดง ม่วง หรือน้ำตาล สืบพันธุ์แบบ ไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งเซลล์จาก 1 เป็น 2 หรือการขาดเป็นท่อน ๆ (fragmentation) ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมจะสร้าง อะคีนิท (akinete) ซึ่งมีผนังหนาและมีอาหารสะสมในเซลล์มาก ตัวอย่างเช่น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน บางชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนได้ : นอสตอก (Noatoc)แอนาบีนา (Anabaena)เป็นต้น บางชนิดเป็นแหล่งอาหารโปรตีน : สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina)


แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_1.html

 

 อาณาจักรฟังไจ   
  
หมายถึงสิ่งมีชีวิตพวกเห็ดรา ตัวอย่างเช่น ราขนมปัง ยีสต์ ราเขียว ราดำ เห็ตต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศโดยทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ทำให้มีการหมุนเวียนในระบบนิเวศ
เห็ดรา เป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้กินอาหารโดยสร้าง น้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ

      ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักฟังไจ 
  1.อาจมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลายเซลล์
  2.พวกหลายเซลล์ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะเส้นใย เส้นใยแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา(Hypha) ไฮพามักรวมกันเป็นกระจุกเรียกว่าไมซีเลียม(mycelium) ไฮฟามีไรซอยด์
ช่วยยึดเห็ดราให้ติดแน่นกับที่ และบางส่วนของไฮฟาทำหน้า
ที่สร้างสปอร์

 3.โครงสร้างของเซลล์เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต มีผนังเซลล์คล้ายพืช (มีองค์ประกอบเป็นเซลลูโลส และไคทิน) แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ดังนั้นสร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตแบบปรสิตหรือแบบภาวะมีการย่อยสลาย หรือบางชนิดอยู่ร่วมกับสาหร่ายที่ต้องพึ่งพา(ไลเคน)

 4. ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์มีทั้งที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และแบบอาศัยเพศ นอกจากนี้ยังมีการสืบพันธุ์แบบอื่นๆเช่นรา ขนมปัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธี คอนจูเกชัน ยีสต์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ

 การจัดจำพวกฟังไจ
โดยทั่วไปใช้การสร้างสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 4 ดิวิชัน ได้แก่
1. ดิวิชันไซโกไมโคตา(Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)ได้แก่ Rhizopus nigricans เป็นราดำที่ขึ้นบนขนมปัง(Blackbreadmold)ผลไม้และอาหารเน่าเสีย ส่วนใหญ่เป็นราที่อาศัยบนบก
2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores)ราในดิวิชันนี้มีจำนวน ชนิดมากที่สุดตัวอย่างคือsaccharomycescerevisiae หรือ ยีสต์หมักเบียร์(Brewer's yeast) ราสีแดง(Monascussp.) ที่ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ราน้ำค้างและมีบางชนิดสร้างดอกเห็ด ซึ่งใช้เป็นอาหารได้
3. ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)ได้แก่ เห็นที่กิน เป็นอาหารได้และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจตัวอย่าง เห็ดฟาง (volvariclla volvacea) เห็ดหอม (Lentinulaedodes)เห็ดหูหนู เห็ดนางรมเห็ดเป๋าฮื้อเห็ดแชมปิญอง เห็ดกระดุม
4. ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) หรือเรียกอีกอย่างว่า Fungi imperfecti สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกัน(พบว่าส่วนใหญ่ ดูเหมือนเป็นพวกแอสโคสปอร์)เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าfungiimperfecti หมายถึง กลุ่มของรา หลายชนิดที่ไม่พบว่ามีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่ ราที่นำมาผลิตเพนิซิลลิน(Penicilium sp.) ราที่ใช้ผลิตกรดซิตริก (Aspergilus niger) รวมทั้งราที่ใช้ผลิต เนยแข็งราที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เท้าเปื่อย

 แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_2.html

 

