อาณาจักรสิ่งมีชีวิต

รูปภาพของ mpb12279

แหล่งที่มาของภาพ:http://www.skn.ac.th/skl/skn422/nature/pro1.jpg

 

ลำดับขั้นในการจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต


   ลำดับขั้นของหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต (taxonomy category) มีการจัดลำดับตั้งแต่ใหญ่ที่สุด ถึงเล็กที่สุดดังนี้
1. อาณาจักร (kingdom)
2. ไฟลัม (phylum) หรือดิวิชัน (division)
3. คลาส (class)
4. ออร์เดอร์ (order)
5. แฟมิลี (family)
6. จีนัส (genus)
7. สปีชีส์ (species)
 
      อาร์ เอช วิทเทเคอร์ (R.H.Whittadker) ได้แบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็น 5 อาณาจักร คือ
1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)
2. อาณาจักรฟังใจ (Kingdom Fungi)
3. อาณาจักรโพรติสตา (Kingdom Protista)
4. อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)
5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)

อาณาจักรมอนอรา

 สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้มีโครงสร้างง่าย ๆ  ไม่ซับซ้อน  อาจมีเซลล์เดียวหรือประกอบด้วย หลายเซลล์ก็ได้แต่ยังไม่รวมเป็นเนื้อเยื่อ  เซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (Prokaryote  cell)  สารพันธุกรรมได้แก่กรดนิวคลิอิคประกอบด้วย DNA และ RNA กระจายอยู่ในไซโทพลาซึม  ไม่มีออร์แกแนลที่มีระบบเยื่อบาง ๆ  หุ้ม  ภายในเซลล์มีไรโบโซมขนาดเล็ก  ไม่มีระยะเอมบริโอ  บางชนิดสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้  แต่คลอโรฟิลล์ไม่ได้อยู่ในคลอโรพลาสต์ 

การแบ่งนิวเคลียสไม่ซับซ้อน  สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งได้เป็น 2  ดิวิชัน  ดังนี้
     1. Division  Schizophyta (ดิวิชันซิโซไฟตา) ได้แก่แบคทีเรีย
     2. Division  Cyanophyta หรือ Cyanobacteria (ไซยาโนแบคทีเรีย) ได้แก่สาหร่ายสีเขียวแกม
น้ำเงิน

 ดิวิชันชิโซไฟตา (Division Schizophyta) มีลักษณะสำคัญ ดังนี้


แบคทีเรีย
 
แหล่งที่มาของภาพ:http://www.ucmp.berkeley.edu/bacteria/bacteriamm.html

ผนังเซลล์คล้ายร่างแห เรียกว่า mucopeptide(มิวโคเปปไทด์) หรือ glucosaminopeptide  (กลูโคซามิโนเปปไทด์) เพราะประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโน

รูปร่างของแบคทีเรีย มี 3 แบบ คือ
1. แบบแท่งหรือท่อนทรงประบอก ได้แก่ พวกบาซิลลัส (Bacillus)
2.แบบกลมหรือรี ได้แก่ พวกคอกคัส (Coccus)
3. แบบโค้งงอ ได้แก่ พวกสไปริสลัม (Spirillum) เซลล์คงรูปไม่เปลี่ยนแปลง พวกสไป โรขีต (Spirochete) เซลล์ยืดหยุ่นไม่คงรูป และพวกคอมมา (Comma) เซลล์โค้งคล้ายจุดลูกน้ำ

ดิวิชันไซแอโนไฟตา (Division Cyanophyta) มีลักษณะสำคัญ ดังนี้


แหล่งที่มาของภาพ:http://www.fao.org/docrep/X0086E/X0086E0D.JPG


 เอ แซนโทฟิลล์และ c - phycocyanin (สีน้ำเงิน) กับ c - phycoerythrin (สีแดง)กระจายอยู่ในไซโทพลาซึม  รอบนอกผนังเซลล์มีพอลิแซกคาไรด์หุ้มอยู่ และมีรงควัตถุ แคโรทีนนอยด์และไฟโคบิลินทำให้มีสีต่างกัน เช่น น้ำเงิน แดง ม่วง หรือน้ำตาล สืบพันธุ์แบบ ไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งเซลล์จาก 1 เป็น 2 หรือการขาดเป็นท่อน ๆ (fragmentation) ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมจะสร้าง อะคีนิท (akinete) ซึ่งมีผนังหนาและมีอาหารสะสมในเซลล์มาก ตัวอย่างเช่น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน บางชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนได้ : นอสตอก (Noatoc)แอนาบีนา (Anabaena)เป็นต้น บางชนิดเป็นแหล่งอาหารโปรตีน : สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina)


แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_1.html

 

 อาณาจักรฟังไจ   
  
หมายถึงสิ่งมีชีวิตพวกเห็ดรา ตัวอย่างเช่น ราขนมปัง ยีสต์ ราเขียว ราดำ เห็ตต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศโดยทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ทำให้มีการหมุนเวียนในระบบนิเวศ
เห็ดรา เป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้กินอาหารโดยสร้าง น้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ

      ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักฟังไจ 
  1.อาจมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลายเซลล์
  2.พวกหลายเซลล์ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะเส้นใย เส้นใยแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา(Hypha) ไฮพามักรวมกันเป็นกระจุกเรียกว่าไมซีเลียม(mycelium) ไฮฟามีไรซอยด์
ช่วยยึดเห็ดราให้ติดแน่นกับที่ และบางส่วนของไฮฟาทำหน้า
ที่สร้างสปอร์

 3.โครงสร้างของเซลล์เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต มีผนังเซลล์คล้ายพืช (มีองค์ประกอบเป็นเซลลูโลส และไคทิน) แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ดังนั้นสร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตแบบปรสิตหรือแบบภาวะมีการย่อยสลาย หรือบางชนิดอยู่ร่วมกับสาหร่ายที่ต้องพึ่งพา(ไลเคน)

 4. ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์มีทั้งที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และแบบอาศัยเพศ นอกจากนี้ยังมีการสืบพันธุ์แบบอื่นๆเช่นรา ขนมปัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธี คอนจูเกชัน ยีสต์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ

 การจัดจำพวกฟังไจ
โดยทั่วไปใช้การสร้างสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 4 ดิวิชัน ได้แก่
1. ดิวิชันไซโกไมโคตา(Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)ได้แก่ Rhizopus nigricans เป็นราดำที่ขึ้นบนขนมปัง(Blackbreadmold)ผลไม้และอาหารเน่าเสีย ส่วนใหญ่เป็นราที่อาศัยบนบก
2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores)ราในดิวิชันนี้มีจำนวน ชนิดมากที่สุดตัวอย่างคือsaccharomycescerevisiae หรือ ยีสต์หมักเบียร์(Brewer's yeast) ราสีแดง(Monascussp.) ที่ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ราน้ำค้างและมีบางชนิดสร้างดอกเห็ด ซึ่งใช้เป็นอาหารได้
3. ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)ได้แก่ เห็นที่กิน เป็นอาหารได้และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจตัวอย่าง เห็ดฟาง (volvariclla volvacea) เห็ดหอม (Lentinulaedodes)เห็ดหูหนู เห็ดนางรมเห็ดเป๋าฮื้อเห็ดแชมปิญอง เห็ดกระดุม
4. ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) หรือเรียกอีกอย่างว่า Fungi imperfecti สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกัน(พบว่าส่วนใหญ่ ดูเหมือนเป็นพวกแอสโคสปอร์)เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าfungiimperfecti หมายถึง กลุ่มของรา หลายชนิดที่ไม่พบว่ามีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่ ราที่นำมาผลิตเพนิซิลลิน(Penicilium sp.) ราที่ใช้ผลิตกรดซิตริก (Aspergilus niger) รวมทั้งราที่ใช้ผลิต เนยแข็งราที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เท้าเปื่อย

 แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter7/p8_2.html

 

 อาณาจักรโพรติสตา

สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโปรติสตา เรียกรวม ๆ ว่า กลุ่มโปรติสต์ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโปรติสตา คือ เป็นเซลล์แบบ Eukaryotic Cell
ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเซลล์เพียงเซลล์เดียว หรือมีหลายเซลล์ ไม่มีการจัดตัวเป็นเนื้อเยื่อ มีลักษณะของทั้งพืช และสัตว์ คือ มีคลอโรฟิลล์เช่นเดียวกับพืช และมีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่นเดียวกับสัตว์

