ดอกบัว

รูปภาพของ sss28062

ดอกบัว
       

บัว  พันธุ์ไม้น้ำที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่องและคุณงามความดีในพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบระดับสติปัญญาของมนุษย์กับการเจริญเติบโตของบัว  เป็น 4 เหล่าคือ  บัวในโคนตม  บัวใต้น้ำ  บัวปิ่มน้ำ  และบัวเหนือน้ำ  บัวเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ดูสง่างาม  ดอกมีขนาดใหญ่  มีสีสันสวยงาม  เด่นสะดุดตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็น
บางชนิดมีกลิ่นหอมน่าชื่นชม  ด้วยเหตุนี้เองบัวจึงได้รับสมญาว่า "ราชินีแห่งไม้น้ำ"
บัว  เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีอายุหลายปี  พบได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาว  จำแนกถิ่นกำเนิดและการเจริญเติบโตได้ 2 จำพวกคือ

 

 

 

บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตอบอุ่นและเขตหนาว (Subtropical and Temperate Zones)  เช่น  ยุโรป  อเมริกาเหนือ  ภาคใต้ของอเมริกาใต้  ตอนเหนือของอินเดีย  จีนและออสเตรเลีย   บัวประเภทนี้มีเหง้าสะสมอาหารอยู่ในดิน  เมื่อถึงฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นแผ่นน้ำแข็ง  จะทิ้งใบและอาศัยอาหารในเหง้าเลี้ยงตัวเอง  เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิน้ำแข็งละลายหมดก็จะเจริญแตกหน่อต้นใหม่ และจะเจริญเติบโตออกดอกออกผลหมุนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป  เรียกบัวประเภทนี้ว่า Hardy Type หรือ Hardy Waterlily  นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Castalia Group หรือ อุบลชาติประเภทยืนต้น
บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตร้อน (Tropical Zones)  เช่น  ทวีปเอเซียตอนกลางและตอนใต้  อาฟริกา  ออสเตรเลียตอนเหนือ  อเมริกากลางและอเมริกาใต้  บัวประเภทนี้กำเนิดและเจริญเติบโตได้ในเขตร้อนเขตเดียว  ถ้านำไปปลูกในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว เมื่อเข้าฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นน้ำแข็งทำให้บัวประเภทนี้ต้องตายไป  จึงเรียกบัวประเภทนี้ว่า Tropical Type หรือ Tropical Waterlily  นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Lotus Group หรือ อุบลชาติประเภทล้มลุก

 

 การดูแลรักษา

แสง                                    ต้องการแสงแดดอ่อน จนถึงแสงแดดจัด

น้ำ                                      ต้องการปริมาณน้ำมาก เพราะเป็นพืชเจริญอยู่ในน้ำ

ดิน                                     ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์

ปุ๋ย                                     ในระยะแรกก่อนปลูกใช้ปุ๋ยคอก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0
อัตรา 200-300 กรัม/กอ โดยหว่านลงน้ำ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธุ์                    การเพาะเมล็ด การแยกกอ

วิธีที่นิยมและได้ผลดีคือ       การแยกกอจากหัวหรือเหง้า

โรคศัตรู                             โรครากเน่า เพลี้ยต่าง ๆ

อาการ                                ใบและก้านใบเหลือง แห้งเหี่ยว และแคระแกร็น ใบอ่อนหงิกงอ ใบและดอกบัวแคระแกร็น

การป้องกัน                         การรักษาความสะอาดดินปลูกและคุณภาพน้ำ หลีกเลี่ยงบริเวณเพลี้ยระบาด

การกำจัด                            ทำลายต้นที่เป็นโรคทิ้งแล้วปลูกใหม่ ใชยาโดไม้ที อัตราและคำแนะนำระบุไว้ในฉลาก  กล้วยไม้

 

ชนิดของบัวที่นิยมปลูกเป็นไม้มงล
1. บัวหลวง                  : ( Nelumbo nucifera)

