0214 หลี่ ไป๋

 

>< หลี่ไป๋ ><

 

 หลี่ไป๋เป็นกวีมีชื่อเสียงโด่งดังสมัยราชวงศ์ถังของจีน มีอุปนิสัยอวดดีลำพองตัว  มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ใจนักเลงและเปิดเผย มีความคิดอิสระ ทั้งนี้สะท้อนถึงคุณลักษณะแห่งยุคสมัยและสภาพจิตใจของปัญญาชนในช่วงเวลาที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของราชวงศ์ถัง

หลี่ไป๋มีบ้านเกิดอยู่ที่มณฑลกานซู่ในปัจจุบัน  จนกระทั่งบัดนี้ สภาพครอบครัวและแหล่งกำเนิดที่แน่นอนของหลี่ไป๋ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ บทกวีของหลี่ไป๋กล่าวว่า ครอบครัวของเขาร่ำรวยและมีการศึกษา หลี่ไป๋อ่านหนังสือมากมาตั้งแต่เยาว์วัย นอกจากอ่านหนังสือแล้ว เขายังฝึกมวยรำกระบี่ได้ดีด้วย เพื่อหาความรู้เพิ่มเติม หลี่ไป๋ออกท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆตั้งแต่อายุ 20 ปีเศษ  เพราะเขามีความรอบรู้ มีความสามารถเฉลียวฉลาดเหนือคนทั่วไป จึงประสบผลสำเร็จยอดเยี่ยมในด้านกวีนิพนธ์ แม้ว่าสมัยนั้น เทคโนโลยีการพิมพ์และการคมนาคมยังไม่เจริญนัก แต่หลังจากการแลกบทกวี้กันระหว่างปัญญาชน ก็ทำให้หลี่ไป๋มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม

การศึกษาหาความรู้และการเข้าร่วมการสอบคัดเลือกขุนนางเป็นทางเลือกของผู้เรียนหนังสือในสมัยโบราณของจีนมาแต่ไหนแต่ไร ในวัยเยาว์หลี่ไป๋ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับผลสำเร็จในวิถีชีวิตขุนนาง เขาจึงเดินทางไปถึงกรุงฉางอาน ราชธานีของราชวงศ์ถัง เนื่องจากเขาเป็นกวีชื่อดัง รวมทั้งได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลที่มีชื่อเสียง หลี่ไป๋จึงมีโอกาสได้เป็นอาลักษณ์วรรณคดีของจักรพรรดิในราชวัง ระยะนี้นับเป็นช่วงเวลาที่หลี่ไป๋มีความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

หลี่ไป๋มีอุปนิสัยถือดี เขาไม่พอใจต่อสภาพเหลวแหลกเน่าเฟะในเวทีการเมืองเป็นอย่างมาก เขาเคยหวังไว้ว่า จะได้รับโปรดเกล้าจากจักรพรรดิแต่งให้มีโอกาสแสดงความสามารถทางการเมือง แต่จักรพรรดิในขณะนั้นทรงมองหลี่ไป๋เป็นเพียงกวีส่วนพระองค์เท่านั้น ประกอบกับเจ้าขุนมูลนายบางคนในราชสำนักใส่ร้ายป้ายสีเขา ในที่สุดก็ทำให้จักรพรรดิทรงขาดความเชื่อถือหลี่ไป๋ ด้วยเหตุนี้ หลี่ไป๋จึงจำต้องอำลาจากจากกรุงฉางอานด้วยความผิดหวังต่อราชสำนัก และหันไปใช้ชีวิตแบบนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

หลี่ไป๋ใช้เวลาส่วนใหญ่ออกท่องเที่ยวไปทั่วประเทศ ระหว่างนั้น เขาได้แต่งบทกวีพรรณนาถึงทัศนียภาพธรรมชาติเป็นจำนวนมาก บทกวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนปัจจุบันของหลี่ไป๋มีมากมาย เช่น “สู่เต้าจือหนัน หนันอวีซ่างชิงเทียน”ซึ่งหมายความว่า“ทางขึ้นภูเขาในมณฑลเฉสวน ยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นท้องฟ้า” “จวินปู๋เจี้ยนหวงเหอจือสุ่ยเทียนซ่างไหล เปินหลิวเต้าไห่ปู้ฟู่หุย”แปลเป็นไทยว่า “ท่านไม่เห็นแม่น้ำเหลืองไหลจากฟ้า ธาราไหลเชี่ยวสู่ทะเลไม่หวนกลับ ” “เฟยหลิวจื๋อเซี่ยซันเชียนฉื่อ อวี๋ซื่ออิ๋นเหอลั่วจิ่วเทียน” แปลเป็นไทยว่า “ไหลละลิ่วพุ่งพาดลงสามร้อยวา สงสัยว่าเป็นคงคาเงินจากเมืองแมน”เป็นต้น บทกวีของหลี่ไป๋มักนิยมเขียนเชิงขยายความและใช้อุปมาอุปมาย

     บทกวีของหลี่ไป๋ที่เหลือตกทอดมาจนถึงปัจจุบันมีกว่า 900 บท นอกจากนี้ยังมีบทร้อยแก้วกว่า 60 บท บทกวีของหลี่ไป๋ดึงดูดใจผู้คนทั้งหลายด้วยภาพจินตนาการอันมหัศจรรย์และให้ภาพที่สง่างาม มีอิทธิพลลึกซึ้งและยืนยาวต่อชนรุ่นหลัง ได้รับการยกย่องจากชนรุ่นหลังว่าเป็น “เซียนแห่งกวี”

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์