 อาณาจักรโพรติสตา

สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโปรติสตา เรียกรวม ๆ ว่า กลุ่มโปรติสต์ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโปรติสตา คือ เป็นเซลล์แบบ Eukaryotic Cell
ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเซลล์เพียงเซลล์เดียว หรือมีหลายเซลล์ ไม่มีการจัดตัวเป็นเนื้อเยื่อ มีลักษณะของทั้งพืช และสัตว์ คือ มีคลอโรฟิลล์เช่นเดียวกับพืช และมีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่นเดียวกับสัตว์

อาณาจักรโปรติสตา แบ่งได้เป็น 1 ไฟลัมและ 8 ดิวิชัน  คือ

1. ไฟลัมโปรโตซัว (Phylum Protozoa)

โปรโตซัว เป็นโปรติสต์เซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ ในตอนแรกจึงถูกจัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ มีลักษณะสำคัญดังนี้

1. เป็นเซลล์เดียวบางชนิดเป็นเซลล์อยู่เดี่ยว ๆ บางชนิดรวมกันเป็นกลุ่ม (colony) มีขนาดเล็กต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
2. ไม่มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใด ๆ มีออร์กาแนลทำหน้าที่ต่าง ๆ ในเซลล์
3. มีเซลล์เมมเบรนเป็นกรอบของเซลล์บางชนิดมีโครงแข็งหุ้มเป็นสารพวกเซลลูโลส หรือเจลาติน
4. ขับถ่ายของเสียที่เป็นของเหลว โดยคอนแทรกไทล์ แวคิวโอล นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ ควบคุมสมดุลน้ำภายในเซลล์ด้วย จึงเรียกคอนแทรไทล์ของโปรโตซัวว่าเป็น ออสโมเรกูเลเดอร์ (osmoregulator)
5. การดำรงชีวิตมีทั้งที่หากินเป็นอิสระในน้ำเน่า เช่น อะมีบา สังเคราะห์ด้วยแสง สร้าง อาหารได้เอง เช่น ยูกลีนา เป็นปรสิต เช่น เชื้อไข้จับสั่น
6. การสืบพันธุ์ ตามปกติจะสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ คือการแบ่งตัวจาก 1 เป็น 2 นอกจากนี้ยังมีการสืบพันธุ์แบบมีเพศ คือการเข้าจับคู่กันหรือการคอนจูเกชัน (conjugation)
7. การเข้าเกราะ (encystment) พบในโปรโตซัวหลายชนิด เช่นยูกลีนา จะเข้าเกราะเมื่อ สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม
8. รูปร่างมีหลายแบบ ส่วนใหญ่เป็นรูปไข่ ยาวรี หรือมีรูปร่างไม่แน่นอน
9. อวัยวะเคลื่อนที่ของโปรโตซัวในแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกัน ซึ่งจะนำมาใช้ในการแบ่ง หมวดหมู่ระดับคลาส เช่น มีแฟลกเจลลา ซีเลีย 

 ดิวิชัน คลอโรไฟตา (Division Chlorophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า สาหร่ายสีเขียวจัดเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด พบทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย บางชนิดลอยตามผิวน้ำ บางชนิดเกาะกับ พืชอื่นหรือก้อนหิน บางชนิดอาศัยอยู่ในเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ในโปรโตซัว ไฮดรา หรือฟองน้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ บางครั้งจะพบว่าน้ำมีสีเขียวเข้ม เกิดขึ้น สีเขียวดังกล่าวคือ สาหร่ายในกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่

 ดิวิชัน ยูกลีโนไฟตา (Division Euglenophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีอยู่ 2 พวกคือ พวกที่สังเคราะห์ อาหารเองได้ และพวกที่สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเป็นเซลล์เดียว เคลื่อนที่ได้ มีลักษณะคล้ายโปรโตซัว  เรียกสิ่งมีชีวิตในดิวิชันนี้ ว่า ยูกลีนา

