ไซดักปลา

ไซ   เป็นเครื่องมือดักสัตว์น้ำ โดยมากดักปลาในกลุ่มปลาเล็กปลาน้อย ใช้งานในแหล่งน้ำไม่ลึก มักเป็นแหล่งน้ำไหลและเป็นการเปิดช่องระบายน้ำเข้าออกตามบิ้งนาคันนา ไซมีหลายรูปทรง ตั้งชื่อตามรูปทรงนั้น เช่น ไซปากแตร สานเป็นรูปกรวยปากไซบานออกเป็นรูปปากแตร ไซท่อ สานคล้ายท่อดักปลา หรืออาจตั้งชื่อตามวัตถุประสงค์ เช่น ไซสองหน้า มีช่อง 2 ด้าน ไซลอย ใช้วางลอยในช่วงน้ำตื้น ๆ แหวกกอข้าวหรือกอหญ้า วางแช่น้ำไว้ ไซปลากระดี่ ใช้ดักปลากระดี่ ไซกบ สานเป็นลายขัดตาสี่เหลี่ยมรูปทรงกระบอก ใช้ดักกบ ไซโป้ง สานก้นโป่งเล็กน้อย แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ที่ต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมกันคือ สานเป็นทรงกระบอกและทำปากทางเข้าเป็นงาแซง (ซี่ไม้เสี้ยมปลายแปลม รูปทรงคล้ายกรวยที่บีบแบน ๆ ทำให้ปลาเข้าได้ แต่ว่ายสวนความคมของปลายไม้ออกมาไม่ได้)

ไซต่าง ๆ มักไม่ต้องใช้เหยื่อเพราะจะดักปลาที่ต้องไหลในกระแสน้ำ เว้นแต่ไซกบที่ต้องมีเหยื่ออย่างลูกปลา ลูกปู

การทำไซดักปลาการทำไซดักปลา

ประโยชน์ใช้ในการดักปลาแทบทุกขนาด วิธีการสานไซ ผู้ทำมักเหลาเส้นตอกให้เล็กเป็นเส้นกลมยาวอย่างน้อย 2 ปล้องไผ่ เมื่อได้เส้นตอกตามจำนวนที่ต้องการแล้วนำมามัดปลายด้านหนึ่งรวมกัน ก่อนจะพับให้กลับไปด้านหลัง แล้วใช้เส้นตอกอีกส่วนหนึ่งสานขวางสลับกันไปตั้งแต่ด้านบนถึงด้านล่าง การสานนิยมสานเป็น

ลายขวางไพห้าระหว่างสานผู้ทำต้องบังคับให้รูปทรงป่องแคบตามลักษณะของงาน ส่วนบริเวณตรงกลางหรือกลางค่อนไปทางปลายจะมีการเจาะใส่งาอีกด้านละช่อง เพื่อให้เป็นส่วนที่ปลาวิ่งเข้าและนำออก

  ในอดีต วิถีชีวิตของชาวบ้าน เมื่อเสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว ชาวบ้านมักมีเวลาว่างจากการทำนา จึงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการประกอบอาชีพต่างๆ เพื่อเสริมรายได้ของพวกเขา เช่น  ทำไร่ทำสวนและการหาปลา โดยออกหาปลาตาม ห้วย หนอง คลอง บึง มีการใช้เครื่องมือดักปลา
                           ไซ  เป็นเครื่องจักสานใช้สำหรับดักจับปลาที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย  โดยใช้ไซซึ่งมีงา ติดไว้ทั้งสองตอนปลาสามารถว่ายน้ำเข้าไปได้แต่ออกไม่ได้   ไซลูกหนึ่งจะมีงา    งา  คือ  งาขึ้นดักปลา  

ที่ว่ายทวนน้ำ จะหันปากไปหาก้นไซ  และงาลงใช้ดักปลาที่ลงมาตามน้ำ  จะหันปากไปทางปากไซ  งาทั้งสอง

จะอยู่เยื้องกัน  ใส่ถัดจากไม้โขนงข้างละประมาณ  ๒๐   ซม.  ขนาดของงาไซจะขึ้นอยู่กับขนาดใหญ่-เล็กของไซ  ที่ปากไซ  จะใช้กะลามะพร้าวปิดไว้  แล้วขัดไขว่ด้วยไม้ไผ่เล็ก ๆ    อัน  เวลาที่เทปลาออกมาจากไซ

 

ก็จะเปิดปากออก  และปิดไว้อย่างเดิมนำไซไปวางดักไว้ตามห้วย  หนอง  หรือคลอง  ที่มีการไหลของน้ำตลอดเวลา โดยวางในแนวเหนือน้ำเพราะปลาจะว่ายทวนน้ำ  หาไม้มาปักให้ไซติดอยู่กับที่ เพราะแรงของน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลานั้นอาจจะสามารถทำให้ไซลอยน้ำไปได้เมื่อดักเสร็จแล้วก็ต้องคอยไปดูว่ามีปลาเข้ามาติดในไซหรือไม่ ถ้ามีปลาอยู่ในไซก็เอาปลาออกแล้วสามารถดักต่อไปอีกได้   ด้วยความอุดมสมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  เมื่อครั้งสมัยโบราณ  กุ้ง  หอย  ปู    ปลา  สามารถที่จะหากินได้โดยง่าย  เพียงแต่ใช้ไซ  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ดักจับสัตว์น้ำ แบบง่าย    ก็จะได้ปู ปลาต่าง ๆ  มาเป็นอาหารอย่างไม่ยากเลย

 

 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

http://www.wikipedia.org/wiki/

http://www.looklumpao.blogspot.com

จัดทำโดย

1.นางสาวปริฉัตร ไชยเมืองชื่น เลขที่9 ชั้นม.5/2

2.นางสาวสุธิตา นันปัญญา        เลขที่ 26 ชั้น ม. 5/2

 

รายละเอียดข้อมูลสอดคล้องกับหัวข้อ เข้าใจได้ง่ายดีค่ะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 77 คน กำลังออนไลน์