ขนมช่อม่วง

ความหมายของภูมิปัญญาไทย

  • ภูมิปัญญาไทย หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ความชาญฉลาด ทักษะและเทคนิค อันเกิดจากพื้นความรู้ ที่ผ่าน กระบวนการ สืบทอด เลือกสรร ปรับปรุง พัฒนา การสร้างงาน ด้วยประสบการณ์ที่สะสม มาเป็นเวลานานอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับยุคสมัย
  • ประเภทของภูมิปัญญาไทยกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้แบ่งประเภทของภูมิปัญญาไทยไว้ ดังนี้

    1.ภูมิปัญญาด้านคติธรรม ความคิด ความเชื่อ หลักการที่เป็นพื้นฐานขององค์ความรู้
    ที่เกิดจากการสั่งถ่ายทอดกันมา
    2. ภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นแบบแผนการ
    ดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา
    3. ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพในท้องถิ่น ที่ยึดหลักการพึ่งตนเองและ
    ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัย
    4. ภูมิปัญญาด้านแนวความคิด หลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่
    ที่ชาวบ้านนำมาดัดแปลงใช้ในชุมชนอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่


  • ความสำคัญของภูมิปัญญาไทย
              คุณค่าของภูมิปัญญาไทยสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องจากบรรพบุรุษุที่ได้สร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคง
    ให้ชาติบ้านเมือง มีการดำรงชีวิตที่อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ทำให้คนในชาติเกิดความรักและความภาคภูมิใจ
    เพื่อสืบสานไปสู่อานาคต สรุปความสำคัญได้ดังนี้
     1. สร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง พระมหากษัตริย์ไทยทรงใช้ภูมิปัญญาในการสร้างชาติ สร้างความเป็น
    ปึกแผ่นของประเทศ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงปัจจุบัน 

  •                      2. สร้างความภาคภูมิใจ และเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของความเป็นไทย
                             มวยไทย มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ปัจจุบันมีค่ายมวยอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก 
                            ภาษาและวรรณกรรม ช่ไทยมีภาษาผูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง วรรณกรรมเป็นที่รู้จัก
    มีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ สุนทรภู่เป็นนักปราชญ์ทางวรรณกรรมบุคคลหนึ่งที่ได้รับการยกย่องจาก
    องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒฯธรรมแห่งประชาชาตื (ยูเนสโก) เป็นกวีเอกของโลก
                           อาหารไทย   เป็นอาหารที่ชาวต่างชาติชื่นชอบและ รู้จักกันแพร่หลาย อาทิเช่น ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ เป็นต้น
                          สมุนไพรไทย  เป็นที่รู้จักและยอมรับจากนานาประเทศ จนบาง ประเทศนำสมุนไพรไทยไปจดเป็น
    ลิขสิทธิ์ของตนเอง
                      3. การนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตอย่างเหมาะสม ทำให้รู้จักพึ่งพาอาศัยกัน ให้อภัยกัน
                      4. การนำธรรมชาติมาใช้ในการดำรงชีวิต เช่น อาหารไทยมักเป็นอาาหาร หวาน มันมีกะทิเป็น
    ส่วนประกอบหากรัปทานมากก็จะทำให้เกิดท้องอืดได้ ดังนั้น จึงมีการนำพืชสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ใบมะกูดมาใส่
    เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว
           5. การพัฒนาชีวิตให้เหมาะสมกับยุคสมัย
  • ในยุคสมัย ได้มีการพัฒนาไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  ตัวอย่างเช่น คนในสมัยก่อนใช้เรือพาย เป็นพาหนะในการเดินทางแต่ปัจจุบันมีการพัฒนามาเป็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์แทนทำให้การเดินทางรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาการเดินทางให้หลากหลายวิธีมาก เช่นรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟใต้ดิน เป็นต้น