ดิวิชัน แคโรไฟตา (Division Charophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้พบมากในบ่อน้ำจืดในทะเลสาบ หรือแหล่งน้ำที่มีหินปูนละลายอยู่ สาหร่ายในกลุ่มนี้จะ มีลักษณะคล้ายพืชชั้นสูงมาก เช่น มีส่วนที่ทำหน้าที่ คล้ายลำต้น ใบ และราก

ดิวิชัน ฟีโอไฟตา (Division Phaeophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า สาหร่ายสีน้ำตาล เนื่องจากภายในเซลล์ของสาหร่ายกลุ่มนี้มี รงควัตถุพวก ฟูโคแซนทิน(fucoxanthin) ที่ทำให้เกิดสีน้ำตาลมากกว่ารงควัตถุอื่น สาหร่ายในกลุ่มนี้มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาก คือ บางชนิด ใช้เป็นอาหารโดยตรง ซึ่งนิยมรับประทานกันในยุโรป บางชนิดนำมาสกัดสารประกอบพวกแอลจิน (algin) เพื่อใช้ทำสี ทำยา และขนมหวานบางชนิด


ดิวิชัน คริสโซไฟตา (Division Chrysophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีรงควัตถุฟูโคแซนทิน เหมือนสาหร่ายสีน้ำตาล แต่มีในปริมาณน้อยกว่า แบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ คือ สาหร่ายสีเขียวแกมเหลือง สีน้ำตาลแกมเหลือง และไดอะตอม กลุ่มที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากคือ ไดอะตอม เนื่องจากการตาย ทับถม กันของพวกไดอะตอมเป็น เวลานาน จนกลายเป็นไดอะตอมมาเชียส เอิร์ท (diatomaceous earth) ซึ่งมีประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย เช่น ยาขัดเครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง ใช้ในการฟอกสี และเป็นฉนวน

ดิวิชัน ไพร์โรไฟตา (Division Pyrrophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเซลล์เดียว พบทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ในทะเลบางครั้งจะเกิดปรากฏการณ์ น้ำทะเลเปลี่ยนสี ส่วนใหญ่ จะเกิดจาก สาหร่ายในกลุ่มนี้เจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ (water boom) ซึ่งชาวทะเลเรียกว่า ขี้ปลาวาฬ

 ดิวิชัน โรโดไฟตา (Division Rhodophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า สาหร่ายสีแดง มีประโยชน์ต่อมนุษย์เช่นเดียวกับสาหร่ายสีน้ำตาล เนื่องจากสารเมือกที่สกัดออกจาก ผนังเซลล์เรียกว่า คาร์แรจีแนน (carrageenan) นำมาผลิตเป็นวุ้นได้ นอกจากนี้สาหร่ายสีแดง ยังนำมาประกอบ เป็นอาหารโดยตรงที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ “จีฉ่าย”

ดิวิชันมิกโซไมโคไฟตา ( Division Myxomycophyta) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะ เป็นเมือก ข้นสีขาว สีเหลืองหรือสีส้ม อาศัยอยู่ในบริเวณชื้นเเฉะ เช่น กองไม้ผุ ตามพื้นดินร่มชื้น เช่นเดียวกับเห็ดรา ส่วนใหญ่ดำรงชีพเเบบภาวะมีการย่อยสลาย เเต่ก็มีบางชนิดเป็นปรสิต ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตได้เเก่ พวกราเมือก ( Slime mold )

แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_3.html

 

อาณาจักรของพืช


มีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็นสาร เซลลูโลส สืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ  (alternation of generation) การจำแนกเป็นไฟลัมหรือดิวิชันใช้ลักษณะวัฏจักรชีวิตแบบสลับที่มีระยะแกมีโทไฟต์ (gemetophyte) และสปอโรไฟต์ (sporophyte) การมีท่อลำเลียงอาหารและน้ำ มีรากและใบ และมีดอก (fower) หรือไม่มีดอก แบ่งออกเป็นดิวิชัน ดังนี้