2. บัวฝรั่ง         :           ( Zephyranthes rosaw)

3.บัวผัน บัวเผื่อน        : ( Nymphacea lotus)

4. บัวสาย บัวจงกลนี    : ( Nymphacea lotus)

5. บัวกระด้ง                : (Victoria amazonica)


ลักษณะทั่วไป
บัวเป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดิน ใต้น้ำการเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ มีสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายขั้น ลักษณะดอกคล้ายรูปกรวย เวลาบานคล้ายกับร่ม ดอกมีสีขาว ชมพู เหลือง ผลคือส่วนที่อยู่ตรงกลางดอก ซึ่งมีเมล็ดประกอบอยู่ภายในจำนวนมาก ลักษณะ ขนาดสีสรร ของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์

การเป็นมงคล

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นบัวไว้ปรจำบ้าน จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ ความเบิกบาน เพราะการเปรียบเทียบดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำว่า เป็นผู้ที่หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เป็นผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าช่วยทำให้เกิดความห่วงใยความผูกพันธ์ของคนในครอบครัว เพราะสายใยบัวคือ ความห่วงใย ความผูกพันธ์

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นบัวไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในปีจอ เพราะต้นบัวเป็นต้นไม้ประจำปีจอ นอกจากนี้หากผู้อาศัยในบ้านเกิดในปีจอด้วยแล้วก็จะเป็นมงคลยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

 

การปลูก วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี คือ

1.) การปลูกในปลูกในสระหรือบ่อ
1.1 สระขนาดใหญ หรือเรียกว่าการทำนาบัว ใช้พื้นที่ขนาด 5-50 ไร่ พื้นที่ที่เหมาะในการปลูกตัวต้องเป็นที่ราบสม่ำเสมอ
และอยู่ใกล้แหล่งน้ำดินเป็นดินเหนียวการเตรีมพื้นที่คล้ายกับการทำนาดำโดยระบายน้ำออกให้แห้งก่อน  แล้วยกคันดินโดยรอบ
พื้นที่ให้สูง ประมาณ 1-2 เมตร ปรับพื้นที่ให้เรียบจึงไถดะหรือไถพรวน หลังจากนั้นโรยปูนขาวอัตรา 5-10  กิโลกรม/ไร ตาก
แดดทิ้งไว้ 7-10 วัน แล้วไถแปรอีกครั้ง พร้อมกับเติมปุ๋ยคอกอัตราไร่ละประมาณ 150 กิโลกรัมต่อไร่หลังจากนั้นจึงปักดำบัวโดยใช
ระยะ 2 x 2 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ ระยะแรกปลูกบัว ควรรักษาระดับน้ำให้ขังอยู่ในแปลงในระดับที่พอเหมาะคือ ควรลึกประมาณ 30
เซนติเมตร ในช่วงเดือนแรก หลังจากนั้นปล่อยน้ำเข้าแปลงอีกประมาณ 50-100  เซนติเมตร
1.2 สระขนาดเล็ก หรือในพื้นที่ที่จำกัด ทำได้โดยวิธีการขุดสระหรือบ่อขนาด 2 x 3 x 1 เมตร (กว้าง x ยาว x ลึก )
หรือขนาดอื่นที่ใกล้เคียงกันควรเป็นพื้นที่ราบสม่ำเสมอและอยู่ใกล้แหล่งน้ำดินต้องเป็นดินเหนียวการเตรียมดินก็คล้ายกับการ
ปลูกในสระใหญ่ เพียงแต่ลดอัตราส่วนของปูนขาวและปุ๋ยคอกลงเล็กน้อย คือใช้ปูนขาวโรงพื้นประมาณ 200 กรม ใช้ปุ๋ยคอก 2-5
กิโลกรัม/สระ ส่วนจำนวนต้นปลูกควรใช้24ต้น/สระกรณีที่อยู่ห่างแหล่งน้ำและดินปลูกไม่เหมาะสมเราสามารถขุดสระหรือบ่อขนาด
2 x 3 x 1 เมตร (กว้าง x ยาว x ลึก) หรือขนาดอื่นที่ใกล้เคียงกันโดยใช้ปูนซีเมนต์ทำเป็นพื้น เพื่อกักเก็บน้ำแล้วนำดินเหนียว   ผสมปุ๋ยคอก  เป็นดินปลูกหลังจากนั้นจึงนำต้นบัวมาปลูก24/สระคอยเพิ่มระดับน้ำทีละน้อยตามความเจริญของต้นบัวและคอยเปลี่ยน
น้ำหรอถ่ายเทเมื่อสังเกตุเห็นว่าน้ำเสื่อมคุณภาพ คือ มีกลิ่นเหม็น หรือสีคล้ำ พันธุ์บัวที่ใช้ปลูกในสระหรือบ่อ ได้แก่ บัวหลวง บัวผัน
บัวเผื่อน บัวสาย บัวจงกลนี บัวกระด้ง

