`(howto) บ้านวิ้งๆ กับการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด

รูปภาพของ sss28221
หลังจากเกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายๆพื้นที่ ทุกคนคงจะเกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งขึ้นตามมา นั่นก็คือการทำความสะอาดบ้านของตนเอง
ซึ่งบางคนถึงกับว่าเห็นบ้านของตนเองแล้วแทบจะไม่อยากกลับบ้านของตนเองเลยทีเดียว แต่ถ้าจะปล่อยบ้านไว้อย่างนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่
ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดกันค่ะ  
ที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/media/content/2010/10/27/122205/hr1667/630.jpg 
เริ่มจากการเตรียมตัวก่อนเข้าไปทำความสะอาดบ้านกันก่อนดีกว่านะคะ นั่นคือ
 1.ควรตรวจสอบ หรือเดินดูบริเวณรอบๆบ้าน ก่อนเข้าไปภายในบ้าน เพื่อพิจารณาดูโครงสร้างที่อาจเสียหายและอาจเป็นอันตรายได้
 2.ควรระวังในเรื่องสัตว์มีพิษชนิดต่างๆที่เข้ามาภายในบ้าน
 3.ควรตรวจสอบการจ่ายไฟ โดยการดูที่คัตเอาต์ว่ายังมีการสับสวิตช์ลงอยู่หรือไม่
 4.ควรเปิดประตู หรือหน้าต่างเพื่อให้เกิดการถ่ายเทของอากาศ
 5.ควรสวนอุปกรณ์ป้องกันต่างๆให้พร้อม เช่นแว่นตาช่าง หน้ากากกรงฝุ่น ผ้าปิดปากปิดจมูก ถุงมือยาง รองเท้าบูต เป็นต้น
 และมีข้อควรระวังในการทำความสะอาดคือ ห้ามเปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เพราะจะทำให้เชื้อราฟุ้งกระจายในอากาศ 
หลังจากที่เราเตรียมตัวกันเสร็จแล้วทีนี้เรามาดูวิธีการทำความสะอาดกันเลยดีกว่าค่ะ 
  
  
 1.ควรจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไปวางไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด
 2.ใช้ผ้าที่ชุบน้ำสบู่เช็ด หรืออาจจะเป็นผงซักฟอกไปในทิศเดียวกัน เสร็จแล้วเราควรเช็ดตามด้วยน้ำที่ผสมคลอรีนหรือน้ำยาฟอกขาว
เช่น ไฮเตอร์ น้ำยาขัดพื้น-ห้องน้ำ
 3.การใช้แปรงขัดห้องน้ำแบบยืนขัด จะช่วยให้คราบสกปรกออกได้ดี  (ในกรณีภายนอกตัวบ้าน ผนังปูน หรือผนังพื้นผิวหยาบ)
 การทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆ ไม่ควรใช้น้ำแรงดันสูงฉีด เพราะจะทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจาย 
 4.ในการทำความสะอาดบ้านนั้นเราควรหยุดพักเพื่อออกมาสูดอากาศทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อลดการสูดดมเชื้อรา
 5.การทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆ เราควรใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว และเช็ดด้วยน้ำผสมคลอรีน แต่ถ้าหากพบคราบเชื้อราที่เราไม่สามารถ
ขัดออกได้ ให้ใช้น้ำส้มสายชูขัดออกก่อน แล้วจึงใช้น้ำยาฟอกขาวอีกครั้ง และตามด้วยน้ำผสมคลอรีน แล้วจึงนำออกตากแดดให้แห้ง
สนิท หากพบว่าคราบเชื้อราเช็ดล้างไม่ออก เราควรตัดสินใจที่จะทิ้งของสิ่งนั้นดีกว่า เพราะว่าสิ่งของสิ่งนั้นจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
ชั้นดีเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะพรม เบาะ และที่นอน
 6.เสื้อผ้า ผ้าม่าน และผ้าห่ม หากว่าเราพอเชื้อรา ให้เราฆ่าเชื้อเบื้องต้นได้ด้วยการนำไปต้ม จากนั้นจึงซักให้สะอาดหลายๆครั้ง แล้วจึง
 
นำไปตากในที่ที่มีแสงแดด
 7.เมื่อเราทำความสะอาดเสร็จภายในบ้านเสร็จแล้วนั้น เราควรเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ ให้แสงแดดส่องเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อไล่ความชื้น
ภายในตัวบ้านค่ะ
 8.สำหรับบ้านที่ติดเครื่องปรับอากาศนั้น ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศโดยที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดก่อนนะคะ เพราะว่าจะทำให้เชื้อโรค
ถูกดูดเข้าไปในระบบปรับอากาศ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้ ทางที่ดีควรเปลี่ยน Filter ของเครื่องปรับอากาศก่อนกานใช้
งานค่ะ
 หลังจากการย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วนั้น หากเราเกิดอาการผิดปกติขึ้นเช่น ผื่นแพ้ หายใจติดขัด เราควรรีบพบแพทย์ทันที  
 สาเหตุของอาการนั้นๆค่ะ  
เมื่อเราทำความสะอาดบ้านของเราเสร็จแล้ว หลายๆคนอาจจะยังพบปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือปัญหาอย่างกลิ่นอับชื้นภายใน
บ้าน ดังนั้นเราจึงมาแนะนำวิธีการลดปัญหากลิ่นอับชื้นภายในบ้านแบบง่ายๆมาแนะนำค่ะ
โดยที่ก่อนอื่นนั้นเราควรตรวจสอบหาแหล่งที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์ก่อนค่ะ แล้วจากนั้นเราก็มาทำการลดกลิ่นอับนั้นกันค่ะ 
 