 ดิวิชันไบรโอไฟตา (Division Bryophyta) เป็นพืชขนาดเล็ก ไม่มีระบบท่อลำเลียง มีระยะแกมีโทไฟต์เจริญเป็นอิสระนานกว่าระยะสปอโรไฟต์ ได้แก่ มอสส์ (moss) ลิเวอร์เวิร์ต (liverwort) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)


แหล่งทีมาของภาพ: http://www.kampanmoss.com/th/moss.html
 ดิวิชันไซโลไฟตา (Division Psilophyta) พืชมีลำต้นยาวเรียว เริ่มมีท่อลำเลียง ไม่มีใบและราก ที่แท้จริง ได้แก่สกุล Psilotum หรือหวายทะนอย
 แหล่งที่มาของภาพ: http://www.plantoftheweek.org/week055.shtml
ดิวิชันไลโคไฟตา            (Divison Lycophyta) พืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริง มีท่อลำเลียง ได้แก่ สกุลSelagilnella หรือตีนตุ๊กแก สกุล Lycopediun หรือหญ้ารังไก่ สามร้อยยอด

 
แหล่งที่มาของภาพ: http://www.fernsiam.com/FernWorld/Taxonomy/Lycopodiophyta/Selaginellaceae/walli-0101.jpg

 ดิวิชันสฟีโนไฟตา (Division Sphenophyta) ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อ ๆ มีรากและใบที่แท้จริง มีท่อลำเลียงที่แท้จริง ได้แก่สกุล Equisetum หรือหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า

แหล่งที่มาของภาพ: http://www.cherylsgardenparty.com/2005/2005Graphics/GOM/MinnFall/Equisetum.jpg
 ดิวิชันเทอโรไฟตา (Division Pterophyta) เป็นพืช เริ่มมีท่อลำเลียงพัฒนาดีขึ้น ไม่มีดอก ได้แก่เฟิร์น ผักแว่น จอกหูหนู แหนแดง ชายผ้าสีดา

แหล่งที่มาของภาพ:http://www.dnp.go.th/multi_prov_forest/pic/02.jpg
ดิวิชันไพโนไฟตา (Division Pinophyta) เป็นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้ มีท่อลำเลียงที่พัฒนาดีขึ้น มีรากและใบ มีเมล็ด แต่เมล็ดไม่มีส่วนหุ้มเมล็ด (คือ เปลือย [ghymnosperm]) แบ่งเป็นสามซับดิวิชัน (subdivision) คือ

 ซับดิวิชัน Cycadicae คือพืชพวกปรง (Cycas)

แหล่งที่มาของภาพ: http://www.trekkingthai.com/board/photo/trekking/cRlU5xHe.jpg
ซับดิวิชัน Pinicae ได้แก่ แป๊ะก้วย สกุล Ginkgo และพืชพวกสน เช่น สนสองใบ (Pinus merkusii) สนสามใบ (Pinus Kesiya) ไซเพรสส์ (Cypress) เรดวูด (redwood)

แหล่งที่มาของภาพ:http://media.allrefer.com/s1/l/g0130700-ginkgo.jpg
ซับดิวิชัน Gneticae ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เช่น มะเมื่อย สกุล Gnetum และพืชในทะเลทรายแอฟริกา สกุล Welwitschia

แหล่งที่มาของภาพ: http://www.gibbonproject.org/content/Gibbons/gibbon_diets/F013-Gnetum-sp.jpg
ดิวิชันแมกโนลิโอไฟตา (Division Magnoliophyta) คือพืชไม้ดอกที่มีท่อลำเลียง มีใบและราก มีเมล็ดที่มีรังไข่ห่อหุ้ม แบ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) หรือแบ่งเป็นสองชั้นคือ
 ชั้นแม็กโนลิออปซิดา (Class Magnoliopsida [dicots]) ได้แก่พืชใบเลี้ยงคู่
 ชั้นลิลิออปซิดา      (Class liliopsida [monocots]) ได้แก่พืชใบเลี้ยงเดี่ยว