อาณาจักรโปรติสตา แบ่งได้เป็น 1 ไฟลัมและ 8 ดิวิชัน  คือ

1. ไฟลัมโปรโตซัว (Phylum Protozoa)

โปรโตซัว เป็นโปรติสต์เซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ ในตอนแรกจึงถูกจัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ มีลักษณะสำคัญดังนี้

1. เป็นเซลล์เดียวบางชนิดเป็นเซลล์อยู่เดี่ยว ๆ บางชนิดรวมกันเป็นกลุ่ม (colony) มีขนาดเล็กต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
2. ไม่มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใด ๆ มีออร์กาแนลทำหน้าที่ต่าง ๆ ในเซลล์
3. มีเซลล์เมมเบรนเป็นกรอบของเซลล์บางชนิดมีโครงแข็งหุ้มเป็นสารพวกเซลลูโลส หรือเจลาติน
4. ขับถ่ายของเสียที่เป็นของเหลว โดยคอนแทรกไทล์ แวคิวโอล นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ ควบคุมสมดุลน้ำภายในเซลล์ด้วย จึงเรียกคอนแทรไทล์ของโปรโตซัวว่าเป็น ออสโมเรกูเลเดอร์ (osmoregulator)
5. การดำรงชีวิตมีทั้งที่หากินเป็นอิสระในน้ำเน่า เช่น อะมีบา สังเคราะห์ด้วยแสง สร้าง อาหารได้เอง เช่น ยูกลีนา เป็นปรสิต เช่น เชื้อไข้จับสั่น
6. การสืบพันธุ์ ตามปกติจะสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ คือการแบ่งตัวจาก 1 เป็น 2 นอกจากนี้ยังมีการสืบพันธุ์แบบมีเพศ คือการเข้าจับคู่กันหรือการคอนจูเกชัน (conjugation)
7. การเข้าเกราะ (encystment) พบในโปรโตซัวหลายชนิด เช่นยูกลีนา จะเข้าเกราะเมื่อ สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม
8. รูปร่างมีหลายแบบ ส่วนใหญ่เป็นรูปไข่ ยาวรี หรือมีรูปร่างไม่แน่นอน
9. อวัยวะเคลื่อนที่ของโปรโตซัวในแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกัน ซึ่งจะนำมาใช้ในการแบ่ง หมวดหมู่ระดับคลาส เช่น มีแฟลกเจลลา ซีเลีย 

 ดิวิชัน คลอโรไฟตา (Division Chlorophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า สาหร่ายสีเขียวจัดเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด พบทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย บางชนิดลอยตามผิวน้ำ บางชนิดเกาะกับ พืชอื่นหรือก้อนหิน บางชนิดอาศัยอยู่ในเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ในโปรโตซัว ไฮดรา หรือฟองน้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ บางครั้งจะพบว่าน้ำมีสีเขียวเข้ม เกิดขึ้น สีเขียวดังกล่าวคือ สาหร่ายในกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่

 ดิวิชัน ยูกลีโนไฟตา (Division Euglenophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีอยู่ 2 พวกคือ พวกที่สังเคราะห์ อาหารเองได้ และพวกที่สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเป็นเซลล์เดียว เคลื่อนที่ได้ มีลักษณะคล้ายโปรโตซัว  เรียกสิ่งมีชีวิตในดิวิชันนี้ ว่า ยูกลีนา

ดิวิชัน แคโรไฟตา (Division Charophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้พบมากในบ่อน้ำจืดในทะเลสาบ หรือแหล่งน้ำที่มีหินปูนละลายอยู่ สาหร่ายในกลุ่มนี้จะ มีลักษณะคล้ายพืชชั้นสูงมาก เช่น มีส่วนที่ทำหน้าที่ คล้ายลำต้น ใบ และราก

ดิวิชัน ฟีโอไฟตา (Division Phaeophyta) สาหร่ายในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า สาหร่ายสีน้ำตาล เนื่องจากภายในเซลล์ของสาหร่ายกลุ่มนี้มี รงควัตถุพวก ฟูโคแซนทิน(fucoxanthin) ที่ทำให้เกิดสีน้ำตาลมากกว่ารงควัตถุอื่น สาหร่ายในกลุ่มนี้มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาก คือ บางชนิด ใช้เป็นอาหารโดยตรง ซึ่งนิยมรับประทานกันในยุโ