วงจรชีวิตแมงมุม "Life cycle of a spider"

รูปภาพของ Beam280554

วงจรชีวิตของแมงมุม

 

แมงมุมจะเริ่มต้นชีวิตภายในไข่ แมงมุมแม่วางไข่จำนวนมาก บางครั้งแมงมุมแม่เสียชีวิตหลังจากไข่ของเธอ ไข่มักจะฟักในเวลาที่สั้นมาก แมงมุมทารกมีรูปร่างเหมือนแม่ แต่อาจจะน้ำหนักเบาเป็นสี แมงมุมที่ทารกจะเร็ว ๆ นี้สามารถที่จะหมุนบนเว็บของตัวเองและจับอาหารของตัวเอง มันไม่ต้องมีการเรียนการสอน นี้มาอย่างเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับเมื่อคุณเรียนรู้วิธีการรวบรวมข้อมูลหรือเดินเมื่อคุณเป็นเด็กทารก

โครงกระดูกของแมงมุมเราอยู่ด้านนอกของร่างกายของตน ดูเหมือนผิว เมื่อทารกแมงมุมหรือ spiderling เจริญเติบโตมีขนาดใหญ่เกินไปก็จะต้องหลั่งน้ำตาโครงกระดูกของโครงกระดูกเก่าและแมงมุมแบ่งขั้นตอนออกมาจากมัน นี้อ่อน, โครงกระดูกใหม่เร็ว ๆ นี้เติบโตขึ้นอย่างหนัก แมงมุมที่เป็นผู้ใหญ่

แมงมุม จัดเป็นสิ่งมีชีวิตพวกสัตว์ขาข้อ เช่นเดียวกับแมลง กิ้งกือ ปู เป็นต้น แมงมุมมีอาหารเป็นพวก เพลี้ยอ่อน ตัวหนอน ผีเสื้อ แมลงวัน เป็นตัน จึงมีความสำคัญในระบบนิเวศทางการเกษตร และระบบนิเวศทั่วไป แมงมุมบางชนิดมีการชักใยเป็นข่ายดักจับสัตว์ที่เป็นเหยื่อ แมงมุมจะมีช่วงลำตัวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหน้า ที่ประกอบไปด้วยส่วนหัวและอกที่เชื่อมติดกัน และส่วนหลัง คือ ส่วนผลึก และแมงมุมมีปีก

 

แมงมุมไม่ใช่แมลง แมงมุมมีลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง คือมี 8 ขา (แมลงมี 6 ขา) ในขณะที่แมลงมีลำตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (เช่น ส่วนหัว, อก,และท้อง) แมลงมุมมีเพียงสองส่วนเท่านั้น ส่วนหน้าเรียกว่า cephalothorax และส่วนที่เป็นลำตัวประกอบไปด้วยส่วนหัวและส่วนอกเชื่อมติดต่อกัน ส่วนหลังเรียกว่าส่วนท้อง แมงมุมจะไม่มีปีก 
แมงมุมจัดอยู่ใน Class Arachnida, Order Araneae หรือ Araneida ลักษณะที่สำคัญคือ มีลำตัวเป็นปล้อง ๆ ส่วนหัวและอกรวมกัน ส่วนท้องซึ่งเป็นถุงแยกออกจากส่วน หัวและอกมี pedicel คั่นอยู่ แมงมุมมีขา 4 คู่ 


ต่อมผลิตใยของแมงมุม  อยู่ที่ปลายสุดของส่วนท้อง แมงมุมจะชักใยเพื่อสร้างที่อยู่อันปลอดภัย และใช้จับเหยื่อนอกจากนี้ยังใช้ใยสร้างถุงใส่ไข่ของมันด้วย

 