    ขนมช่อม่วง

     ส่วนผสมและวิธีปรุงไส้ขนมช่อม่วงส่วนประกอบของไส้กุ้งชีแฮ้สับ200 กรัม
    มะพร้าวขูดขาว ¼ ถ้วย
    หัวหอมหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนโต๊ะ
    พริกไทย 10 เม็ด
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    กระเทียม 6 กลีบ
    รากผักชี 3 ราก
    สีแสดใส่ขนม 1 หยด
    วิธีทำ- โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ทั้งหมดให้ละเอียด แล้วแบ่งไว้เป็น 2 ส่วน
    -
    แบ่งกุ้งสับเป็น 2 ส่วน นำส่วนหนึ่งมาเคล้ากับรากผักชี กระเทียม พริกไทย
     -
    เตรียมมะพร้าวขูดขาว แล้วใส่สีแสดนิดหน่อยแทนมันกุ้ง
       -
    แล้วจึงนำไปส่วนผสมของกุ้ง กับมะพร้าวมาผสมให้เข้ากัน
                       -
    ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนนำรากผักชี กระเทียม พริกไทย อีกส่วนหนึงที่แบ่งไว้ไปเจียวให้หอม
                        -
    แล้วใส่ส่วนผสมของกุ้งกับมะพร้าวลงผัด ใส่เกลือ น้ำตาลทราย ชิมรสดู เมื่อได้ที่แล้วโรยผักชีนิดหน่อย ยกลงพักให้เย็นส่วนประกอบของตัวแป้งแป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
    น้ำลอยดอกมะลิ 1 ½ ถ้วย
    แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
    ดอกอัญชัญ 8-10 ดอก
    น้ำกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

  • วิธีทำ- นำน้ำเดือดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่บนดอกอัญชัญ
    แล้วบีบมะนาวสัก 2-3 หยด พอเป็นสีฟ้าแกมม่วง
    แล้วคั้นเอาแต่น้ำเตรียมไว้

    - ร่อนแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน 2 ครั้งใส่ชามอ่าง- แล้วใส่น้ำลอยดอกมะลิทีละน้อย นวดไปเรื่อยๆ
    ประมาณ 5 นาที นวดแป้งให้นิ่มมือแล้วจึงใส่น้ำส่วนที่เหลือ
    ลงไปทั้งหมด ใส่น้ำดอกอัญชัญคั้นและน้ำมันพืช ลงไปผสม
    -
    แล้วนำไปกวน เมื่อกวนจนแป้งสุกแห้งดีและล่อน
    จากกะทะเป็นก้อนกลมๆ จึงตักใส่อ่างผสมที่จะนวด
    -
    พออุ่นจึงนวดให้เหนียวนุ่มประมาณ 5-10 นาที
    แล้วปั้นแป้งเป็นลูกกลมๆ เท่าๆ กัน เพื่อที่จะได้
    ขนาดขนมเท่าๆ กัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1 ¼ นิ้ว
    -
    แล้วแผ่แป้งออกเป็นรูปกรวยใส่ไส้แล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ

    - แล้วใช้แหนบจับแป้งตรงกลางให้เป็นรูปเกสรดอกไม้
    แล้วจับกลีบโดยรอบ จากนั้นก็จับกลีบชั้นที่สอง ที่อยู่ถัดเข้าไปข้างในให้กลีบชั้นในวางสลับสับหว่าง
    กับกลีบชั้นนอก ทำอย่างนี้ไปจนถึงชั้นเกสรชั้นใน
    -
    เมื่อทำจนหมดแป้งแล้วจึงนำไปเรียงในรังถึง
    ที่ปูด้วยใบตองฉีกทาน้ำมันไว้แล้ว
    -
    พรมน้ำให้ทั่วก่อนนำไปนึ่ง จากนั้นนำไปนึ่งในน้ำเดือด
    ประมาณ 3 นาที ยกลงพรมด้วยหัวกะทิ จัดใส่จานเสริฟ ทานพร้อมกับ

    กระเทียมเจียว ผักกาดหอม และผักชี

     

    ในฐานะเยาวชนของไทย  เราจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมภูมิปัญญาไทยได้ อย่างไรภูมิปัญญาไทยเป็นสิ่งที่ดีงามคู่สังคมไทย ซึ่งคนไทยควรภาคภูมิใจและช่วยกันอนุรักษ์ให้ดำรงอยู่ต่อไป แนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาทำได้หลายวิธี เช่น การตั้งสถาบันในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ที่ดำเนินงานส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย เช่น สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นต้น ภูมิปัญญาไทยช่วยสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่น เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างสรรค์ขึ้นมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันทำให้คนในชาติเกิดความรักและความภาคภูมิใจ ที่จะร่วมแรงร่วมใจสืบสานต่อไปในอนาคต เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุสถาปัตยกรรม ประเพณีไทย การมีน้ำใจ การประสานผลประโยชน์ เป็นต้น ภูมิปัญญาไทยจึงมีคุณค่าและความสำคัญ

      

     

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 249 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • nopachai