แอกไถนา

 

 เครื่องมือที่ใช้ในการไถนา ชาวบ้านในสมัยโบราณ ได้คิดทำเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อการประกอบอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพในกลุ่มของเกษตรกรรม การทำนาปลูกข้าวเป็นหนึ่งในอาชีพของชาวบ้านในชนบททั่วไป เกือบทุกครอบครัวจะมีการทำนาเพื่อให้ได้ข้าวไว้กินตลอดปี ที่เหลือ จากการสำรองไว้เพื่อครอบครัวแล้วก็นำออกจำหน่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นบ้าง การทำนาในสมัยก่อนเป็น การทำเกษตรแบบพอมีพอกิน ดังนั้นเครื่องมือในการทำนาก็ได้ปะดิษฐ์คิดทำขึ้นใช้เอง ในบรรดาเครื่องมือในการประกอบอาชีพทั้งหลาย เครื่องมือที่ใช้ในการไถนา หรือคันไถ ก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่ง ใครเป็นคนคิดทำเป็นคนแรกไม่มีใครรู้ แต่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมา การสร้างเครื่องมือเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะต้องหาไม้เนื้อแข็งที่เหนียวและมีลักษณะใกล้เคียงกับชิ้นส่วนที่ต้องการทำ ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนจะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อรวมกันเป็นชุด จะประกอบด้วย (เรียกชื่อตามที่เรียกกันในจังหวัดนครศรีธรรมราช) หัวหมู หางยาม คันไถ แอก คราด ดังรูปข้างบน
   
หัวหมู ผาน

หัวหมูทำจากไม้เนื้อแข็ง สามง่าม ด้านหน้ามีเดือยสำหรับไว้ครอบด้วยผาน ซึ่งทำด้วยเหล็ก และมีรูเดือยสหรับเชื่อมต่อด้วยหางยาม หน้าแป้นของหัวหมูจะพลิ้วเพื่อให้ดินพลิกออกด้านข้างด้านซ้าย
หางยาม
หางยาม ทำจากไม้เนื้อแข็งที่มีลักษณะโค้งงอ ด้านล่างมีเดือยสำหรับต่อกับหัวหมู และตรงกลางจะมีรูเดือยสำหรับต่อกับหางยาม ใช้ประโยชน์เพื่อการบังคับหัวหมู ทั้งในด้านทิศทางและความตื้นลึกของการไถ
คันไถ
คันไถ ทำจากไม้เนื้อแข็ง มีลักษณะโค้งงอ 2 ชั้นดังรูป ใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่างหางยามกับแอก เป็นตัวกลางที่จะลากหัวหมูให้เดินหน้าตามแรงเดินของวัวหรือควายที่ใช้เทียม
แอก
แอก ทำจากไม้เนื้อแข็งที่มีความโค้งงอเล็กน้อย เจาะรูข้างละ 2 รู เพื่อใส่ไม้เหลากลมข้างละ 2 ซี่ สำหรับครอบลงบนคอวัว (ในภาพไม่มีซี่ เพราะหาไม่ได้แล้ว) ใช้เประโยชน์ในการบังคับวัวไม่ให้เดินออกนอกทาง และเป็นต้นแรงที่วัวจะลากคันไถ หางยาม หัวหมูให้พลิกดินที่ไถ
คราด
ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เจาะรูสำหรับใส่ซี่คราก ซึ่งทำด้วยไม้เนื้อแข็งเช่นเดียวกัน ถัดจากซี่กลางข้างละ 2 ซี่ จะใช้ซี่ยาวเพื่อทำเป็นคันคราด สำหรับจับเพื่อบังคับการคราด และมีรูเดือยสำหรับเชื่อมต่อกับคันไถ คราดใช้ประโยชน์หลังจากการไถ ทำให้ดินร่วน เล็กลง และทำให้เป็นตม พร้อมที่จะหว่านหรือปักดำต่อไป

เรียบเรียงและนำเสนอโดย : ลุงชาญ
chan@nattakit.com

| ณัฐกิจดอทคอม | นิทานชาวบ้าน | | อาหารพื้นเมือง |

     