แมงมุมเป็นกลุ่มตัวห้ำที่พบมาก และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยรักษาระดับประชากรของศัตรูพืช ไม่ให้อยู่ในระดับที่เกิดความเสียหาย โดยจะมีพฤติกรรมการจับเหยื่อหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ชนิดของแมงมุม ส่วนใหญ่ออกหากินเวลากลางคืน บางชนิดย่องจับเหยื่อ บางชนิดคอยให้เหยื่อเข้ามาติดกับดัก แมงมุมหลายชนิดสร้างใยสำหรับให้เหยื่อเข้ามาติดก่อนที่จะเข้าไปหาและฆ่าเหยื่อ พบว่าแมงมุมจำนวนมากสร้างใยที่บางเบา ใช้จับแมงวันและแมลงตัวเล็กอื่น ๆ แมงมุมมีเขี้ยวสำหรับจับเหยื่อ และส่วนใหญ่ทำให้เหยื่อของมันเป็นอัมพาตด้วยพิษ

 

อาหารของแมงมุม ได้แก่ เพลี้ยอ่อน ไร ตัวหนอน แมลงวัน ด้วงเต่า อื่น ๆ มีแมงมุมหลายชนิดที่มีอยู่ปัจจุบันนี้สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม

แมงมุมทั้งสองชนิดคือพวกทำการล่าและพวกที่สร้างตาข่ายเป็นกับดัก  เป็นแมงมุมทั่วๆไปแต่สิ่งที่สำคัญคือเป็นตัวห้ำที่อยู่ใน แปลงพืชผัก และแปลงไม้ผลและมันอยู่ในแปลงนาข้าวอีกด้วย ความหนาแน่นของประชากรของแมงมุมขึ้นอยู่กับชนิดของแมลงที่เป็นอาหาร ถ้ามีจำนวนอาหารอยู่มาก แมงมุมเพศเมียจะวางไข่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อจำนวนแมลงมีจำนวนเพิ่มขึ้น จำนวนของแมงมุมก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

แมงมุมหลายพันธุ์มีพิษ แต่มีเพียงไม่กี่ชนิดที่มีพิษร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่เรียกว่า Latrodectus mactan หรือ แมงมุมแม่ม่ายดำ (Black widow spider) ชนิดที่มีพิษรุนแรง (Severe human poisoning) ได้แก่ Latrodectus, Loxosceles, Phonentria และ Atrax พันธุ์ที่มีพิษมากที่สุดพบในสหรัฐอเมริกา น้ำพิษมีพิษร้ายแรงทำให้คนเสียชีวิตได้ ขนาดของตัวเมียโตประมาณ 13 มิลลิเมตร ลำตัว ท้อง และขามีสีน้ำตาลดำ หน้าท้องจะมีรูปลักษณะคล้ายนาฬิกาทรายสีส้มแดง เห็นได้ชัด มักอาศัยอยู่ในที่มืด ในกองไม้ ตอไม้ รอยแตกของพื้น

แมงมุมชนิดนี้ที่พบในประเทศไทยเคยมีรายงานผู้ป่วยถูกแมงมุมชนิดนี้กัดที่จังหวัดขอนแก่น เป็นหญิงอายุ 20ปี หลังจากถูกกัดมีอาการเจ็บบริเวณที่ถูกกัด เหงื่อออกมาก ปวดท้อง หายใจและพูดลำบาก อาการเป็นชั่วคราวแล้วก็หายเป็นปรกติในหนึ่งวัน แมงมุมมีสีน้ำตาลอยู่บนพื้นดินและวินิจฉัยว่าเป็นพันธุ์ Lactrodectus sp. แมงมุมที่พบในบ้านเราโดยทั่วไปชอบอาศัยอยู่ตามเพดานห้อง มุมห้อง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือตามผนังที่มีรอยแตก บางชนิดชักใย เพื่อดักแมลงตัวเล็ก ๆ เพื่อกินเหยื่อ

 

การป้องกันกำจัด

การใช้สารเคมีกำจัดแมงมุม ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีหลายชนิด ได้แก่ azamethiophos, bendiocarb, diazinon, และ malathion ควรฉีดพ่นทุก ๆ 2-3 อาทิตย์ ต่อครั้ง อย่างไรก็ดีการฉีดพ่นสารเคมีตามมุมห้องหรือเพดาน ควรระวังแมงมุมหากตกใจอาจตกลงมาจากเพดานห้องและกัดได้ 

..มหัศจรรย์แห่งเส้นใย...