2. การปลูกในกระถาง นิยมปลูกกัน 2 ลักษณะ คือ
2.1 ปลูกโดยใช้กระถาง 2 ใบ วางซ้อนกันโดยใช้ใบใหญ่ 1 ใบ และใบเล็ก 1 ใบ ขนาดกระถางใบใหญ่ มีขนาด 18-24 นิ้ว
เป็นกระถางทรงสูงสามารถกักเก็บน้ำได้ ส่วนขนาดกระถางใบเล็กมีขนาด 6-8 นิ้ว เป็นกระถางทรงสูงใช้สำหรับใส่ดินปลูกบัว       โดยใช้ดินผสมหรือดินเหนียว : ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา2:1ผสมดินปลูกหลังจากนั้นก็นำกระถางใบเล็กวางซ้อนในกระถางน้ำใบใหญ่ที่
เตรียมไว้ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปในกระถางในระดับที่เหมาะสม กับความต้องการของต้นบัว การปลูกวิธีนี้สามารถเปลี่ยน
กระถางบัว และเคลื่อนย้ายได้สะดวกเพราะเป็นกระถางเล็ก
2.2 ปลูกโดยใช้กระถางใบเดียว โดยใช้กระถางทรงสูงขนาด 18-24 นิ้ว ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ วิธีปลูกก็นำดินปลูกผสมปุ๋ยอินทรีย์       คือใช้ดินผสมหรือดินเหนียว:ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา2:1แล้วใส่ดินปลูกลงในกระถางประมาณ1/2ของกระถางจึงนำต้นบัวไปปลูกหลังจาก
นั้นก็ค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปในกระถางระดับเดียวกับขอบกระถาง พันธุ์ที่ใช้ปลูกในกระถางทั้งสองวิธีได้แก่ บัวหลวง บัวผัน บัวเผื่อน
บัวสาย ถ้าจะให้ต้นมีการเจริญที่ดี และสวยงามควรเปลี่ยนน้ำ เมื่อเห็นว่าสกปรกหรือใส่ปุ๋ยบำรุงด้วยปุ๋ยที่นิยมใช้คือ ปุ๋ยเคมีสูตร
15-15-15 อัตรา 150-300 กรัม/กระถาง โดยหว่านลงในน้ำ ใส่ 2-3 เดือน/ครั้ง

google map: http://g.co/maps/zqfvj

แหล่งอ้างอิง : http://www.maipradabonline.com/maimongkol/bou.htm

 

รูปภาพของ sss28040

สวยดี เนื้อหาดี แนวดี ผู้ช่วยดี ทุกอย่างดี เริ่ด

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เพิ่งแจ้งส่ง

ตรวจครั้งที่ 2 ไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

ไม่แจ้งส่ง

ผ่านมาหลายวัน รีบปรับปรุง เพิ่มเติม ให้สวยงาม ดูดี และครบถ้วนด้วยนะจ้ะ 

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 352 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • supatkul