โดยวิธีแรกนั้นเราจะใช้ Baking soda มาทำสเปรย์ขจัดกลิ่น โดยเราจะผสม Baking soda 1/2 ถ้วย กับแป้งข้าวโพด 1/2 ถ้วย จากนั้น
หยดน้ำหอมระเหยกลิ่นที่เราชอบลงไป 15 หยด ใส่ขวดสเปรย์ฉีดบนพื้นพรม หรือภายในบ้านก็จะช่วยเราขจัดกลิ่นอับชื้นได้ค่ะ
วิธีต่อมา เรามาใช้สมุนไพรไทยกันค่ะ ซึ่งนอกจากจะสามารถหากันได้ง่ายๆแล้วนั้น ยังมีราคาที่ถูกอีกด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น
ที่มาภาพ : http://9leang.com/wp-content/uploads/2010/07/16012010629.jpg 
ใบเตย โดยการมัดใบเตยสักประมาณ 4-5 ใบรวมกัน เสร็จแล้วจึงนำไปแขวนไว้ในห้องที่ต้องจะดับกลิ่น หากเราต้องการให้ใบเตบมีกลิ่น
หอมมากขึ้น แนะนำว่าให้ตัดใบเตยออกเป็นท่อนเล็กๆใส่จานวางไว้ จะช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ได้ค่ะ
นอกจากสมุนไพรอย่างใบเตยแล้วเราสามารถนำขิง ข่า ตะไคร้มารวมพลังกันช่วยลดกลิ่นอับได้ด้วย โดยการตำขิง ข่า และตะไคร้รวมกันให้
เนื้อสมุนไพรพอแตก จากนั้นนำมาห่อด้วยผ้าขาวบาง มัดด้วยเชือก นำไปแขวนในห้องที่มีกลิ่นอับชื้น แค่นี้ก็สามารถช่วยลดกลิ่นอับชื้นได้ด้วยเช่น
กันค่ะ 
ที่มาภาพ : http://pics.manager.co.th/Images/554000015044902.JPEG 
มาต่อกันด้วยเรื่องต้นไม้กันดีกว่าค่ะ หากบ้านของใครที่มีน้ำท่วมเป็นเวลานาน ต้นไม้ขนาดทั้งใหญ่ และเล็กคงจะต้องตายกันหมดแน่ ซึ่ง
แนวทางการแก้ไขก็คือการปลูกต้นใหม่กันแน่นอนอยู่แล้วใช่มั้ยคะ แต่ต้นไม้บางต้นที่ยังไม่ตายนั้นเราก็มีวิธีการที่จะช่วยต้นไม้เหล่านั้นไม่ให้ตายได้
โดยวิธีการต่างๆดังนี้ค่ะ
 1.อย่าให้ปุ๋ยเด็ดขาด เพราะน้ำท่วมทำให้รากของต้นไม้อ่อนแอ ดังนั้นจึงต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นตัว
 2.ขุดหลุมเล็กๆขนาดประมาณ 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร ไว้ข้างๆต้นไม้ เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังอยู่บริเวณรากต้นไม้ไหลลงสู่หลุมที่เราขุด
แล้วจึงค่อยนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กมาคอยสูบน้ำออก แต่ถ้าหากว่าเราไม่มีเครื่องสูบก็สามารถทำได้โดยขุดหลุมให้มีขนาดที่กว้าง
ขึ้น แต่อย่ากว้างมากจนเกินไป แล้วจึงใช้ขันค่อยๆตักน้ำออก
 3.หากรากของต้นไม้นั้นไม่แข็งแรงพอที่จะยึดลำต้นเอาไว้ได้ อย่าอัดดินลงไปเด็ดขาด ให้ใช้วิธีการดามหรือค้ำยันลำต้นเอาไว้แทน รอ
จนกว่ารากของต้นไม้จะแข็งแรงพอแล้วจึงเอาไม้ค้ำออก
ต้นไม้เป็นสิ่งที่ความสำคัญต่างๆมากมาย และยังให้ประโยชน์แก่เรามากมายไม่ว่าจะช่วยให้ร่มเงา หรือช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น ดังนั้น
พวกเราทุกคนจึงควรที่จะร่วมด้วยช่วยกันรักษาต้นไม้ให้อยู่กับเรานานๆ และช่วยกันปลูกต้นไม้ทดแทนต้นที่ตายไปกันด้วยนะคะ
สำหรับวิธีการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดนี้นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เรายังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งอื่นๆอีกมากมายไม่
ว่าจะเป็นทางอินเทอร์เน็ต หรือทางโทรทัศน์นะคะ ก็หวังว่าบทความนี้จะพอมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ประสบภัยทุกคน ได้กลับไปดูแลทำความสะอาด
บ้านที่ถูกน้ำท่วนให้กลับมาสะอาด และน่าอยู่เหมือนเดิมนะคะ สุดท้ายก็ขอฝากบทความดีๆอย่าง "ฝ่าวิกฤติด้วยความบวก" มาให้ทุกคนๆได้อ่าน
กันค่ะ
การแก้ปัญหาทั้งหลายย่อมไม่มี “สูตรสำเร็จ” เป็นธรรมดา....
บางทีเมื่อแก้ปัญหาด้วยการ “คิด” ไม่ได้.... ลองใช้การแก้ปัญหาด้วยการ “ยั้งคิด” บ้าง
บางทีการแก้ปัญหาด้วย “ความรู้” ไม่ได้.... ลองใช้ “ความรู้สึก” ในการแก้ปัญหาบ้าง
บางทีเราต้องไม่มองเฉพาะผล “ด้านนอก” แต่เราต้องเข้าใจปัญหาจาก “ภายใน” บ้าง
พลังแห่งการฝ่าวิกฤติทั้งหลายอาจจะอยู่ตรงนั้นก็ได้ 
หากเราฝึกตนให้เป็น “คนกล้า” ที่มิใช่ลืมตัวกลายเป็นคน “บ้าบิ่น” แก้ปัญหาตามอารมณ์
โดยเราแยกความแตกต่างของ “ความรัก” และ “ความหลง” ได้ชัดเจนเพียงพอ
โดยเรารอบรู้และเข้าใจทั้ง “วิชาการ” และ “มนุษย์” ได้อย่างสมดุล
เราจะหา “ข้อมูล” เพื่อการ “วิเคราะห์” อันนำมาซึ่ง “บทสรุป” เพื่อการปฏิบัติทั้งหลายได้
พลังแห่งการฝ่าวิกฤติทั้งหลายอาจจะอยู่ตรงนั้นก็ได้
เราต้องไม่เป็นผู้ที่ “รู้มาก แล้ว คิดน้อย” หรือเป็นผู้ที่ “รู้น้อย แล้ว คิดมาก”  
 