กระบือหรือควายไทยขวัญใจชาวนา

วันนี้ดูไร้ค่า ที่ผ่านมาเคยช่วยชาติ กระบือสัตว์มีค่าที่ (เกือบ) ถูกลืมสัตว์ ที่มีบุญคุณมหาศาล และมีความสำคัญต่อปากท้องของคนไทยมาเนิ่นน่านกระบือ หรือที่ในภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า ควายกระบือหรือควายนั้น มีความสัมพันธ์กับมนุษย์มานานไม่ว่าจะเป็นเรื่องในวรรณคดีหรือประวัติศาสตร์ไทย อย่างเช่น ภาพยนตร์ เรื่องบางระจันที่นายทองเหม็นขี่กระบือ (ควาย) เข้าต่อสู้กับพม่า เพื่อป้องกันเอกราชของประเทศไทยจนกระทั่งตัวตายนอกเหนือจากเราจะใช้กระบือเป็นพาหนะในการรบแล้ว ก็ยังถูกนำมาใช้กับการเกษตรกรรมอีกด้วย ได้แก่ การไถนา ปลูกข้าว แต่ปัจจุบันเรามีเครื่องไถเป็นเครื่องจักร ที่ชาวบ้านเรียกว่า ควายเหล็กมาใช้กันเพราะมีความสะดวกสบาย รวดเร็ว ดังนั้นกระบือจึงถูกละเลยและมนุษย์ก็ค่อย ๆ ลืมเลือนถึงคุณค่าตรงจุดนี้ทีละน้อยควายมีการเรียกแตกต่างกันไปแต่ละชาติแต่ละภาษา เช่น ภาษาจีนเรียกว่า สุ่ยหนิว” (Sui Nui) ภาษาฟิลิปปินส์ เรียกว่า คาราบาว” (Carabao) และภาษาไทยเรียกว่า ควาย” (Khway) ภาษามาเลย์เรียกว่า เกรเบา” (Krabao) เป็นต้น 

ปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้งไปดูการสาธิตกรไถนาแบบต่างๆด้วยควายของคุณลุงเมือง นัยติ๊บ และลุงชวน มะลัยโย เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมฟื้นฟูการเลี้ยงควายเพื่อใช้งานในพื้นที่ให้มากขึ้น วึ่งหายากมากในสมัยนี้     

ยินดีต้อนรับครับทุกท่าน


หน้าแรกปศุสัตว์เวียงเชียงรุ้ง
 

ควายสัตว์มีค่าที่ถูกลืม..วันนี้ดูไร้ค่า ที่ผ่านมาเคยช่วยชาติ..

โครงการอนุรักษ์ควายไทย
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
ขุนแผนฟาร์ม บุญชวน มะลัยโย
๙๑ หมู่ที่ ๑๐ ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ๔๗๒๑๐
โทร.๐๘๖-๑๑๗๒๙๐๓
การสืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมภูมิปัญญาท้องถิ่น สืบทอดกันมาแต่โบราญกาลมีชีวิตเป็นอยู่อย่างมีความสุขเรียบง่าย ไม่มีหนี้สินให้เป็นภาระ มีความสุขกายสุขใจ

บันทึกความจำและประสบการณ์ของลุงบุญชวน
ช่วงชีวิตที่ผ่านมาวัยหนุ่ม ก่อนที่เทคโนโลยี่จะเข้ามาสู่ชุมชนท้องถิ่น ลุงชวนได้ใช้ควายอีเผือกหาเลี้ยงครอบครัวจนเกิดความชำนาญในเรื่องการฝึกควายนำมาใช้งาน ไถนาและลากเกวียน(ล้อในภาษาพื้นเมือง) ฬช้เป็นพาหะแทนเครื่องจักรกลตลอด
แต่ในปัจจุบันนี้มีการใช้เจ้าทุ่งและรถสีส้มมาแทนควายไถนา มีปัญหาเรื่องการลงทุนสูงน้ำมันก็แพงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเรื่องการกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน แต่การลงทุนไม่คุ้มทุนที่ทุ่มเทลงไป มีปัญหาติดตามมา
ยุคก่อนอยู่แบบเรียบง่ายไม่มีหนี้สินอยู่กินแบบมีความสุข ไม่ทุกข์อก ร้อนใจ ยุคปัจจุบันกายสบายมีแต่ใจทุกข์ ยุคก่อนทุกข์กายแต่สบายใจ
ทางเลือก การฝึกควายไถนา
เริ่มต้นต้องฝึกควายให้รู้จักการบังคับให้ไปทางซ้ายทางขวาและสั่งให้หยุดตามต้องการพอฝึกได้จึงสามารถนำมาใช้งานได้
ลักษณะควายที่จะนำมาใช้ได้นั้นต้องเลือกตัวที่เชื่องไม่ตื่นตกใจง่ายมีลักษณะเด่นเช่นลำตัวใหญ่แข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์ดีไม่เลือกเพศผู้หรือเพศเมียก็ได้ ทั้งนี้ตัวเมียจะฝึกได้ง่ายกว่าตัวผู้ที่มักจะคึกเปรียวช่วงวัยหนุ่ม

