จักสานพนัสนิคม

จักสานพนัสนิคม

เครื่องจักสาน

ภาค
กลางและตะวันออก

ประวัติความเป็นมา

ภูมิปัญญาอันเกิดจากการเรียนรู้ชีวิตเกี่ยวโยง
กับธรรมชาติ
ท้องที่และคนในชุมชนตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่อุดมไปด้วยไม้ไผ่มากมายในอดีต ตามความหมายเดิม"หมู่บ้านในป่าทึบ"
จากการพึ่งพาตนเองโดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น
และวัตถุดิบที่หาได้ง่ายนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องจักสานสำหรับใช้สอยในชีวิต
ประจำวันกลายมาเป็นสินค้าที่สร้างชื่อให้กับอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

"ผลผลิตแต่เดิมจะเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในการดำรงชีพ
ของชาวบ้าน เช่น ไซ สุ่ม กระบุง ตะกร้า เพราะมีป่าไผ่มาก และคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
ทำไร่ ทำนา หาปลา จึงมีการนำไม้ไผ่ที่หาได้ในละแวกบ้าน ตัดเป็นอุปกรณ์
เครื่องมือต่าง ๆ ในการจับสัตว์น้ำ เช่น ไซ ข้อง ตุ้ม ลอบ ไว้ใช้ช้อน กุ้ง หอย ปู
ปลา และผลิตเพื่อจำหน่ายเพิ่มรายได้ กระทั่งพัฒนามาเป็นฝาชีครอบกับข้าว
ซึ่งได้รับความนิยมจากคนทั่วไปและมีการจำหน่ายกันแพร่หลายมากขึ้น
ที่เห็นวางขายกันทั่วไปส่วนใหญ่นำจากอำเภอพนัสนิคมไปจำหน่ายต่อทั้งนั้น

ไม้ไผ่ที่นำมาทำจักสานนั้น  ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของเครื่องใช้ที่ต้องการจะผลิตออกมาใช้สอย
นำมาจากหลายพื้น อาทิ จากเขาเขียว ปราจีนบุรี และจันทบุรี
  ซึ่งแต่เดิมจะเป็นไม้ไผ่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ตำบลพนม บ่อขาว
และบ้านซ่อง ประเภทไม้ไผ่บ้าน และไม้สีสุกปล้องสั้น
แต่ต่อมาจำนวนไม้ไผ่ได้ลดน้อยลงมากจนต้องซื้อจากจังหวัดอื่นงานจักสานเป็นงานฝีมือที่อาศัยเรียนรู้จากการสืบทอดกันภายในครอบครัว
จากปู่ ย่า ตา ยาย
  สอนลูกหลานให้ได้รู้วิธีการจักสาน
อาทิ ให้ช่วยผ่าไม้ไผ่ จักตอก และหัดสาน เล็กๆ น้อยๆ จนเกิดความชำนาญ
แต่คนรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยสนใจงานประเภทนี้มากนัก ส่วนใหญ่ไปทำงานโรงงานกันหมดเทศบาลเมืองพนัสนิคมจึงคิดจัดงาน
ประเพณี
"บุญกลางบ้านและเผยแพร่เครื่องจักสานพนัสนิคม"
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี
2537 เพื่ออนุรักษ์ให้ประชาชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น 
ในงานบุญกลางบ้านและเครื่องจักสาน
ซึ่งเป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวอำเภอพนัสนิคม โดย
ชาวบ้านจะนำอาหารมาร่วมกันทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้พระภูมิเจ้าที่เจ้ากรรมนายเวร
ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขับไล่สิ่งเลวร้าย ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
ของสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคม หรือเดือน
6 ของไทย

"กลุ่มผู้ผลิตทั้ง 7 ชุมชนต่างร่วมกันส่งผลงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จักสานที่ใหญ่ที่สุดเข้าประกวดกันทุกปี
เมื่อเสร็จงานไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหนก็รวบรวมมาอยู่ที่นี่ ค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆ
และปรับแต่งบ้านไทยโบราณ เป็น พิพิธภัณฑ์เครื่องจักสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
 
