งานครั้งที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6/3 ภาคเรียนที่ 1/2554 ครูสุรจิตร สุขสีดา

รูปภาพของ ckskrunoo

งานครั้งที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6/3 ภาคเรียนที่ 1/2554

งานครั้งที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6/3 ทุุกคน (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)

สมัครสมาชิกใน thaigoodview.com

ให้นักเรียนสร้างblog ของตนเอง 1 ชั้น 10 บรรทัด  เรื่อง โครงงานสิ่งประดิษฐ์ที่นักเรียนสนใจ

1 ต้องมีจุดประสงค์ 

2 มีขั้นตอนการทำประกอบ

3 ต้องมีภาพประกอบทีสมบูรณ์ 

ให้บอกแหล่งที่มาของข้อมูล และแหล่งที่มาของรูปภาพให้ถูกต้อง

แสดงที่ความเห็นในผลงาน

ส่งงานในวันที่ 15 ก.ย 2554  ที่ http://www.thaigoodview.com/node/110683

รูปภาพของ cks mos kwamsuk leklek

http://www.thaigoodview.com/node/113849

นายจีรวัฒน์  ชูพันธ์  6/3   เลขที่20

 

ได้ส่งเรียบร้อยแร้ว

รูปภาพของ cks03706

  

 นางสาว กัลทลี ศรีสะอาด ม.6/3 เลขที่ 27 

วิธีทำเก้าอี้คุณหนู

ใบความรู้เรื่อง เปเปอร์มาเช่ (งานประดิษฐ์จากกระดาษที่ใช้แล้ว)จุดประสงค์ เพื่อให้นักเรียนสามารถประดิษฐ์เก้าอี้คุณหนูได้
เนื้อหาความรู้เปเปอร์มาเช่ คือ การนำเอากระดาษเหลือใช้มาผสมกับกาวหรือทากาวเพื่อทำให้เป็นรูปแบบต่างๆส่วนมากจะมีการลงสีและทาแลคเกอร์ทับลงไปด้วย เปเปอร์มาเช่ มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชียและต่อมาได้แพร่หลายในทวีปยุโรปส่วนใหญ่จะทำเป็นของเล่น หน้ากาก ถาด และส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ เปเปอร์มาเช่ทำได้โดยการทากาวบนเศษกระดาษ ของใช้หมายถึงของสำหรับใช้ วัสดุ หมายถึง สิ่งของที่ได้จากธรรมชาติ หรือมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษพิมพ์เสีย กระดาษปกสมุด ขวดพลาสติก เปลือกหอย ก้อนหิน กล่องนม เศษไม้ กล่องกระดาษ เป็นต้นเศษวัสดุ หมายถึง สิ่งของที่เหลือใช้ หรือไม่ใช้แล้ว แต่สามารถนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในการประดิษฐ์ด้วยฝีมือเราได้ เช่น กระดาษ เศษผ้า ถุงหิ้วพลาสติก แกนหลอดด้ายถุงกระดาษ การประดิษฐ์กระปุกออมสินจากกระดาษที่ใช้แล้วนอกจากทำให้เกิดความเพลิดเพลินและฝึกนิสัยการทำงานที่ดี ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของมาภายในบ้านอีกด้วย ซึ่งตรงกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เศษวัสดุทุกชนิดมีคุณค่าถ้าหากเรารู้จักนำมาดัดแปลงและประดิษฐ์จะทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดผลดีต่อตนเอง และยังเป็นการกำจัดขยะที่ดีอีกทางหนึ่งซึ่งจะทำให้ลดปัญหามลพิษในอากาศที่มีมากมายในปัจจุบัน

อุปกรณ์
เก้าอี้พลาสติก

กระดาษหนังสือพิมพ์
กระดาษโทรศัพท์
กระดาษพิมพ์เสีย A 4
กระดาษแข็งใช้แล้ว (ขาวเทา)
แป้งข้าวจ้าว
สารส้ม
สีพลาสติก
พู่กัน
แลกเกอร์
กรรไกร ดินสอ มีดคัทเตอร์
อุปกรณ์อื่นๆ ตามความจำเป็น ดินสอ ปากกา ยางลบ กรรไกร