เหตุที่แมงมุมเป็นสัตว์ที่จำเป็นต้องมีขายาวก็เพื่อใช้ยกลำตัวของตัวเองไม่ให้ไปติดกับใยที่มันชักวางไว้นั่นเอง....

ใยแมงมุมเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สนใจเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะการออกแบบใยเท่านั้น แต่ เส้นใยของมันคือ วัสดุมหัศจรรย์ที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ เส้นใยของแมงมุมมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะจับผึ้งซึ่งบินด้วยความเร็ว 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่ใยแมงมุมไม่ขาด ความยืดหยุ่นของเส้นใย ของแมงมุม Araneus diadematus สามารถยืดยาวได้ร้อยละ 30-40 ก่อนจะขาด ในขณะที่โลหะสามารถยืดได้เพียงร้อยละ 8 เท่านั้น และไนลอนสามารถยืดได้ประมาณ ร้อยละ 20 จากการทดสอบในห้องทดลองมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พบว่าเส้นใยแมงมุม มีความทนทานต่อการย่อยสลายได้สูง อีกทั้งยังสามารถปั่นทอเส้นใยได้ทั้งในอากาศ หรือใต้น้ำ คุณสมบัติอันน่าทึ่งของใยแมงมุม เป็นแนวคิดในการผลิตสายเคเบิ้ล ที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้สูง

รูปขยาย 10000 เท่าด้วยElectron microscope ที่นักวิทยาศาสตร์จะยืดใยแมงมุมจนมันขาด แล้ววัด "แรง"ที่ใช้

 

 

เส้นใยของแมงมุม มีความแข็งแรงมาก จากการทดสอบพบว่า มีความแข็งแรงมากกว่าเหล็กที่มีน้ำหนักท่ากันถึง 6 เท่า เปรียบเทียบได้ว่า ถ้าหากใยแมงมุมมีความหนาเท่ากับขนาดดินสอ ใยแมงมุมสามารถหยุดการเคลื่อนที่ของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่กำลังบินอยู่ได้ 

เส้นใยแมงมุมกว่าร้อยละ 50 ประกอบด้วยโปรตีน ที่เรียกว่า ไฟโบรอิน (fibroin) ซึ่งมีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 200,000 – 300,000 ดาลตัน ซึ่งสร้างจากต่อมสร้างใยของแมงมุม โปรตีนเหล่านี้ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน ซึ่งชนิดของกรดอะมิโนนั้นถูกควบคุมโดยยีนของแมงมุมแต่ละชนิด
 

แมงมุมผลิตเส้นใยหลายชนิด เพื่อการใช้งานที่หลากหลายและต่อมผลิตเส้นใยก็มีชื่อเรียกแตกต่างกัน

 

• ต่อม Ampulleceae major และ minor ผลิตเส้นใยสำหรับใช้ในการไต่

• ต่อม Pyriformes สร้างเส้นใยที่สานกันเพื่อดักเหยื่อ

• ต่อม Aciniformes สร้างใยเพื่อใช้ในการหุ้มตัวเหยื่อ

• ต่อม Tubiliformes สร้างเส้นใยเพื่อเป็นถุงหุ้มไข่

• ต่อ Coronatae สร้างเส้นใยที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ

• แมงมุม Cribellate พบ ต่อม cribellar ซึ่งประกอบด้วยท่อเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างเส้นใจที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กมาก ประมาณ 20 นาโนเมตร ซึ่งเส้นใยนี้เรียกว่า cribellum

ชนิดของเส้นใย

      ที่แมงมุมสร้างขึ้นนั้น เกิดจากการผสมกันระหว่างของเหลงจากต่อมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความเร็ว และปริมาณเส้นใยที่สร้าง แมงมุมสามารถนำเส้นใยกลับมาใช้ใหม่ได้ เนื่องจากใยแมงมุมอาจจะถูกทำลายด้วยสภาพอากาศ และอาจเสียหายเนื่องจากเหยื่อที่มีขนาดใหญ่

 