 
 แหล่งที่มาข้องข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_4.html
อาณาจักรของสัตว์
มีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริโอต การจำแนกเป็นไฟลัมต่างๆใช้ลักษณะสำคัญคือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออกเป็นสอง ซับคิงดอม (Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว (Parazoa) ได้แก่ฟองน้ำและซับคิงดอมเมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สัตว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญมี 9 ไฟลัมคือ
1. ไฟลัมพอริเฟอรา (Phylum Porifera)
2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Phylun Coelenterata)
3. ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส (Phylum Platyhelminthes
4. ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda)
5. ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida)
6. ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca)
7. ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda
8. ไฟลัมอีไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata
9. ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata)
 
  
1.ไฟลัมพอริเฟอรา   (Phylum Porifera) เป็นสัตว์หลายเซลล์ ไม่มีสมมาตร ลำตัวเป็นรูพรุน มีช่องน้ำเข้าและช่องน้ำออก มีโครงร่างแข็งหรือเป็นเส้นใยโปรตีน เช่น ฟองน้ำแก้ว สกุล Euplectella ฟองน้ำน้ำจืด สกุล Spongilla ฟองน้ำถูตัว สกุล Spongia 

2.ไฟลัมซีเลนเทอราตา   (Phylun Coelenterata) เป็นสัตว์ที่มีเนื้อเยื่อสองชั้น มีสมมาตรแบบ รัศมี(radial symmetry) มีท่อทางเดินอาหาร แต่ไม่มีช่องตัว มีเซลล์ไนโดไซต์ (cnidocyte) สร้างเข็มพิษ (nematocyst)

3.ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส                  (Phylum Platyhelminthes) ได้แก่ หนอนตัวแบน มีเนื้อเยื่อสามชั้น ไม่มีช่องตัว มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralsymmetry) มีระบบย่อยอาหาร (บางชนิดไม่มี)

4.ไฟลัมเนมาโทดา       (Nematoda) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวเทียม (pseudocoet) เช่น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) โรคเท้าช้าง (Brugia malayi)

5.ไฟลัมแอนเนลิดา   (Phylum Annelida) หนอนปล้อง ลำตัวแบ่งเป็นปล้องชัดเจน มีเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวที่แท้จริง (coelom) มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท

6.ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ลำตัวนิ่มมักมีเปลือกหุ้มเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตร ด้านข้างมีช่องตัวลดรูปจนมีขนาดเล็ก มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท

7.ไฟลัมอาร์โทรโพดา  (Phylum Arthropoda) สัตว์ที่มีลำตัวแบ่งเป็นปล้องมีโครงร่างภายนอก หรือเปลือกปกคลุม ขาต่อเป็นข้อๆ สมมาตรแบบด้านข้างมีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็น สองซับไฟลัม คือ เคลิเซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และซับไฟลัมแมนดิบูลาตา (Mandibulata) เช่น กุ้ง ปู ตะขาบ กิ้งกือ

8.ไฟลัมอีไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมด ผิวหนังมีหนาม ตัวอ่อนมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมีมีระบบน้ำใช้ในการเคลื่อนที่ มีระบบไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร

9.ไฟลัมคอร์ดาตา                    (Phylum Chordata) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรด้านข้าง มีช่องตัวอย่างแท้จริง มีระบบต่างๆพัฒนาสูงสุด
 

แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_5.html#
รูปภาพของ mpbprompornpat

ตรวจแล้วคะ

รูปภาพของ mpb12148

เนื้อหาดีมีภาพประกอบ ดีมากเลยค่ะ

รูปภาพของ mpb12104

ดีมากเลย

รูปภาพของ mpb12187

เนื้อหาน่าสนจัยดีSmile

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 140 คน กำลังออนไลน์