ส่วนผสมการทำกาว(แป้งเปียก)

1.แป้งข้าวจ้าว

2.น้ำเปล่า

3.สารส้ม 1 ก้อน เท่าหัวแม่มือ ( กันบูด)

วิธีทำ

1.น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร ตั้งไฟจนเดือดใส่สารส้มให้ละลาย

2.น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร +แป้งข้าวจ้าว ½ กิโล ละลายผสมกันเทลงในน้ำที่เดือดอยู่แล้วค่อย ๆ คนให้ทั่วจนแป้งเหนียวได้ที่ตามต้องการ นำขึ้นจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น ก็เริ่มอัดได้
แป้งข้าวจ้าว

สารส้ม

ขั้นตอนการทำกาว ( แป้งเปียก)


 


หงายเก้าอี้ขึ้น

 

 

รูปภาพของ cks03706

 กรอบรูปไม้ไอติม

อุปกรณ์

1.ไม้ไอติม 2.กาวยิง 3.ริบบิ้น 4.สิ่งของตกแต่ง 5.กรรไกร 6. คัดเตอร์ 7.เชือก 8.รูปภาพ

วิธีทำ

1.นำไม้ไอติมมาเรียงกันแล้วติดด้วยกาวยิง 2.นำไม้ไอติม 5 ชิ้นมาเรียงกันดังรูป

3.นำมาประกอบดังรูปติดด้วยกาวยิง 4.นำไม้ไอติมติดด้านข้าง และด้านบนอีก

5.รูปสำเร็จ

รูปภาพของ cks03727

นาย นัฐวุฒิ อูปแก้ว เลขที่ 7  ม.6/3 

 

ที่มารูป : ร้านพี เค ไม้-ฟิตติ้ง

การจะเริ่มทำงานไม้ สักงานก็เหมือนการทำงานช่างที่อยู่ในกระบวนการผลิตทั่วไป อยากจะแนะนำทั้งวิชาการ และประสบการณ์ ผสมผสานเข้าด้วยกัน เริ่มด้วยนำหลักวิชาการเข้ามาช่วยที่จะบอกถึงปัจจัยในการผลิตหลักๆนั้น มีด้วยกัน 4M

- Man ก็คือผู้ที่จะทำการผลิต ซึ่งจะเป็นผู้จับทุกปัจจัยการผลิตมาผสมผสานเข้ากัน และเป็นคนที่ทำให้เกิดชิ้นงานนี้ขึ้น โดยชิ้นงานจะดีมากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ปฎิบัติงานนั่นเอง ทักษะนั้นได้มาจากการหาความรู้จากแหล่งต่างๆ และทดลองมานำจริง อาจจะไปอบรมหรือดูช่างทำแล้วก็มาลองทำด้วยตัวเอง การได้รู้ได้เห็นและนำมาลองปฏิบัติก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติมีทักษะเพิ่มขึ้นตามลำดับ

- Machine เครื่องจักร งานไม้นั้นมีเครื่องมือ ที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นจำนวนมาก งานไม้ชิ้นใดจำเป็นต้องใช้เครื่องมือใดบ้าง ที่จะผลิตงานนั้นๆให้ได้ตามความต้องการ เครื่องมือทันสมัยก็สามารถทำงานได้เร็วกว่า คุณภาพดีกว่า แต่ก็ต้องควบคู่กับทักษะของเราด้วยเช่นกัน อาจจะใช้เครื่องมือขั้นพื้นฐาน แต่ก็จะเสียเวลามากขึ้น ก็ต้องพิจารณากันตามความเหมาะสม หากได้รู้จักเครื่องมือในงานไม้และรู้วิธีการทำงานของเครื่องมือนั้นๆ ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะเลือกใช้ต่อไป

