ร่วมมือ ร่วมใจ สร้างบ้านใหม่

รูปภาพของ sss28091
 
 
 
 
                                 
 
  •           ปี 2554 เป็นปีที่ประสบปัญหาใหญ่ น้ำท่วมอย่างหนัก เดือดร้อนกันทั้งกรุงเทพและปริมณฑล และนิคมอุตสาหกรรมไอเทคกว่า 100 โรงงานที่จมน้ำ เกิดความเสียหายอย่างมาก มีผลกระทบต่อรายได้ของประเทศ ขาดทุนอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย ของใช้บ้านเรือนเสียหาย อีกทั่งต้องคอยระวังไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งน้ำเป็นตัวกลางนำสื่อได้ดีทีเดียว มีคนเสียชีวิตจากน้ำท่วมหลายร้อยศพ นอกจากระวังเรื่องไฟฟ้าแล้วยังต้องระวังโรคที่มากับน้ำท่วม เป็นปัญหาที่ใกล้ตัวมากๆ ที่เราต้องเผชิญกับมันถ้าบ้านเราเกิดปัญหาน้ำท่วม เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู และหลังน้ำท่วมแล้วผู้ประสบภัยยยังต้องประสบกับปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง เนื่องจากแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภคจะปนเปื้อน กระแสน้ำจะพาสิ่งสกปรก เชื้อโรค สารเคมีกระจายเป็นวงกว้าง กระทรวงสาธารณะสุขจึงออกมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา
 
 

บ้านของเรา แบ่งได้ 3 อย่าง

  1. พื้นที่ด้านนอก ประกอบไปด้วย พื้น กำแพง สวน เป็นพื้นที่โดนน้ำและแสงแดดมาก อาจมีการเกิดตะไคร้ได้ง่าย การทำความสะอาดก็ทำได้ง่ายกว่าพื้นที่ด้านใน เพราะสามารถขัดหรือล้างแบบเปียกได้ ไม่ต้องกลัวจะชื้นหรือเปียกเฟอร์นิเจอร์ ทำให้การทำความสะอาดไม่ต้องระมัดระวังมากนัก และยังเป็นพื้นที่โดนแสงแดดได้ดี อากาศและลมถ่ายเทสะดวก การสะสมของความชื้นอับและเชื้อโรคจะน้อยกว่าพื้นที่ด้านใน
  2. พื้นที่ด้านใน ประกอบไปด้วย พื้นและผนัง หากน้ำขังก็จะซึมผ่านปูน ผ่านพื้น และสะสมความชื้นอยู่ด้านใน หากทาสีเลย สีก็จะร่อน หากไม่ดูแลดีๆความชื้นก็จะอับและเป็นเชื้อราได้ง่าย การทำความสะอาด ก็ทำได้เฉพาะผิวด้านนอก ทั้ง กำแพงและพื้น พวกคราบน้ำ หรือสิ่งสกปรก เท่านั้น หากไม่คิดมากเพราะว่าเปียกจากน้ำท่วมอยู่แล้วก็ขัดล้างทำความสะอาดแบบเปียกเลยจะให้ผลที่ดีกว่าครับ ไม่ควรทาสีทับทันทีเพราะความชื้นจะสะสมอยู่ด้านในและเป็นเชื้อราได้ ความอับชื้นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู ควรเปิดหน้าต่าง ประตู และช่องแสงต่างๆให้ ความร้อนจากแสงแดด และ ลม ช่วยพัดพาความชื้นออกไป
  3. เฟอร์นิเจอร์ ในที่นี้ไม่รวมเครื่องไฟฟ้านะครับ เพราะคงต้องส่งซ่อมหรือซื้อใหม่เท่านั้น เฟอร์นิเจอร์แนะนำการ ล้าง ซัก และตากแดดครับ วัสดุจากไม้จะสะสมความชื้นและสิ่งสกปรกได้ซึมลึก ทำความสะอาดให้เหมือนเดิมเป็นไปได้ยากครับ วัสดุจากผ้า ถ้าซักได้ ซักเลยครับ และตากแดด ระวังเรื่องความชื้นกันด้วยนะครับ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะสะสมเชื้อโรคและอาจทำให้เจ็บป่วยได้เลยทีเดียว


