แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย:ชมพูพันธุ์ทิพย์

รูปภาพของ sss280113

qrcode

แหล่งที่มาของภาพ : http://www.trekkingthai.com/webboard/trip/3408-1.jpg

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.) DC. 
ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae 
ชื่อสามัญ :    Pind tecoma,   Pink trumpet tree, Rosy trumpet-tree 
ชื่อพื้นเมือง : ชมพูอินเดีย ตาเบบูยา ธรรมบูชา 
ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น  
ขนาด [Size] : สูง 15-25 เมตร 
สีดอก [Flower Color] : สีชมพูอ่อน ชมพูสด ขาว 
ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : ก.พ.-เม.ย. 
อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว  
ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป 
ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง  
แสง [Light] : แดดเต็มวัน 
ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :  ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้าง เป็นชั้นๆ เปลือกต้นเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาล เมื่ออายุมากเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย 
ใบ (Foliage) :  ใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร   ปลายใบแหลม
หรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม 
ดอก (Flower) : สีชมพูอ่อน ชมพูสดและขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง   มีดอก-
ย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร   ยาว 5-7 เซนติเมตร มักบาน พร้อมกัน ร่วงง่าย ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร 
ผล (Fruit) : ผลแห้งแตก เป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบน สีน้ำตาล  มีปีก 
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) :  ทรงพุ่มสวย  ดอกสวยมีสีสัน  ให้ร่มเงา  ปลูกริมถนน ลานจอดรถ
ปลูกเป็นกลุ่มในสนามโล่ง ทนน้ำท่วมชัง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น ดอกร่วงมาก 


เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง  สูงราว ๘-๑๒ เมตร ใบเป็นแบบผสม  มีใบย่อย ๕ ใบบนต้นเดียวกัน  แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม  ผิวไม่เรียบ  ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร  กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น    ชมพูพันธุ์ทิพย์  ใบแก่และทิ้งใบในฤดูหนาว  ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม  หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน  ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน  ช่อละ ๕-๘ ดอก  ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร  คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น ๕ กลีบ  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบๆ และร่วงหล่นง่าย  จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบๆ ต้น  งดงามพอๆ กับที่บานอยู่บนต้น  ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร  ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร

 

 

แหล่งที่มาของภาพ http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/Trees/

 

สีของกลีบดอกปกติเป็นสีชมพูสดใส  แต่มีความเข้มและจางแตกต่างกันไป  โดยเฉพาะต้นที่เกิดจากเมล็ดจะมีความผันแปรมากมาย  ตั้งแต่สีชมพูจางเกือบขาวไปจนถึงสีเข้มเกือบเป็นสีม่วงแดง เมื่อดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นแล้ว  จะติดฝักรูปร่างคล้ายมวนบุหรี่  ยาวราว  ๑๕ เซนติเมตร  เมื่อฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม  จะแตกออกด้านเดียวตามยาว  แล้วเมล็ดที่มีปีกก็ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ
ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์  อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้  ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย
สำหรับประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า  เป็นผู้นำเข้ามาในประเทศครั้งแรกคือ  กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต  และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์  บริพัตร  จึงตั้งชื่อตามสีดอก และเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้าว่า  ชมพูพันธุ์ทิพย์  ชื่อเดิมคือ ตาเบบูย่า  มีชื่ออื่นๆ คือ  แตรชมพู  ธรรมบูชา  ชื่อในภาษาอังกฤษคือ  Pink  Trumpet Tree ตามลักษณ์ของดอกนั่นเอง

ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย  ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  และโรคแมลง  โตเร็ว  มีดอกงดงาม  จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการสวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่เพิ่งเข้ามาเมืองไทยได้ไม่กี่สิบปี  จึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหารเท่าที่สังเกตดูดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์น่าจะไม่มีพิษภัย  อาจจะนำมาประกอบอาหารได้  เช่น  การชุบแป้งทอด  เป็นต้น  นอกเหนือจากการรวบรวมไปหมักปุ๋ยน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์ไม่ว่าบรรยากาศบ้านเมืองร้อนรุ่มอย่างไร  หากคนไทยมองโลกในแง่ดี  มองเห็นความสดใสงดงามจากธรรมชาติและฤดูกาล  ดังเช่นจากดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ในยามนี้  ก็เชื่อแน่ว่าคนไทยจะนำพาชาติบ้านเมืองผ่านพ้นทางตัน  และพบความสงบ  สันติสุขได้ในไม่ช้า

 

 

The Pink Trumpet Tree which is a close relative of the Silver Trumpet Tree or Yellow Tab can grow to a height of 30 feet. The bright colored flowers of these trees along with their tolerance of a wide range of soil conditions make them a favorite street tree in many cities.The tubular shape of the flowers give this family of trees its common name.The Trumpet Trees are native to Central and South America.