- Materail วัตถุดิบ ที่ต้องใช้เหมาะสมกับที่เราจะเสาะหามาได้เพียงใด เหมาะกับการใช้งานมากน้อยอย่างไร เช่นไม้ที่อยู่ Out Door ก็ควรอยู่ในตระกูลเนื้อแข็ง ที่สามารถทนต่อสภาพอากาศ แดด ฝนได้ดี หรือการเลือกใช้อุปกรณ์ก็มีหลายแบบที่เราจะเลือกใช้ เช่นบานพับ ก็มีให้เลือกใช้ตั้งหลายแบบ มีทั้ง บานพับผีเสื้อ บานพับถ้วย บานพับซ่อน ฯ การใช้ติดตั้งกันต่างกันไป ถ้าเรารู้ถึงคุณสมบัติของวัสดุ-อุปกรณ์นั้นๆแล้ว เราก็สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับงานที่เราต้องการเช่นกัน

- Method วิธีการ เทียบกับศักยภาพที่เรามี ประสบการณ์ และการเลือกใช้ เช่นแค่รูปแบบการยึด จะเลือกเข้าเดือย จะอัดเกลียวปล่อย หรือแค่ตอกตะปู ก็ย่อมได้ทั้งนั้น วิธีการนั้นสามารถหาได้จากแหล่งความรู้ทั่วไป หนังสือ เว็บไซต์ ฯลฯ แต่ที่สำคัญคือจะต้องถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่สามารถนำไปทำงานได้จริง วิธีการควรเน้นให้เหมาะสมกับความต้องการและคำนึงถึงความเป็นไปได้ให้มากที่สุด

ต่อไปนี้เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ ขอยกตัวอย่าง Model งานสักชิ้น เช่นโต๊ะไม้ ที่เห็นมาจากรูปในนิตยสารฉบับหนึ่ง ถูกใจเลยอยากจะเอามาทำใช้เองสักตัว ก่อนอื่น เราต้องถอดแบบง่ายๆด้วยลายเส้น เป็น Drawing ของเราเอง เป็นรูปง่ายๆที่เราเข้าใจ เสียก่อนกำหนดขนาด กว้างยาว และสูง ตามที่เราต้องการหรือให้เข้ากับพื้นที่ที่เรามีอยู่(แต่อย่างน้อยควรรู้หลักการออกแบบเครื่องเรือนเบื้องต้นเสียก่อน เช่น ความสูงโต๊ะโดยทั่วไปนั้น มาตรฐานอยู่ที่ 75 ซม. หรือถ้าเป็นพวกไม้อัด ตัดขนาดเท่าไรดีจึงไม่เหลือเศษ เป็นต้น) เมื่อได้รูปแบบและขนาดมาแล้ว จึงมาสู่ลำดับต่อไป

มาสู่ขั้นตอนการลงมือทำ

1.Break Down ชิ้นส่วนทั้งหมดเสียก่อน ว่ามีชี้นส่วนใด ขนาดเท่าใด ถ้าทำเป็นแบบที่เราเข้าใจได้ทุกชิ้นส่วนได้ยิ่งดี

2.ออกแบบโครงสร้าง ว่าเราจะประกอบอย่างไร มีขั้นตอนการทำอย่างไร แน่นอนว่ามักจะต้องมีการประกอบย่อย จากชิ้นส่วน(Part)ข้างต้นทั้งหมดแล้วค่อยประกอบไล่ขึ้นมา จนกระทั่งไม่มีชิ้นส่วนใดจะประกอบได้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการประกอบทั้วตัว (Assembly) อันนี้ก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละท่าน หรือช่างแต่ละคนก็มีวิธีการทำที่แตกต่างกันไป แต่ตอนจบก็ได้งานออกมาหน้าตาเหมือนกัน เช่น บางท่านก็ประกอบแผงขาซ้าย-ขวา ขึ้นมาก่อน แล้วจึงค่อยประกอบเป็นแผงยาว ต่อด้วยการประกอบหน้าโต๊ะ บางท่านเลือกที่จะประกอบพนังเข้ากับหน้าโต๊ะก่อน แล้วจึงเลือกประกอบขาในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งก็จะต้องมีการไล่ประกอบชิ้นส่วนเล็กขึ้นมาเช่นกัน ในหัวข้อนี่คือการกำหนดโครงส้างงานทั้งตัว เป็นหัวใจของงานทั้งชิ้น อยากจะแนะนำหลักการคิดก็คือ พยายามมองงานหรือชิ้นส่วนให้เป็นกลุ่มๆ ประกอบกันขึ้นมาเป็นแผงหรือชุดเล็กๆก่อนเสมอ

