ต้นตีนเป็ด

ต้นตีนเป็ด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Alstonia schoiaris

ชื่อพื้นเมือง   :  ต้นตีนเป็ด ลักษณะของต้น  ยืนต้น สูงได้ถึง 30 เมตร เปลือกต้นสีเทา กิ่งแตกออกรอบข้อ ใบเดี่ยว เรียงรอบข้อข้อละ 6-9 ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอกกลับหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-6 ซม. ยาว 5-18 ซม. ปลายทู่ หรือเว้าเล็กน้อย ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลเป็นฝักคู่ กลมบาวประโยชน์   :   ไม้ตีนเป็ดเป็นไม้ที่มีประโยชน์หลายอย่าง เนื้อไม้มีสีขาวอมเหลืองเหมาะสมสำหรับใช้ก่อสร้างภายในทำเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หีบใส่ของ ฝักมีดดินสอ หีบศพ ลักษณะของเนื้อไม้เบา ยังเหมาะในการทำลูกทุ่นอวน หีบใส่ใบชา ของเล่นสำหรับเด็กและสามารถทำไม้จิ้มฟันได้ เพราะมีลักษณะเช่นเดียวกับไม้ทุ้งฟ้า นอกจากนี้การอาบน้ำยาทำได้ง่ายมากอีกด้วยความทนทานตามธรรมชาติของเนื้อไม้ ตั้งแต่ 0.8-2ปี เฉลี่ยประมาณ 1.4 ปี (ดูตารางค่าสมบัติไม้ประกอบ) แต่เนื้อไม้เป็นไม้ที่เห็ดราทำลายไม้และเห็ดราย้อมสีชอบ ทำให้ ผุง่ายและขึ้นราสีดำเร็ว ฉะนั้นเมื่อตัดโค่นล้มลงแล้ว ต้องรีบทำการชักลากออกมาเก็บรักษาไว้ใน ที่ปลอดภัย สำหรับไม้ซุงท่อนควรเก็บรักษาไว้ในน้ำเพื่อป้องกันแมลงและเห็ดราทำลาย ไม้ที่แปรรูปแล้วการผึ่งและอบควรทำให้ถูกต้อง ไม้ตีนเป็ดสามารถผึ่งให้แห้งโดยกระแสอากาศได้ง่ายแต่ขึ้นรา สีดำและแมลงชอบทำลาย จึงควรแปรรูปในขณะสด แล้วตั้งผึ่งไว้สักระยะหนึ่งก่อนที่จะทำเอาไป กองผึ่งนอกจากนี้ไม่ตีนเป็ดยังเป็นพืชสมุนไพรอีกด้วยส่วนต่าง ๆ ของต้นตีนเป็ดมีสรรพคุณทางยาได้แก่- เปลือก ใช้แก้ไข้ ขับระดู ขับพยาธิ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับน้ำนมรักษามาเลเลีย แก้ท้องเสีย แก้บิดแก้ไอ รักษาเบาหวาน- Latex จากต้น อุดฟัน แก้ปวดฟัน แก้แผลอักเสบหยอดหูแก้ปวด- ใบอ่อนใช้ชงดื่ม รักษาโรคลักปิดลักเปิด แก้ไข้หวัด ส่วนประกอบทางเคมี มีปริมาณสารละลายในแอลกอฮอล์ เบนซินร้อยละ 4.01 น้ำเย็นร้อยละ3.99 น้ำร้อนร้อยละ 5.55 และโซเดียมไฮดร๊อกไซด์ 1% ร้อยละ 13.99 มีปริมาณ ขี้เถ้าร้อยละ1.24 เพ็นโตซานร้อยละ 13.15 ลิกนินร้อยละ 31.75 โฮโลเซลลูโลสร้อยละ 69.35 เซลลูโลส(ดร๊อซซ์และบีแวน) ร้อยละ 53.51 แหล่งที่พบ     :  พบได้ทุกที่ข้อมูลอื่นๆ      :  ตีนเป็ด เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 35-40 ม.เรือนยอดของต้นเล็กรูปเจดีย์ ต้นใหญ่ เรือนยอดค่อนข้างแบน โคนต้นมักจะเป็นพูพอนลำต้นเป็นร่องตามยาว เปลือกสีเทาหรือเทาอมเหลือง หรือสีน้ำตาลถึงน้ำตาลแดงค่อนข้างหนาแต่เปราะเรียบหรือแตกเป็นร่องเปลือก ชั้นในสีน้ำตาลมีน้ำยางสีขาวไหลมากใบเดี่ยวเรียงเป็นวงรอบกิ่ง วงละ 5-8 ใบ แผ่นใบรูปรีแกมรูปขอบขนานถึงรูปหอกแกมรูปขอบขนานหรือรูปมนแกมรูปบรรทัด ปลายใบมักแหลมเป็นติ่งเล็กน้อย โคนใบสอบเข้าหากัน ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนมีสีเขียวเข้ม ด้านล่าง สีขาวนวล ก้านใบยาว 1.5-3 ซม.เส้นแขนงใบมากทำมุมฉากกับเส้นกลางใบและขอบใบแหล่งอ้างอิง  :

http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9710

รูปภาพของ mpbprompornpat

ตรวจแล้วคะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 289 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • kruyaikaa