อุปกรณ์ไถนา
ประกอบด้วย คันไถพร้อมส่วนประกอบครบเครื่อง แอกใหญ่ สายอ้อมคอสำหรับใส่คอควาย เชือกลากจูง แอกน้อย เชือกลากคันไถให้ขนาดพอดีไม่สั้นหรือยาวเกินไป

ก่อนนำควายมาฝึกไถนา
คนโบราณให้กลั้นลมหายใจประมาณหนึ่งอึดใจแล้วใช้ฝ่าเท้าเหยียบไปที่ก้านคอควายให้ควายโน้มคอลงมาก่อนจึงเหยียบ บริเวณที่จะวางแอกทำจำนวนสามครั้งเป็นการเตือนให้รู้ว่าพร้อมที่จะทำการไถนา ถ้าหากควายแสดงอาการดิ้นรนแสดงว่าไม่พร้อมที่จะใส่แอกใสไถได้
วิธีการใส่ไถ
๑.เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่นคันไถ แอกใหญ่ สายอ้อมคอ เชือกผูกแอกใหญ่โยงไปจูงคันไถให้ครบถ้วนแล้วนำควายมาใส่ไถ
๒.ถ้าควายยังไม่เคยฝึกต้องมีคนคอยจูงอีกคนหนึ่ง ทั้งคนจูงและคนบังคับคันไถต้องเข้าใจกันว่าจะต้องเดินไปทางใดให้เป็นทิศทางเดียวกัน
๓.คนไถต้องบังคับคันไถให้ได้ลึกตามความต้องการและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา

๔.ผู้จูงควายนำหน้าควายให้ควายเดินไปตามไถที่ไถไปแล้วรอบก่อนทุกๆรอบจนกว่าควายจะเคยชินแล้วค่อยๆปล่อยให้คนบังคับคันไถไล่ควายและบังคับไปเอง
๕.ควายไม่เหมือนเครื่องจักรต้องเข้าใจว่าการทำงานจะต้องใช้เวลาด้วยความอดทนถ้าควายแสดงอาการร้อนต้องใช้น้ำมาลาดลำตัวให้เย็น ควายจะได้ไม่เครียดเชื่องเชื่อฟังคำสั่ง
๖.เวลาทำการไถควรต้องเป็นตอนเช้าหรือตอนเย็นจึงจะเหมาะสม กลางวันก็ปล่อยให้ควายออกหาเล็มหญ้ากินตามปกติ

ค.ควายช่วยโลกคลายร้อน...วิกฤติโลก สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง กระทบต่อการดำรงอยู่ของทุกชีวิต
ควายไทย..บทบาทที่ไม่ควรถูกละเลย
ใช้ไถนา ลดน้ำมันเชื้อเพลิง 3.3 ลิตร/ไร่ คิดเป็นเงิน มูลค่า 132 บาทต่อปี
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 30-50 ก.ก/ไร่ มูลค่า 800-1000 บาท/ไร่
ไถนาด้วยควายลดการปลดปล่อยก๊าชเรือนกระจก จากการเผาพลาญเชื้อเพลิงและการผลิตปุ๋ยเคมี
ปุ๋ยคอกฟื้นฟูโครงสร้างของดิน เพิ่มการเก็บก๊าชมาสู่ดิน     

 

แหล่งข้อมูลจาก

http://thaibuffalo.blogspot.com/2008/11/blog-post.html

 

จัดทำโดย

นายทวี  ปาเมืองมูล เลขที่ 5 ม.5/2 

 

รายละเอียดเข้าใจได้ดี แต่ถ้ามีภาพประกอบวิธีการทำงานจะยิ่งเยี่ยมมากค่ะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 63 คน กำลังออนไลน์