เมื่อสามารถเลือกวัตถุดิบ(Materail)ได้แล้ว ว่าจะใช้ไม้อะไร ที่ชิ้นส่วนไหน และการเลือกอุปกรณ์ตัวจับยึด(Fitting)อะไรได้แล้ว ก็จะมาสู่กระบวนการต่อไปคือ

3.การลงมือทำ คือการนำเอา 3M (Material - Machine&Method)มาผนวกเข้าด้วยกัน ตามประสบการณ์ ทักษะและเครื่องมือที่มีอยู่ของแต่ละบุคคล(Man) จะเห็นว่าทุกอย่างจะสอดคล้อง และเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าคุณรู้ว่าคุณจะทำอย่างไรกับขั้นตอนนี้ คุณก็จะเลือกใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ดังนั้น การมองภาพรวมๆตั้งแต่เริ่มตัดไม้ชิ้นแรก จนขึ้นรูปชิ้นส่วนทุกชิ้น มาประกอบย่อย(Semi Assembly) และประกอบสุดท้าย เป็นสิ่งที่คุณควรจะวางแผนในใจมาแล้ว ถ้าไม่มีตรงนี้งานไม้ที่หวังไว้อาจจไม่เสร็จ หรือถ้าเสร็จก็อาจจะไม่ได้คุณภาพตามความที่ต้องการ

ดังนั้น หากจะทำงานไม้สักชิ้น ถ้าเรามีความพร้อมทั้ง 4M กล่าวคือ รู้ศักยภาพตัวเรา (Man) รู้ว่าจะเลือกใช้ วัตถุดิบ(Materail) ไม้และอุปกรณ์ อะไร โดยศึกษา เห็นมามากพอ เพื่อที่จะนำมาเป็นข้อมูลในการเลือกใช้ อุกรณ์แต่ละตัว เช่นอยากทำบานเลื่อน บานเลื่อนมีให้เลือกหลายชนิด ทั้ง แบบแขวน แบบตั้งกับพื้น การรับน้ำหนักบานมีหลากหลายแบบ รางที่ใช้หลากหลายแบบ ทั้งรางอลูมิเนียม เหล็ก และพลาสติก แม้ล้อที่รับน้ำหนักเท่ากัน ก็มีคุณภาพและราคาต่างกันไปอีก ล้อมีแบบมีลูกปืนและไม่มีลูกปืน ทั้งหมดนี้คือการเลือกใช้ชนิดของอุปกรณ์ที่แล้วแต่จะเลือกให้เหมาะสม รวมถึงการเลือกใช้2M(Method&Machine)อย่างไรให้สอดคล้องกัน ถ้าหากยี่งเราได้รู้ได้เห็นและได้ลงมือปฎิบัติงานไม้มากๆ ยิ่งทำให้มีประสบการณ์ และจะสามารถทำงานไม้ได้อย่างมั่นใจ และต้องเน้นความปลอดภัยก่อนเสมอ

