ดอกสุพรรณิการ์ แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน

รูปภาพของ sss28156

 
 
 
 
ดอกสุพรรณิการ์
ดอกฝ้ายคำ
ดอกไม้ประจำจังหวัดนครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี

  

ดอกไม้ประจำจังหวัด
นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี
ชื่อดอกไม้
ดอกสุพรรณิการ์
ชื่อสามัญ
Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์
Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.
วงศ์
BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE)
ชื่ออื่น
ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง)
ลักษณะทั่วไป
ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม
การขยายพันธุ์
โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม
ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cochlospermum religiosum

(L.) AlstonCochlospermum regium (Mart. & Schrank)

Pilg.(ฝ้ายคำซ้อน)Cochlospermum gossypium De Candole

(Syn. Maxmiliana gossypium Kuntze หรือ Bombax gossypium L.)

ชื่อสามัญ : Yellow Silk Cotton, Butter-Cup (Single), Butter-Cup (Double),Torchwood

เป็นต้นไม้ผลัดใบสูง 7-15 เมตร กิ่งก้านคดงอ ใบรูปหัวใจ แผ่นใบแยกเป็น 5 แฉก ขอบใบเป็นคลื่น ดอกเป็นช่อออกกระจายที่ปลายกิ่ง บานทีละดอก ดอกเหลืองมีกลิ่น กลีบบาง เกสรสีเหลือง รังไข่มีขน ผลกลมเมื่อแก่แตก 3-5 พู ภายในมีเมล็ดรูปไตสีน้ำตาล หุ้มด้วยปุยขาวคล้ายปุยฝ้าย ออกดอกเกือบตลอดปี ดอกดกมาก ราวกุมภาพันธ์-เมษายน มีถิ่นกำเนิดในอินเดียทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาหิมาลัย และเป็นไม้พื้นเมือง ของพม่าด้วย ในศรีลังกามักปลูกบริเวณพระอุโบสถ เป็นดอกไม้บูชาพระ ในเมืองไทยทางเหนือ เรียกว่า ฝ้ายคำ นำเข้ามาประเทศไทยกว่า 50 ปีมาแล้ว

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง เป็นไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด เป็น ไม้ต้นผลัดใบขนาดเล็กสูง 3-12 เมตร มีก้านใบสีแดงอมน้ำตาล ใบกลม โคนใบรูปหัวใจ แผ่นใบแยกเป็น 5 แฉกลึก ขอบใบจักดอกออกเป็นกระจุกแน่นที่ปลายกิ่งและบานพร้อมๆกัน ไม่มีกลิ่น ขณะออกดอกจะสลัดใบหมด กลีบดอกสีเหลืองสด เกสรเหลือง แต่ส่วนโคนเกสรครึ่งล่างมีสีแดง รังไข่เกลี้ยง ผลสุกสีแดงอมเขียว เมื่อแก่จะแตก 5 พู ภายในมีเมล็ดรูปไตหุ้มด้วยปุยขาวคล้ายปุยฝ้าย ถิ่นเดิมจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้

การขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ดและปักชำกิ่ง 
คุณประโยชน์ สุพรรณิการ์(ฝ้ายคำ) นอกจากเป็นไม้ประดับแล้ว ยางจากต้นให้ผลิตผลเป็น Karaya gum หรือทางการค้าเรียกว่า Crystalgum เป็นก้อนผลึกสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอมชมพู ใช้เป็นยาระบาย ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาเซทผม เป็นยาทาบำรุงผิว ใช้ในอุตสาหกรรมทอผ้าและการพิมพ์ อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง ผสมไอศกรีมทำให้ข้น เนื้อไม้ต้มกับแป้งเป็นอาหาร ใบอ่อนใช้สระผม ดอกแห้งและใบแห้งใช้เป็นยาบำรุงกำลัง

สุพรรณิการ์มีทั้งหมด 2 ชนิด 3 สายพันธุ์ดังนี้

1. Cochlospermum regium (Mart & Schrank) Pilger เป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ ชื่อสามัญที่นิยมใช้คือ butter-cup tree หรือ yellow-cotton tree   มี 2 พันธุ์ ดังนี้