 
 

 

  • กำจัดปัญหาอย่างตรงประเด็น
  •  
  • 1. ความชื้น – เป็นต้นเหตุของทุกปัญหา พอชื้นปุ๊บ สะสมเชื้อโรค เกิดเป็นเชื้อรา เกิดจุลินทรีย์ เกิดกลิ่นเหม็น มีคราบสกปรก และอีกมากมาย ดังนั้น ต้องกำจัดให้ได้มากที่สุดครับ ง่ายที่สุดคือ…
  • เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม เปิดประตู เปิดทุกอย่างที่เป็นไปได้ ให้อากาศและลมถ่ายเทพัดพาเอาความชื้นออกไป หากเป็นวันแดดจัดจะดีมาก แต่ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศ จะดูดเอาความชื้นและเชื้อโรค ไปติดในตัวเครื่อง และต่อไปอากาศจากเครื่องปรับอากาศจะไม่สะอาด ทำให้เกิดโรคและภูมิแพ้ได้
  • เครื่องทุ่นแรง – ที่ใช้ได้จะเป็นพวกเครื่องเป่าลมหอยโข่ง ถ้ามีลมร้อนด้วยจะดีมาก
  •  สามารถใช้ กากใบชาแห้ง กากกาแฟแห้ง หรือถ่าน ดูดความชื้นได้
  • 2. เชื้อโรค เชื้อรา ต่างๆ – เกิดจากความชื้นและสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ ทำให้เกิดการสะสมและรวมตัวกัน เป็น เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ มีผลร้ายต่อร่างกายหากสูดดม หรือ สัมผัสเป็นเวลานานๆ
  • a. ใช้คลอรีน ผสม 1 ต่อ 500 หรือ 1000 ส่วน เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
  • b. ใช้น้ำส้มสายชู เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
  • c. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราต่างๆ
  • d. หลังจากนั้นประมาณ 10-20 นาที เช็ดถูทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป
  • 3. กลิ่นเหม็น – หลังจากกำจัดความชื้นและ เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ ไปแล้ว กลิ่นเหม็นจะเบาบางลงไป แต่กลิ่นที่ยังสะสมอยู่ในท่อน้ำหรือพื้นที่อับชื้นเช่น ห้องน้ำ ควรใช้น้ำหมักชีวภาพ EM แล้วราดลงพื้นหรือฉีดพ่น ช่วยกำจัดกลิ่นได้ การออกฤทธิ์จะช้าแต่ได้ผลดี ไม่ควรใช้น้ำยาที่ผสมน้ำหอมราดเพราะจะทำให้กลิ่นเหม็นยังคงอยู่และอยากรุนแรงขึ้นได้
  • 4. คราบสกปรก – กำจัดคราบต่างๆโดยใช้น้ำยาทำความสะอาด และเช็ดถู หรือขัด ตามปกติ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องขัดพื้นช่วยได้ สำหรับพื้นที่ด้านนอกสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาจะทำความสะอาดได้เร็วขึ้น (ดูในหมวดการทำความสะอาด)
  •  

 

 

 

 
 

1. พื้น

  • ด้านนอกอาคาร ทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้าง การขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถ ล้างแบบเปียกได้แล้วทิ้งให้แห้ง สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาด
  • ด้านในอาคาร เช็ดทำความสะอาด หากคราบฝังแน่น ขัดด้วยแปรงหรือแผ่นขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาดเพื่อทำความสะอาด

*หมายเหตุ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือเครื่องขัดพื้น ช่วยทำความสะอาดจะลดเวลาทำงานได้มาก

  • พื้นไม้ สะสมความชื้นสูง ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาด ล้าง หรือเช็ดถู
  • พื้นพรม หากสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ใช้เครื่องซักพรมทำความสะอาด หรือซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ ระวังพรมบางประเภทไม่ทนต่อน้ำ
  • กาวหรือขนพรมอาจหลุดได้

  •  
  •                        

              
                                               
                                                               
 
 
 
 
 