รูปภาพของ cks03739

  นาย อภิรักษ์ ทองเกิด ม.6/3 เลขที่ 11

 โคมไฟจากขวดน้ำพลาสติก

จุดประสงค์

1.เพื่อลดขยะในสังคม 

2.เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

3.ช่วยโลกร้อน 

4.สามารถขายเพื่อเป็นรายได้ 

เตรียมอุปกรณ์

1. ขวดน้ำพลาสติก ขวดโค๊ก 1.5 ลิตร หรือ 1.25 ก็ได้ ถ้าจะให้อลังการก็ขวดน้ำ 5 ลิตรไปเลยค่ะ
2. หัวแร้งใบมีดทองเหลืองสำหรับตัดขวดพลาสติก 
4. สีเขียนกระจก ที่มีขายตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
5. น้ำยามีเดียม (เอาไว้ผสมสี)
6. หนวดกุ้ง ต่อหลอดเพ้นท์สี
7. อุปกรณ์ชุดโคมไฟ (หลอดไฟเล็ก ขั้วหลอด สายไป) ซื้อได้ตามร้านทั่วไป
8. ตัวอย่างลายสำหรับเพ้นท์ขวด วาดเองก็ได้ค่ะ สามารถดัดแปลงหรือเขียนเองได้ค่ะ
9. ทินเนอร์ (ซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างค่ะ)
10. ปากกาเขียนแผ่นใส ชนิดลบออก (ร้านเครื่องเขียนทั่วไป)

มาเริ่มทำกันเลยค่ะ
1.ก่อนอื่นเริ่มจากล้างขวดโค๊กให้สะอาดค่ะ ลอกป้ายออก จากนั้นก็ใช้ผ้าชุบทินเนอร์ เช็ดคราบกาวที่ขวดออกให้หมด

2.ใช้ปากกาเขียนเส้นบริเวณปลายขวด จากนั้นก็ใช้หัวแร้งใบมีดตัดออก (ต้องเสียบหัวแร้งทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีค่ะ)

3.เช็ดขวดให้แห้งสนิท ลงมือวาดลายกันเลย วาดลายลงในกระดาษ ตามแบบที่ให้นะคะ จากนั้นก็สอดเข้าไปในขวด ใช้ปากกาวาดตามลายที่เขียนไว้

4.ตัดขวดด้วยหัวแร้งใบมีด ตามลายที่วาดไว้ เทคนิคง่าย ๆ ตัดกลีบดอกให้ขาด เว้นช่วงก่อนถึงเกสรไว้ ยึดไม่ให้ดอกไม้หลุดจากขวด ส่วนใบไม้ให้ตัดเว้นเป็นช่วง ๆ เพื่อยึดติดกับขวด

5. ลบลายที่วาดไว้ โดยเอาขวดไปล้างน้ำเปล่าเลย แค่นี้ก็หมดแล้ว เช็ดให้แห้ง

6. เพ้นท์สี เอาหนวดกุ้งต่อหลอดสี แล้วตัดปลายออก แล้วแต่ความถนัด จากนั้นก็ลงมือเพ้นท์ได้เลยค่ะ

7.ตัดปากขวดออก จากนั้นก็เอาฝาก้นขวด ที่ตัดออกไปตอนแรกมาติดประกบ โดยใช้หัวแรงเชื่อม 

8.เจาะฝาก้นขวดแล้วใส่หลอดไฟเข้าไป แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เห็นไหม ไม่ยากเลย ได้โคมไฟ สวย ๆ แขวนไว้ในสวนที่บ้านด้วยค่ะ

ต้องการข้อมุลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.araya-art.com หรือที่ email : likepaint@sanook.com สอนให้ฟรีค่ะ ไม่ได้เปิดร้านขายค่ะ สี และอุปกรณ์การเพ้นท์ มีทุกอย่าง ลายเพ้นท์ก็มี ราคาไม่แพง แบ่งขายขวดเล็ก ราคาถูก จะได้หลาย ๆ สี เพราะใช้สีไม่มาก ขายให้ มือสมัครเล่น และอยากทำเองไว้ใช้เองเท่านั้น ไม่ขายส่งค่ะ
ราคาโดยประมาณ เอาไว้ตัดสินใจ ขวดโค๊ก (กินเองให้หมด) ชุดหัวแร้งใบมีด 300 สีเพ้นท์ขวดละ 100 บาท (60 cc) หนวดกุ้งต่อหลอดเพ้นท์สี แพค 6 อัน 10 บาท ชุดหลอดไฟ 60 บาท ทินเนอร์ขวดละ 45 บาท ปากกาเขียนแผ่นใส 40 บาท ไม่แพงใช่ไหมค่ะ ตอนนี้มีขายกันเยอะ แต่ทำเองภูมิใจกว่าค่ะ 