เราน่าจะเป็นผู้ที่ “รู้น้อย ก็รู้ให้มากขึ้น เมื่อรู้มากพอแล้ว ก็อย่าลืมคิดให้มากขึ้น” ตามไปด้วย
หากคิดมากขึ้นแล้ว ยังแก้ปัญหาไม่ได้..... ลอง “ยั้งคิด” ดูสักหน่อย 
พลังแห่งการฝ่าวิกฤติทั้งหลายอาจจะอยู่ตรงนั้นก็ได้ 
ที่มา: คุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
สถาปนิกอาวุโส และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ 
 
 http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1321691710&grpid=09&catid=&subcatid=
 http://www.kaochristian.com/2011/11/blog-post_6277.html
 http://women.sanook.com/943942/บ้านมีกลิ่นอับหลังน้ำลด
 http://hilight.kapook.com/view/63917 
 
รูปภาพของ sss28236

ทำบล๊อกสวยดีอ่าาา :))

รูปภาพของ sss28301

เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้ในสถานการณ์นี้ด้วย

 

รูปสวยมาก

รูปภาพของ sss28222

ภาพน่ารักมากเลยค่ะ เนื้อหาเข้าใจง่าย :D

รูปภาพของ sss28315

 

หัวข้อน่ารักมากเลย ^^ 

รูปภาพของ sss28225

หัวข้อรูปสวยดีนะ

อยากให้มีรูปภาพเยอะกว่านี้

รูปภาพของ sss28239

บล็อกสวยจัง 

:]  

รูปภาพของ sss28211

ชอบอ่ะ !!

 

ทำได้น่ารักมากๆเลย

 

รูปก็สวยด้วย  อิอิ 

รูปภาพของ sss28288

 

ว้าว ใช้สมุนไพรได้ด้วย

คงต้องลองเอาไปใช้มั่ง

 

ขอบคุณค่า ^^ 

รูปภาพของ sss28260

โอะ  มีวิธีการลดกลิ่นอับชื้นด้วย!! ดีมาก  เพราะมันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกจริงๆ เรื่องกลิ่นเนี่ย

รูปภาพของ sss28246

ทำได้สวยงามมากเลยจ้า :)

รูปภาพของ sss28268

ทำได้ สวย น่ารักมาเลย

อ่านง่ายด้วย  

รูปภาพของ sss28230

สวยมากๆเลย อ่านง่ายด้วย

รูปภาพของ sss28227

อ่านเข้าใจง่ายเนื้อหาดีมากและสวยงามมากจร้า ^^

รูปภาพของ ssspoonsak

อืม ดีจ้ะ แต่จะเพิ่มเติมอีกก็ได้นะจ้ะ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 175 คน กำลังออนไลน์