บนพื้นที่ 3 ไร่ โดยมีเทศบาลเมืองพนัสนิคม
สนับสนุนเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิตการจักสาน ซึ่งเข้าชมฟรีทุกวัน
ในเวลาราชการ"


ความสำคัญของแหล่งการเรียนรู้

ปัจจุบันกลุ่มผู้เข้ามาเยี่ยมชม ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ
กลุ่มแม่บ้าน คณะครู เท่านั้น ซึ่งหาก
ศูนย์เครื่องจักสานใหญ่ที่สุดในโลก
ได้รับการบรรจุไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อศึกษาหาความรู้
เกี่ยวกับเครื่องจักสานขนาดใหญ่ นานาชนิด ไม่เพียงแต่เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น
แต่ยังเพิ่มโอกาสขยายตลาดระดับชุมชนให้นักท่องเที่ยวคนทั่วไปได้รู้จัก
และมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาแหล่งผลิตสร้างรายได้ให้คนในชุมชน


แหล่งใหญ่
ชิ้นใหญ่ที่สุด อยู่ที่นี่

ภูมิปัญญา อันเกิดจากการเรียนรู้ชีวิตเกี่ยวโยงกับธรรมชาติ
ท้องที่และคนในชุมชน ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่อุดมไปด้วยไม้ไผ่มากมายในอดีตตามความหมายเดิม

"หมู่บ้านในป่าทึบ"
จากการพึ่งพาตนเองโดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น และวัตถุดิบที่หาได้ง่าย นำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องจักสานสำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวัน
กลายมาเป็นสินค้าที่สร้างชื่อให้กับอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

นาง ปราณี มูลผลา ประธานกลุ่มจักสานชุมชนย่อยที่
กล่าวว่าเดิมตนเป็นผู้รับเครื่องจักสานจากชาวบ้านมาจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง
กระทั่ง มีการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อจัดตั้ง
กลุ่มจักสาน
ชุมชนย่อยที่
1 “ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ในปี 2544 จำนวนสมาชิก 45 คนเพื่อผลิต ผลงานและพัฒนาสินค้าเกี่ยวกับการจักสานไม้ไผ่ต่าง
ๆ เอาไว้จำหน่ายเป็นรายได้ให้แก่สมาชิกใน ชุมชนที่
ได้รับการคัดสรร
สินค้าสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
2549 ประเภทผลิตภัณฑ์ 
ของใช้ ของประดับตกแต่ง และของที่ระลึก ระดับ 4 ดาว

"ผลผลิตแต่เดิมจะเป็นงาน ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในการดำรงชีพของชาวบ้าน เช่น ไซ
สุ่ม กระบุง ตะกร้า เพราะมีป่าไผ่มาก และคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำไร่ ทำนา หาปลา จึงมีการนำไม้ไผ่ที่หาได้ในละแวกบ้าน
ตัดเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ ในการจับสัตว์น้ำ เช่น ไซ ข้อง ตุ้ม ลอบ
ไว้ใช้ช้อน กุ้ง หอย ปู ปลา และผลิตเพื่อจำหน่ายเพิ่มรายได้

กระทั่งพัฒนามาเป็นฝาชีครอบกับข้าว ซึ่งได้รับความนิยมจากคนทั่วไปและมีการจำหน่ายกันแพร่หลายมากขึ้น
ที่เห็นวางขายกันทั่วไปส่วนใหญ่นำจากอำเภอพนัสนิคมไปจำหน่ายต่อทั้งนั้น