ภาพที่มาด้วย 
ภาพที่มาด้วย

 

รูปภาพของ cks04510

http://www.thaigoodview.com/node/112225

นางสาว  พัชรนันท์   อ่างเขียว  เลขที่ 32

รูปภาพของ cks04510

http://www.thaigoodview.com/node/112224

นาย วรวุฒิ  ธีระวรากุล  เลขที่  21  ม.6/3

รูปภาพของ cks04352

http://www.thaigoodview.com/node/112222

นายเลอฤทธิ์ ช่วยเอื้อ ม.6/3 เลขที่ 18

http://www.thaigoodview.com/node/112174

นางสาว แพรพรรณ เทพศิริ  ม.6/3  เลขที่ 33

รูปภาพของ cks03783

http://www.thaigoodview.com/node/111882

น.ส.นริศรา ตุ้มธรรมรงค์  เลขที่31 ม.6/3

โครงงาน สิ่งประดิษฐ์จากไม้ไอติม

รูปภาพของ cks03776

http://www.thaigoodview.com/node/111806

นาย อรรถพล ไตรรัตนกุล ม. 6/3 เลขที่ 15

รูปภาพของ cks04678

http://www.thaigoodview.com/node/111536

โครงงานการประดิษฐ์โคมไฟจากเเผ่นซีดี

โดย     นาย ศิริวุธ เทพศํกดิ์ 

ม.6/3   เลขที่  24

04678

รูปภาพของ cks04678

วัสดุที่ใช้

1. สวิทซ์ไฟ สำหรับเปิดปิด

2. หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แบบยาว

3. แผ่นซีดี 61 แผ่น

4. สายไฟ 1.8 เมตร

ขั้นตอนการทำ

ตัดแผ่นไม้อัดหนาขนาด 3/8 นิ้ว  เป็นรูปวงกลมขนาด แผ่นซีดี จำนวน 18 แผ่น

แผ่นไม้อัดที่ตัดออกมา

ทาด้วยกาวร้อน แล้วใช้สกรูอัดให้แน่น  ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง ประมาณ 20 นาที

ใช้สว่านเจาะช่องตรงกลางไม้ให้ใส่หลอดไฟได้  เจาะช่องให้สายไฟ กับสวิทซ์ไฟใส่ได้

วางหลอดไฟใส่ลงไปในช่องนี้

ใส่สวิทซ์ไฟ กับสายไฟตามช่องที่เจาะไว้

เจาะรูตรงกลางแผ่นซีดี ให้กว้างพอที่จะใส่หลอดไฟได้

เจาะให้ใส่หลอดไฟได้แบบนี้

จับแผ่นซีดีสองแผ่น มาจับคู่ประกบกัน โดยหันด้านที่มันวาวออกทั้งสองด้าน แล้วใช้กาวร้อนทาทิ้งไว้ให้แห้ง  แล้วเจาะรู3 รู ไว้สำหรับใส่น็อตยาวเป็นเสาขา 3 ขาดังภาพ  ชั้นแรกใส่แผ่นเดียว  จากนั้นค่อยใส่วงแหวน รองเพื่อให้เป็นชั้นๆ มีช่องว่าง ให้แสงกระจายออก ใส่ไปเรื่อยๆจนถึงชั้นสุดท้าย  ใช้แผ่นซีดี 4 แผ่นทากาวประกบกัน ปิดเป็นฝาข้างบน

เวลาจะเปลี่ยนหลอดไฟข้างใน  ก็ไขน็อตออก แล้วหยิบหลอดไฟมาเปลี่ยน

ภาพเมื่อเสร็จ

เเหล่งที่มา http://www.yousaytoo.com/tensionnot/how-to-make-a-cool-cd-lamp/4877


 

รูปภาพของ cks04678
*-*

 

รูปภาพของ cks 03731

http://www.thaigoodview.com/node/111517

นาย รีตชสิทธิ์  แผนคงนาม เลขที่ 8 ชั้น  ม.6/3

03731 

รูปภาพของ cks04511

http://www.thaigoodview.com/node/111515

 

