ชมพูพันธุ์ทิพย์

รูปภาพของ sss29300

 

http://srathorn.blogsome.com/images/pinkOK.jpg 

ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่อยู่คู่กับโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยมายาวนานมาก ถ้าถึงหน้าที่มันออกดอกจะสวยมากเพราะเป็นสีชมพูทั้งต้น ทุกรุ่นที่อยู่ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยตอนม.6 เค้าจะดูกันว่าถ้าดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ออกเยอะก็แสดงว่าเด็กม.6เอ็นติดเยอะ ต้นไม้ต้นนี้ร่มรื่นมาก เพราะสูงใหญ่เป็นระบบนิเวศที่สำคัญ 

ชื่อสามัญ            Pink Trumpet, Pink Tecoma, Rosy Trumpet-tree


ชื่ออื่น ๆ             ชมพูอินเดีย, ตาเบบูยา, ธรรมบูชา                            

ชื่อวิทยาศาสตร์   Tabebuia rosea  (Bertol.)  DC.

วงศ์                  Bignoniaceae

ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น

ขนาด [Size] : สูง 15-25 เมตร

สีดอก [Flower Color] : สีชมพูอ่อน ชมพูสด ขาว

ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : ก.พ.-เม.ย.

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว

ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป

ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง

แสง [Light] : แดดเต็มวัน 

ลักษณะทั่วไป

เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-25 เมตร ผลัดใบ เปลือกต้นเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากเปลือกจะแตกเป็นร่อง เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลมแผ่กว้างเป็นชั้นๆ ใบ เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ใบรูปขอบขนาน หรือรูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอก ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ คล้ายรูปแตร มีหลายสี คือ สีขาว ชมพูอ่อน หรือชมพูกลางดอกสีเหลือง ดอกมักบานพร้อมๆกันและร่วงง่าย ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ผล เป็นฝัก เมื่อแก่จะแตกออก ขนาดฝัก (ยาว x กว้าง x หนา) 32.53 x 1.24 x 0.99 ซม. เมล็ด มีลักษณะแบน สีน้ำตาล มีปีกเป็นเยื่อบางทั้ง 2 ด้านของเมล็ด ขนาดเมล็ด (ยาว x กว้าง x หนา) 0.73 x 1.34 x 0.99 ซม.


ชมพูพันธุ์ทิพย์  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Tabebuia  heterophylla  (DC)  Briton.  อยู่ในวงศ์  Bignoniaceae  เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง  เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง  สูงราว ๘-๑๒ เมตร 
ใบเป็นแบบผสม  มีใบย่อย ๕ ใบบนต้นเดียวกัน  แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม  ผิวไม่เรียบ  ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร  กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น
ชมพูพันธุ์ทิพย์  ใบแก่และทิ้งใบในฤดูหนาว  ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม  หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน  ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน  ช่อละ ๕-๘ ดอก 
ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร  คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น ๕ กลีบ  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบๆ และร่วงหล่นง่าย  จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบๆ ต้น  งดงามพอๆ กับที่บานอยู่บนต้น  ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร  ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร  
สีของกลีบดอกปกติเป็นสีชมพูสดใส  แต่มีความเข้มและจางแตกต่างกันไป  โดยเฉพาะต้นที่เกิดจากเมล็ดจะมีความผันแปรมากมาย  ตั้งแต่สีชมพูจางเกือบขาวไปจนถึงสีเข้มเกือบเป็นสีม่วงแดง
เมื่อดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นแล้ว  จะติดฝักรูปร่างคล้ายมวนบุหรี่  ยาวราว  ๑๕ เซนติเมตร  เมื่อฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม  จะแตกออกด้านเดียวตามยาว        แล้วเมล็ดที่มีปีกก็ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ
ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์  อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้  ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย
สำหรับประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า  เป็นผู้นำเข้ามาในประเทศครั้งแรกคือ  กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต  และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์  บริพัตร  จึงตั้งชื่อตามสีดอก และเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้าว่า  ชมพูพันธุ์ทิพย์  ชื่อเดิมคือ ตาเบบูย่า  มีชื่ออื่นๆ คือ  แตรชมพู  ธรรมบูชา  ชื่อในภาษาอังกฤษคือ  Pink  Trumpet Tree ตามลักษณ์ของดอกนั่นเอง

ประโยชน์ของชมพูพันธุ์ทิพย์


ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย  ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  และโรคแมลง  โตเร็ว  มีดอกงดงาม  จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ         สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง 
เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่เพิ่งเข้ามาเมืองไทยได้ไม่กี่สิบปี  จึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหาร 
เท่าที่สังเกตดูดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์น่าจะไม่มีพิษภัย  อาจจะนำมาประกอบอาหารได้  เช่น  การชุบแป้งทอด  เป็นต้น  นอกเหนือจากการรวบรวมไปหมักปุ๋ยน้ำ                   หรือน้ำจุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์
ไม่ว่าบรรยากาศบ้านเมืองร้อนรุ่มอย่างไร  หากคนไทยมองโลกในแง่ดี  มองเห็นความสดใสงดงามจากธรรมชาติและฤดูกาล  ดังเช่นจากดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ในยามนี้  ก็เชื่อแน่ว่าคนไทยจะนำพาชาติบ้านเมืองผ่านพ้นทางตัน  และพบความสงบ  สันติสุขได้ในไม่ช้า

ลักษณะทางชีวะภาพ


ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป


อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว


ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง   


แสง [Light] : แดดเต็มทั้งวัน

ใบ (Foliage) :  ใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร   ปลายใบแหลม
หรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม 

ดอก (Flower) : สีชมพูอ่อน ชมพูสดและขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง   มีดอก-
ย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร   ยาว 5-7 เซนติเมตร มักบาน พร้อมกัน ร่วงง่าย ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร

ผล (Fruit) : ผลแห้งแตก เป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบน สีน้ำตาล  มีปีก  

การกระจายพันธุ์        มีถิ่นกำเนิดทางใต้ของเม็กซิโกไปถึงโคลัมเบียและเวเนซุเอลา ตั้งชื่อตาม ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ผู้นำเข้ามาเมื่อปีพ.ศ. 2500

  การขยายพันธุ์          เพาะเมล็ด

สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยว ม.รามคําแหง 2 (วิทยาเขตบางนา) ชมดอกชมพูพันธ์ทิพย์บานสะพรั่ง

ที่ญี่ปุ่นมีดอกซากุระที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนเมษายน ส่วนไทยเรามีดอกชมพูพันธ์ทิพย์ที่จะผลิดอกสีชมพูสวยงามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เมื่อดอกชมพูพันธ์ทิพย์บานเต็มต้นเป็นบรรยากาศที่โรแมนติก น่าประทับใจมากทีเดียวค่ะ ซึ่งในไทยก็มีอยู่หลายที่เลยที่ปลูกต้นไม้ชนิดนี้ วันนี้มีภาพถ่ายในม.ราม 2 ตอนที่ดอกชมพูพันธ์ทิพย์กำลังบานสวยงามมาให้ชมกันค่ะ
 

http://www.trekkingthai.com/webboard/trip/3408.jpg

http://www.biogang.net/upload_img/biodiversity/biodiversity-128822-1.jpg

http://micol.fcien.edu.uy/flora/tabebu~1.jpg

  

แหล่งอ้างอิง : http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/Trees/%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C.html

http://www.doctor.or.th/node/1591

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2 มีการปรับปรุงเพิ่มเติม

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 248 คน กำลังออนไลน์