ไม้ ไผ่ที่นำมาทำจักสานนั้น  ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของเครื่องใช้ที่ต้องการจะผลิตออกมาใช้สอย
นำมาจากหลายพื้น อาทิ จากเขาเขียว ปราจีนบุรี และจันทบุรี
  ซึ่งแต่เดิมจะเป็นไม้ไผ่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ตำบลพนม บ่อขาว และบ้านซ่อง
ประเภทไม้ไผ่บ้าน และไม้สีสุกปล้องสั้น แต่ต่อมาจำนวนไม้ไผ่ได้ลดน้อยลงมากจนต้องซื้อจากจังหวัดอื่น

งาน จักสานเป็นงานฝีมือที่อาศัยเรียนรู้จากการสืบทอดกันภายในครอบครัว
จากปู่ ย่า ตา ยาย
  สอนลูกหลานให้ได้รู้วิธีการจักสาน อาทิ
ให้ช่วยผ่าไม้ไผ่ จักตอก และหัดสาน เล็กๆ น้อยๆ จนเกิดความชำนาญ แต่คนรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยสนใจงานประเภทนี้มากนัก
ส่วนใหญ่ไปทำงานโรงงานกันหมด

เทศบาล เมืองพนัสนิคมจึงคิดจัดงาน ประเพณี
"บุญกลางบ้านและเผยแพร่เครื่องจักสานพนัสนิคม"
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี
2537 เพื่ออนุรักษ์ให้ประชาชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น 
ในงานบุญกลางบ้านและเครื่องจักสาน ซึ่งเป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวอำเภอพนัสนิคม
โดย ชาวบ้านจะนำอาหารมาร่วมกันทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้พระภูมิเจ้าที่เจ้า กรรมนายเวร
ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขับไล่สิ่งเลวร้าย ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
ของสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคม หรือเดือน
6 ของไทย

"กลุ่ม ผู้ผลิตทั้ง 7 ชุมชนต่างร่วมกันส่งผลงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จักสานที่ใหญ่ที่สุดเข้าประกวด
กันทุกปี เมื่อเสร็จงานไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหนก็รวบรวมมาอยู่ที่นี่ ค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆ
และปรับแต่งบ้านไทยโบราณ เป็น พิพิธภัณฑ์เครื่องจักสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
 
บนพื้นที่ 3 ไร่ โดยมีเทศบาลเมืองพนัสนิคม
สนับสนุนเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิตการจักสาน ซึ่งเข้าชมฟรีทุกวัน
ในเวลาราชการ"

ปัจจุบันกลุ่มผู้เข้ามาเยี่ยมชม ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ
กลุ่มแม่บ้าน คณะครู เท่านั้น ซึ่งหาก
ศูนย์เครื่องจักสานใหญ่ที่สุดในโลก
ได้รับการบรรจุไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อศึกษาหาความรู้
เกี่ยวกับเครื่องจักสานขนาดใหญ่ นานาชนิด ไม่เพียงแต่เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังเพิ่มโอกาสขยายตลาดระดับชุมชนให้นักท่องเที่ยวคนทั่วไปได้รู้จัก
และมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาแหล่งผลิตสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

ภาคผนวก

 

 
   



ภาพที่    การจักสานขึ้นรูปกระเป๋าถือบ้านคุณปราณี  บริบูรณ์ 
(ภาพบน)

ตะกร้าญี่ปุ่นเป็นแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศและพัฒนารูปทรงให้

 

 
   

ภาพที่    ตัวอย่างประเภทลายขัดและลายขัดแตะยกดอก  ฯลฯ 
ที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นแบบ

  
อย่างลวดลายจำนวนมากในการจักสานผลิตภัณฑ์ต่าง   

จัดทำโดย: 1.นายณัฐสพล ศิริเวทิน ม.5/3 เลขที่ 11

                2.นางสาวสุดาริณี เหมเชื้อ ม.5/3 เลขที่ 19

                3.นางสาวแสงตะวัน ลอยวัฒนกุล ม.5/3 เลขที่ 26

(โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี ปี 2554)

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 14 คน และ ผู้เยี่ยมชม 415 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29367
  • NBRARAYA
  • sss29357
  • sss29387
  • sss30935