โครงงานการประดิษฐ์โคมไฟจากขวดน้ำอัดลม

โดย นางสาวเมวิกา อินอุดม

ม.6/3 เลขที่ 34

04511

รูปภาพของ cks04511

http://www.thaigoodview.com/node/111515

 

รูปภาพของ ckskrunoo

 

 http://www.thaigoodview.com/node/111515

โครงงานการประดิษฐ์โคมไฟจากขวดน้ำอัดลม

โดย     นางสาวเมวิกา    อินอุดม

ม.6/3   เลขที่  34

04511 

 

รูปภาพของ ckskrunoo

 

 http://www.thaigoodview.com/node/111515

โครงงานการประดิษฐ์โคมไฟจากขวดน้ำอัดลม

โดย     นางสาวเมวิกา    อินอุดม

ม.6/3   เลขที่  34

04511 

 

รูปภาพของ cks03639

http://www.thaigoodview.com/node/111208

น.ส.รัชชา เกตุเกี้ยว
ม 6/3 เลขที่ 25

รูปภาพของ cks03639

http://www.thaigoodview.com/user/60249

นางสาว รัชชา เกตุเกี้ยว

ม 6/3 เลขที่ 25

โครงงาน เรื่อง โคมไฟสไตร์จีน

รูปภาพของ cks04511

แจกันสุดเก๋  จาก ขวดน้ำพลาสติก

ขวดพลาสติก ขวดเครื่องดื่ม ที่ใช้แล้วเยอะแยะ จะเอาไปขายก็ได้ไม่กี่ตังค์  ขวดสีสวย ๆ บางใบก็น่าเสียดาย  แต่จะเก็บเอามาใช้ทื่อ ๆ ก็ดูไร้ฝีมือ..งั้นเอามาตัด ๆ ดัด ๆ แป๊ปนึง  ก็ได้แจกันกิ๊บเก๋ อวดชาวบ้านได้แน่ ๆ รับรอง... ไม่ใช่มาแค่ตัด ๆ ติดโบว์ หรือ แปลงโฉม แปะโน่น นี่...

มาลองวิธีใหม่  ที่ไม่ยากเกินฝีมือ  แถมยังดูเท่..สวยคลาสสิค ไม่ซ้ำแบบเดิม ๆ

แจกันสุดเก๋  จาก ขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว !!

เป็นไง..อึ้ง !  เก๋ไก๋ ! ดูดีมีสกุล ไม่บ้าน ๆ หยั่งที่จินตนาการไว้ใช่มะล่ะ..ยิ่งมาจัดดอกไม้ วางบนผ้า เธอช่างดูมีสง่าราศี  เกินราคา ขวดน้ำที่เกือบจะโยนทิ้ง ไปแล้ว  ชิมิ..ชิมิ

นี่ไง..ขวดน้ำพลาสติก หน้าตาบ้าน ๆ ก่อนแปลงโฉม
แบบทรงกระบอก ถ้าก้นขวดเป็นจีบแฉก ๆ ร่อง ๆ ยิ่งเหมาะ

1. เล็งตรงส่วนที่นิ่ม ๆ หน่อย  กะว่าอยากให้ขอบแจกันอยู่ตรงไหน 
ก็ตัดให้สูงกว่านั้นอีกซัก 7.5 - 8 ซ.ม. หรือ ประมาณ 3 นิ้ว
ตัวอย่างที่ทำเป็นขวดขนาด 500 ml เส้นรอบวง 21 เซนติเมตร
2. ทำเครื่องหมายแล้วตัดให้เป็น เส้นตรงแนวดิ่ง แบบในรูป
จากนั้นจะตัดเป็นเส้นยาว ๆ แคบ ๆ จนรอบ ขวด ดูรูปต่อไป