โดยทั่วไป หลังจากเส้นใยถูกใช้ ประมาณ 2 วัน เส้นใยของแมงมุมจะสูญเสียความหนืดที่ผิวเส้นใย แมงมุมจะกินเส้นใยเก่าและสร้างเส้นใยใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งการตัดและย่อยเส้นไยแมงมุมนั้น แมงมุมจะใช้น้ำย่อยพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่มีความหลากหลายมากกว่าการย่อยสิ่งอื่น ๆ และเป็นน้ำย่อยชนิดเดียวกันกับที่แมงมุมใช้ในการเชื่อมเส้นใยแต่ละเส้นเข้าด้วยกัน

ในปี ค.ศ. 2002 นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาได้คัดแยกยีนจากแมงมุม และนำไปใส่ในเซลล์ของแพะ โดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม พบว่าแพะสามารถผลิตน้ำนมที่มี Fibroin ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเดียวกันกับที่พบในใยแมงมุม แต่จากการทดลองพบว่ามีเส้นใยเพียงร้อยละ 20 – 40 เท่านั้น ที่มีความแข็งแรงเทียบเท่ากับใยแมงมุมจากธรรมชาติ แต่ทีมวิจัยคาดว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ในอนาคต

โดยปรกติแมงมุมจะผลิตใยขึ้นแตกต่างกันถึง 7 ประเภท ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน แต่ใยแมงมุมประเภท dragline เป็นเส้นใยประเภทที่ได้รับความสนใจในการสังเคราะห์ขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเส้นใยประเภทนี้มีความแข็งแรงมากเป็นเส้นใยที่แมงมุมใช้ปล่อยตัวจากที่สูงและใช้เป็นใยวงนอกสุดและเส้นใยโครงที่แผ่จากจุดศูนย์กลางของใยแมงมุมในการดักแมลง อย่างไรก็ตามเส้นใยแมงมุมที่สังเคราะห์และผลิตขึ้นได้นี้มีความแข็งแรงที่ต่ำกว่าใยแมงมุมธรรมชาติ แต่มีความแกร่งและความเหนียวเทียบเท่ากันในอนาคตจะมีการพัฒนาให้ใยสังเคราะห์มีสมบัติที่ดีขึ้นและมีหลายประเภทเช่นเดียวกับใยในธรรมชาติเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน

 ในขณะที่ทีมนักวิจัยในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ขนาดของเส้นใยมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 20 นาโนเมตร ทำให้ใยแมงมุมมีความเหนียวและยืดหยุ่นได้ดี ดังนั้นเมื่อ เส้นใยแมงมุม แต่ละเส้นประกอบด้วยเส้นใยที่มี

 

ขนาดเล็ก จึงทำให้เส้นใยแมงมุมมีคุณสมบัติพิเศษ แตกต่างจากเส้นใยทั่วไป

ประโยชน์ของใยแมงมุมสังเคราะห์ในทางการแพทย์นั้น ใยเหล่านี้คาดว่าสามารถถูกนำมาใช้ผลิตวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เย็บหลอดเลือด แผ่นปิดแผล กาว ไหมละลาย หรือแม้แต่เส้นเอ็นเทียม ทั้งนี้ด้วยความเหนียวที่เป็นเยี่ยมของใยแมงมุม ทำให้การขาดเสียหายของอุปกรณ์เหล่านี้จากการใช้งานลดต่ำลง นอกจากนี้ยังสามารถที่จะลดขนาดของอุปกรณ์บางประเภทแต่ยังคงความแข็งแรงตามเดิม เช่น ไหมละลาย เป็นต้น นอกจากนี้อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้งานระยะยาวไม่ว่าจะเป็นแบบถาวรหรือแบบสลายตัวได้ก็จะสามารถถูกผลิตจากใยแมงมุมสังเคราะห์ได้เช่นกัน นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว ใยแมงมุมสังเคราะห์ยังสามารถใช้งานทางอุตสาหกรรมที่ต้องการเส้นใยประสิทธิภาพสูง เช่น การทำเสื้อเกราะอ่อนกันกระสุน เชือกหรือเส้นเอ็น หรือเอ็นของเบ็ดตกปลา เป็นต้น

 

<<Credit : http://www.oknation.net/blog/nonglek/2010/10/14/entry-2>> 

 

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 201 คน กำลังออนไลน์