 

แหล่งอ้างอิง:http://www.coralsprings.org/environment/ShadeTreeList/Pink%20Trumpet%20Tree.cfm

 

 

วิชาภาษาไทย

ชมพูพันธุ์ทิพย์เด่นงามอร่ามศรี                ช่วงต้นปีออกดอกมีสีสัน

ม่วงอมชมพูดูสวยปะปนกัน                       ต้นสูงชันงามสง่าน่ารื่นรมย์

ต้นกำเนิดเกิดมาจากอเมริกา                     ไทยนำมาขยายพันธุ์ได้เหมาะสม

แพร่หลายเป็นที่รู้จักคนนิยม                      เราชื่นชมดอกไม้ประจำโรงเรียน

วิชา ศิลปะ

 ต้นชมพูพันธ์ทิพย์ มีสีชมพู  ให้ความหมาย คือ ความสดใสบริสุทธิ์ของวัยสาว ความรักอันบริสุทธ์ ความเบิดบาน ความคิดและจิตวิญญาณที่ปราศจากจริตมายาในทางจิตวิทยา สีชมพูบอกถึงความละมุนละไมความอ่อนเยาว์สดใส ซึ่งพิจารณาดูแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ ฮวงจุ้ย ได้บอกไว้เช่นกัน ด้วยคุณลักษณะของสีชมพูคงไม่มีใคร ปฎิเสธถึงความอ่อนหวานน่ารัก แม่ส่วนมากมักเลือกเสื้อผ้าเครื่องใช้ รวมถึงตกแต่งห้องด้วย สีชมพูเตรียม ไว้ให้ลูกสาว เพราะนอกจากจะเป็นสีแห่งความอ่อนหวานแล้ว การเลือกสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิงนั้น เสมือนการอวยพรให้เด็กเป็นคนที่อ่อนหวาน งดงามน่ารักบริสุทธิ์

วิชาสังคมศึกษา สาสนา และวัฒนธรรม

ชมพู่ พันทิพย์เป็นไม้นำมาจากต่างประเทศ แต่เมื่ออยู่ในไทยนานเข้าก็ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้ดี ทั้งทนแล้ง ทนน้ำท่วมชั่วคราว และเมื่อผ่านฤดูหนาว หรือกระทบหนาวก็ออกดอกสีชมพูสวยงาม เหมือนอยู่ในอินเดียอันเป็นถิ่นเดิม ก่อนที่หม่อมพันทิพย์ บริพัตร จะนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ชื่อเดิมคือชมพู่อินเดีย และชื่อสกุลคือเตบาบูญ่า เนื้อไม้คล้ายไม้เพาว์โลว์เนีย ซึ่งเป็นพืชในตระกูลใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่มีการปลูกมากเป็นแหล่งใหญ่ แต่การมีเนื้อขาวน้ำหนักเบา น่าจะทำเฟอร์นิเจอร์ได้ดีแบบไม้เนื้ออ่อนทั่วไป 

วิชาวิทยาศาสตร์

    ชมพูพันธุ์ทิพย์  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Tabebuia  heterophylla  (DC)  Briton.  อยู่ในวงศ์  Bignoniaceae  เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง  เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง  สูงราว ๘-๑๒ เมตร  ใบเป็นแบบผสม  มีใบย่อย ๕ ใบบนต้นเดียวกัน  แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม  ผิวไม่เรียบ  ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร  กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น  ชมพู พันธุ์ทิพย์  ใบแก่และทิ้งใบในฤดูหนาว  ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม  หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน  ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน  ช่อละ ๕-๘ ดอก    ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร  คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น ๕ กลีบ  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบๆ และร่วงหล่นง่าย  จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบๆ ต้น  งดงามพอๆ กับที่บานอยู่บนต้น  ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร 
ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร   สีของกลีบดอกปกติเป็นสีชมพูสดใส  แต่มีความเข้มและจางแตกต่างกันไป  โดยเฉพาะต้นที่เกิดจากเมล็ดจะมีความผันแปรมากมาย  ตั้งแต่สีชมพูจางเกือบขาวไปจนถึงสีเข้มเกือบเป็นสีม่วงแดง  เมื่อดอกชมพู พันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นแล้ว จะติดฝักรูปร่างคล้ายมวนบุหรี่  ยาวราว  ๑๕ เซนติเมตร  เมื่อฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม  จะแตกออกด้านเดียวตามยาว  แล้วเมล็ดที่มีปีกก็ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ
ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์  อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้  ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย
สำหรับ ประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า  เป็นผู้นำเข้ามาในประเทศครั้งแรกคือ  กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต  และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์  บริพัตร  จึงตั้งชื่อตามสีดอก และเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้าว่า  ชมพูพันธุ์ทิพย์  ชื่อเดิมคือ ตาเบบูย่า  มีชื่ออื่นๆ คือ  แตรชมพู  ธรรมบูชา  ชื่อในภาษาอังกฤษคือ  Pink  Trumpet Tree ตามลักษณ์ของดอกนั่นเอง