3. ถ้าให้ง่ายเราตัดเป็นแถบกว้าง ๆ ก่อน แบบรูป 2.
เสร็จแล้วค่อยมาตัดแบ่งครึ่งของครึ่ง  จะได้แถบเล็ก ๆ แบบรูปนี้
4. ตัดจนเป็นแถบเล็ก รอบขวด  เหมือนรูปนี้
ถ้าอยากให้ แจกันจากขวดน้ำ ที่ทำสำเร็จสวยงาม
ก็ควรตัดให้แถบเล็ก ๆ นี้ ขนาดเท่า ๆ กัน

5. จากนั้น  จับแถบเล็ก ๆ ที่ตัดเสร็จ 
แบะออกเหมือนกลีบดอกทานตะวันน่ะ
6. จับคว่ำกับพื้นเรียบ  ๆ 
แล้วกดแนบพื้นเบา ๆ เพื่อให้แถบเล็ก ๆ บานเสมอกัน

7. จะบานออกลักษณะนี้  เห็นแววละยัง

8.  สานขอบแจกัน  ถึงตอนสำคัญ..เราจะสานแถบเล็ก ๆ เหล่านี้
โดยเิริ่มจากพับแถบเส้นหนึ่ง..เข้า..ด้านในขวด (ดูตามรูป)
พับเฉียง ๆ ให้ทับ หรือ "ข้าม" เส้นถัดไป
แล้ว "ลอดข้างใต้" สองเส้น  ต่อจากนั้น..ขยายรูปได้นะ
จัดเส้นที่พับให้เรียบร้อย  
เน้น..ส่วนปลายแถบที่พับ ให้อยู่ตรง ตำแหน่งลูกศร
9. จะได้หน้าตาแบบนี้  พับไปเรียบร้อยหนึ่งเส้นละ
สังเกตดูนะ  ข้าม 1 เส้น ลอด 2 เส้น
10. พับเส้นต่อไปในทิศทางเดียวกัน  แต่.. 
พับเฉียง ๆ ให้ "ข้าม" สองเส้น ถัดไป
แล้ว "ลอดข้างใต้" เส้น ต่อจากนั้น
สรุป     พับเส้นแรก --  ข้าม 1 ลอด 2
          พับเส้นที่สอง --  ข้าม 2 ลอด 1


11. เริ่มพับเส้นที่ 3  เหมือนเส้นแรกในรูป 8-9 
คือ   ข้าม 1 เส้นถัดไป  ลอด 2 เส้นที่อยู่ต่อจากนั้น

12. อย่าลืม..พับแล้วจัดปลายให้แตะอยู่ตรงโคนรอยพับ 
หรือดูลูกศร ในรูป 8.พยายามจัดให้อยู่ในแนวเดียวกัน จะดูสวยงาม
13. พับ หรือ สาน  ไปเรื่อย ๆ จนเหลือ 3 แถบสุดท้าย  
ให้สอดเก็บปลายใต้เส้นถัดไปจนเรียบร้อย เป็นอันจบการสาน

ดู ขอบแจกัน ใกล้ ๆ
เทคนิคในการสานขอบให้สวย คือ ขนาดและระยะที่ใกล้เคียง
ทั้งความกว้างของแถบเล็ก ๆ ที่ตัด  ตำแหน่งและรอยพับ
ยิ่งเท่ากัน ยิ่งสม่ำเสมอ จะยิ่งสวยงาม
 เนื่องจาก  แจกันจากขวดน้ำพลาสติก มีน้ำหนักเบา
จึงควรหาก้อนกรวด ลูกแก้ว หรือหินสีสวย ๆ ใส่เพื่อถ่วงให้ฐานมั่นคง


พอใส่..แก้วหรือหินสีสวย ๆ จัดไฟส่อง ซะหน่อย
 ขวดน้ำบ้าน ๆ ก็กลายเป็น..
แจกันไฮโซ เฉิดฉายท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ

Credit : ห้องเล่น ห้องเรียน http://playandcraft.blogspot.com/2010/10/blog-post_01.html#ixzz1W6wwecZm
Under Creative Commons License: Attribution

รูปภาพของ ckskrunoo

ให้นักเรียนใส่อักษร cks ตามด้วยเลขประจำตัว

 http://www.thaigoodview.com/comment/reply/110683#comment-form

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 330 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • nbr13182