1.1  พันธุ์กลีบดอกซ้อน หรือสุพรรณิการ์ซ้อน (double butter-cup) เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด และกระจายอยู่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก มีลักษณะเด่นคือ ใบหยักเป็นแฉกลึก 75-80% ดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงแน่น  ดอกย่อยบานพร้อมกัน เป็นดอกไม่สมบูรณ์คือมีเฉพาะเกสรเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ร่วงยาก กลีบดอกสีเหลืองจำนวนมาก มีหลายชั้นและร่วงยาก เกสรเพศผู้สีเหลือง จำนวนมาก มีทั้งอยู่วงในสุดและแทรกอยู่ในชั้นของกลีบดอก  ขณะออกดอกใบมักจะร่วงหมดทั้งต้น เป็นพันธุ์ที่ไม่มีผล การขยายพันธุ์โดยการปักชำ 

1.2  พันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว สุพรรณิการ์ หรือสุพรรณิการ์ดอกลา (single butter-cup) มีลักษณะเด่นคือใบเป็นแฉกลึก 50-60% ดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ร่วงยาก กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลืองสด ร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลทรงกลมแบบแคบซูล (capsule) ทรงกลม เมล็ดรูปไตหรือรูปก้นหอย หุ้มด้วยปุยสีขาว มีทั้งหมดจำนวน 4 ต้นเท่านั้น   

2. Cochlospermum religiosum (L.) Alston หรือสายพันธุ์กอสไซเปียม (gossypium) เป็นสายพันธุ์จากทวีปอินเดีย ชื่อสามัญคือ silk-cotton tree หรือ cotton tree  ลักษณะเด่นคือใบเป็นแฉกลึก 30-35% แผ่นใบหนา กิ่ง ก้านใบ และผิวใบด้านล่างมีขนหนานุ่ม ดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ เป็นดอกสมบูรณ์ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ร่วงยาก กลีบดอก 5 กลีบสีเหลืองสด ร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลแบบแคบซูลรูปไข่ เมล็ดรูปไตหรือรูปก้นหอย หุ้มด้วยปุยสีขาว มีทั้งหมดจำนวน 4 เหมือนกับพันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว

แล้วต้นไม้ที่สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานต้นสุพรรณิการ์ให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย รามคำแหง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2542  คือพันธุ์ไหนล่ะ?

ต้นไม้ ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ Cochlospermum regium (Mark&Schrank) Pilger พันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 4 ต้นเท่านั้น  โดยปลูกอยู่ที่หน้าหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หน้าคณะนิติศาสตร์ หน้าสำนักหอสมุดกลาง และบริเวณกลองอาคารสถานที่ แห่งละหนึ่งต้นครับ

แหล่งอ้างอิง
ที่มา http://blog.ru.ac.th/myBlog.php?mID=495&bID=1181

 

 

 

 

รูปภาพของ ssspoonsak

grbj'gibj,me

ไม่แจ้งส่ง

ผ่านมาหลายวัน รีบปรับปรุง เพิ่มเติม ให้สวยงาม ดูดี และครบถ้วนด้วยนะจ้ะ 

1. น่าจะทำเป็นป้ายแบนเนอร์ชื่อเรื่อง

2. รูปภาพที่ถ่ายมาน่าจะมีการตกแต่งให้ดูดี

3. ควรบอกสถานที่อยู่ของแหล่งเรียนรู้ และจำนวนแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอว่ามีกี่แห่ง

4. ควรมีข้อคิดเห็นจากสมาชิกของชาวสตรีศรีสุริโยทัย

5. ใช้ Google Map บอกที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้

6. ควรสรุปเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 5 บรรทัด

7. ควรบูรณาการเข้ากับสาระวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาที่กำลังเรียนอยู่ให้ได้

8. ใช้คำสั่ง <!--pagebreak--> เพื่อแบ่งหน้าให้เหมาะสมด้วย

จึงขอมอบนกแก้วไปเลี้ยงก่อนนะ

 
แหล่งที่มาของภาพ http://img.kapook.com/image/pet/indian-parrot.jpg

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 120 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • willisthurgoodx