ลักษณะทางชีวภาพ

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว

ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป

ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง

แสง [Light] : แดดเต็มวัน

ลักษณะทางเคมี

รากใช้ปรุงเป็นยาขับประจำเดือน

สามารถนำไปศึกษาเพื่อหาประโยชน์อื่นๆเพื่อเติมได้หลากหลายทาง ดังเช่นตัวอย่าง

    ประมาณ ปี พ ศ. 2540 มีการเตรียมสร้างตึกใหม่หลายตึกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขณะนั้นมีงานทดลอง ปลูกเห็ดธรรมชาติหลายชนิดที่ภาควิชาจุลชีววิทยา มก. จึงได้มีการนำท่อนไม้ชมพูพันธุ์ทิพย์ มาเพาะเชื้อเห็ดต่างๆ คือเห็ดหูหนู เห็ดลม เห็ดขอนขาว เห็ดตีนแรด เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นต้น โดยเจาะรูลึกครึ่งนิ้ว ขนาดกว้างครึ่งนิ้ว ถ้าบริเวณใดมีเปลือกหนาก็เจาะให้ลึกยิ่งขึ้นจนทะลุเปลือก ลงไปถึงเนื้อไม้หน่อยหนึ่ง ใส่เชื้อเห็ดที่จากเมล็ดข้าวฟ่าง ปิดด้วยผ้าพลาสติกเก็บไว้ในที่ร่ม 1 เดือนจึงนำมาวางบริเวณข้างตึกจุลชีววิทยา เพื่อให้เปียกฝน ถ้าฝนไม่ตกก็รดน้ำ เวลาผ่านไป 3 เดือนเห็ดที่เพาะเชื้อลงไปก็ออกมากระปริบกระปรอย จำนวนน้อย ไม่พอที่นำมาบันทึกเป็นตัวเลขได้ แต่เมื่อเข้าเดือนที่ 3 กลับพบเห็ดตีนปลอกขึ้นที่ท่อนไม้จำนวนมาก จากนั้นเวลาที่ฝนตกมากก็จะมีการเกิดดอกเห็ดตีนปลอกขึ้นเป็นจำนวนมากทุกครั้ง ต่อเนื่องหลายปีจนกระทั่งท่อนไม้ผุพังสลายตัวหมดสภาพไป ครั้งแรกมองผิวเผินเข้าใจว่าเป็นเห็ดกระด้างหรือเห็ดลม แต่เมื่อตรวจสอบกับหนังสือเห็ดเมืองไทยของอาจารย์อนงค์ จันทร์ศรีกุล แล้วจึงจำแนกว่าเป็นเห็ดตีนปลอก

วิชาภาษาต่างประเทศ

    his species is distributed from southern México, to Venezuela and Ecuador. It has been found growing from sealevel to 1,200 m (3,937 ft), in temperatures ranging from 20°C to 30°C on average, with annual rainfall above 500 mm, and on soils with very variable pH.

    The tree crown is wide, with irregular, stratified ramification and only few thick branches. The bark can be gray to brown, in varying darkness and may be vertically fissured. Leaves are compound, digitate and deciduous. Each leaf has five leaflets of variable size, the middle one being the largest. Flowering occurs mainly in January and February, and is generally associated with dry periods; although flowering has also been observed in August, September, April and May. Flowers are large, in various tones of pink to purple, and appear while the tree has none, or very few, leaves. Pollination occurs probably by insects, although the flowers are visited by many birds such as tanagers, hummingbirds and orioles. The long and slender fruit capsules can measure up to 35 cm (14 in) and appear from February through April. After the drying fruit dehisces, the anemochorous, hyaline-membrane-winged seeds are released. There are an average of 45,000 seeds per kg with up to 13% water content. Germination of seeds is extremely easy and efficient, reaching almost 100%. It is a fairly fast growing tree[citation needed].

    This tree is often seen in Neotropical cities, where it is often planted in parks and gardens. In the rainy season it offers great shade[original research?] and, in the dry season, abundant flowers are present on the defoliated trees.

 วิชาการงานอาชีพ

ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย  ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  และโรคแมลง  

โตเร็ว  มีดอกงดงาม  จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ   สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง  เนื่องจากเป็นต้น

ไม้ที่เพิ่งเข้ามาเมืองไทยได้ไม่กี่สิบปี จึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหาร   เท่าที่สังเกตดูดอกของชมพูพันธุ์

ทิพย์น่าจะไม่มีพิษภัย  อาจจะนำมาประกอบอาหารได้  เช่น  การชุบแป้งทอด  เป็นต้น  นอกเหนือจากการรวบรวมไปหมักปุ๋ยน้ำ   หรือน้ำ

จุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์ 

วิชาสุขศึกษา

สามารถนำ ใบต้ม แก้เจ็บท้อง หรือ ท้องเสีย

ตำให้ละเอียดใส่แผล

ลำต้น ใช้ทำฟืน และ เยื่อใช้ทำกระดาษได้

 วิชานาฎศิลป์

 

แหล่งที่มาวีดีโอ:http://www.youtube.com/watch?v=3AGmaJK6B-s

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2 ยังไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ผ่านมา 12 วัน ไม่แก้ไขอะไรเลยนะจ้ะ

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 174 คน กำลังออนไลน์