2. กำแพง

  •        ผนังไม้ ปกติไม้จะเสียหายเมื่ออยู่ใต้ระดับน้ำ แต่มักผุกร่อนในจุดที่มีน้ำขึ้น น้ำลง ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อน้ำลดให้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด ขจัดคราบสกปรกออกเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในบ้าน เพื่อให้ผิวไม้ระเหยความชื้นออกไปได้ เมื่อแน่ใจว่าผนังแห้งดีแล้วให้ใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ทาชะโลมที่ผิว แล้วรออีกสัก3-4เดือน จึงทาภายนอกอีกทีเพราะผนังภายนอกน่าจะแห้งสนิทดีแลัว
  •  
  •  ผนังก่ออิฐฉาบปูน ให้ดำเนินการเหมือนผนังไม้ แต่ต้องทิ้งระยะเวลานานกว่าเนื่องจากผนังอิฐมีมวลสารและการเก็บกักความชื้นในตัววัสดุได้มากกว่าไม้ จึงต้องใช้เฃวลาระเหยออกไปนานกว่าไม้
  •  
  •        ผนังยิบซั่มบอร์ด เนื่องจากวัสดุชนิดนี้เป็นแผ่นผงปูนยิบซั่มที่หุ้มด้วยกระดาษอย่างดี แต่ไม่ว่าจะดีเพียงใดเมื่อเจอกับน้ำท่วม แล้วก้คงไม่น่าจะมีชีวิตต่อไป ดังนั้นให้แก้ไขโดยเลาะเอาผนังแผ่นชนิดนี้ที่โดนน้ำท่วมจากโครงเคร่าแล้วค่อยหาเแผ่นใหม่มาติด ยาแนว ทาสีทับใหม่ก็เรียบร้อย ระวังโครงเคร่าผนังที่เป็นไม้ ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกไปก่อน ให้แห้งสนิท
  •  
  •        ผนังโลหะ/กระจก วัสดุเหล่านี้โดยตัวเนื้อวัสดุคงไม่มีความเสียหาย เพียงแค่ทำความสะอาดขัดถูก็จะสวยงามเหมือนเดิม แต่ระวังเรื่องรอยต่อว่ามีคราบน้ำ เศษผง สิ่งสกปรกติดฝังอยู่หรือไม้ หากทำความสะอาดเสียให้เรียบร้อย เนื่องจากคราบน้ำอาจทำให้วัสดุแนวเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม
 
 

 
 

3. เฟอร์นิเจอร์

  • ตู้บิลอิน เช็ดถูทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค เปิดหน้าบานระบายความชื้น
  • เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ฉีดล้างทำความสะอาด นำตากแดด หากเป็น เฟอร์นิเจอร์ผ้าจะเปียกและสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า 
  • เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 4. เครื่องใช้ต่างๆ

  • เครื่องครัว ต่างๆ แช่ทำความสะอาดในน้ำคลอรีนผสม หรือ แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำไปแช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาดอีกครั้ง
  • เครื่องเงินและโลหะ ต้มทำความ แช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาด
 
 
 
 
 
 
 

ข้อควรจำ!!

  • • สวมถุงมือ รองเท้ายาง ผ้าปิดจมูก ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และการสูดดม สัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ
  • • ควรทำความสะอาด ฟื้นฟู ทันทีที่ทำได้ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะเชื้อโรคจะสะสมมาก คราบสกปรกจะฝังแน่นทำความสะอาดยาก
  • • ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพราะ เชื้อโรคจะสะสมในระบบได้ ควรใช้งานหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว
  • • เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อลดความชื้นและอับ จะลดโอกาสเกิดเชื้อราและไม่สะสมเชื้อโรค
  • • ห้ามทาสีใหม่ทันที เพราะความชื้นสะสมที่กำแพง จะทำให้สีทาใหม่ลอกร่อนได้
  • • กำจัดความชื้น เชื้อรา ให้ได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ลดโอกาสเกิดโรคทางเดินหาย โรคปอด หอมหืด
 
 
รูปภาพของ sss28163
สุดยอด เจ๋งมาก' B)
รูปภาพของ ssspoonsak

อืม ดีจ้ะ แต่จะเพิ่มเติมอีกก็ได้นะจ้ะ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ sss28115

เนื้อหาดีมาก

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 156 คน กำลังออนไลน์