"โรคตาแดง"โรคที่มากับน้ำำที่ไม่ควรมองข้าม

รูปภาพของ sss28264
 
 
 
  
โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา (conjuntiva)
ที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน
หรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีบ ไวรัส Chlamydia trachomatis
ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์
ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง
การใช้contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง
 
 
 
ที่มาภาพ :  http://img.kapook.com/image/health/eye_.jpg
อาการของโรคตาแดง
  1. คันตา เป็นอาการที่สำคัญของผู้ป่วยตาแดงที่เกิดจากภูมิแพ้ อาการคันอาจจะเป็นมากหรือน้อย คนที่เป็นโรคตาแดงโดยที่ไม่มีอาการคันไม่ใช่เกิดจากโรคภูมิแพ้ นอกจากนั้นอาจจะมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวเช่นหอบหืด ผื่นแพ้
  2. ขี้ตา ลักษณะของขี้ตาก็ช่วยบอกสาเหตุของโรคตาแดง
  • -ขี้ตาใสเหมือนน้ำตามักจะเกิดจากไวรัสหรือโรคภูมิแพ้
  • -ขี้ตาเป็นเมือกขาวมักจะเกิดจากภูมิแพ้หรือตาแห้ง
  • -ขี้ตาเป็นหนองมักจะร่วมกับมีสะเก็ดปิดตาตอนเช้าทำให้เปิดตาลำบากสาเหตุมักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
  1. ตาแดงเป็นข้างหนึ่งหรือสองข้าง

  • -เป็นพร้อมกันสองข้างโดยมากมักจะเกิดจากภูมิแพ้
  • -เป็นข้างหนึ่งก่อนแล้วค่อยเป็นสองข้างสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อเช่นแบคทีเรีย ไวรัส หรือ Chlamydia
  • -ผู้ที่มีโรคตาแดงข้างเดียวแบบเรื้อรัง ชนิดนี้ต้องส่งปรึกาแพทย์
  1. อาการปวดตาหรือมองแสงจ้าไม่ได้ มักจะเกิดจากโรคชนิดอื่นเช่นต้อหิน ม่านตาอักเสบเป็นต้น ดังนั้นหากมีตาแดงร่วมกับปวดตาหรือมองแสงไม่ได้ต้องรีบพบแพทย์

  2. ตามัว แม้ว่ากระพริบตาแล้วก็ยังมัวอยู่ โรคตาแดงมักจะเห็นปกติหากมีอาการตามัวร่วมกับตาแดงต้องปรึกษาแพทย์
 
การป้องกันโรคตาแดง
ที่มาภาพ : http://www.suriyothai.ac.th/files/u1320/4.jpg
  • 1.อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น
  • 2.อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
  • 3.ล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือเข้าตา
  • 4.ใส่แว่นตากันถ้าต้องเจอสารเคมี
  • 5.อย่าใช้ยาหยอดตาของผู้อื่น
  • 6.อย่าว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีน
  • 7.ยาเมื่อไม่ได้ใช้ให้ทิ้ง
  • 8.อย่าสัมผัสมือ
  • 9.เช็ดลูกบิดด้วยน้ำสบู่เพื่อฆ่าเชื้อโรค
 การรักษาตาแดงด้วยตัวเอง
  • 1.ประคบเย็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ10-15 นาที
  • 2.ล้างมือบ่อยๆ
  • 3.อย่าขยี้ตาเพราะจะทำให้ตาระคายมากขึ้น
  • 4.ใส่แว่นกันแดด หากมองแสงสว่างไม่ได้
  • 5.อย่าใส่ contact lens ช่วงที่มีตาแดง
  • 6.เปลี่ยนปลอกหมอนทุกวัน เปลี่ยนหมอนทุก 2 วัน
หากมีอาการต่อไปนี้ให้รีบพบแพทย์
  • 1.ตามัวลง
  • 2.ปวดตามากขึ้น
  • 3.กรอกตาแล้วปวด
  • 4.ไข้
  • 5.ให้ยาไปแล้ว 48 ชั่วโมงไม่ดีขึ้น
  • 6.น้ำตายังไหลอยู่แม้ว่าจะได้ยาครบแล้ว
  • 7.แพ้แสงอย่างมาก
รูปภาพของ ssspoonsak

อืม ดีจ้ะ แต่จะเพิ่มเติมอีกก็ได้นะจ้ะ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ sss28289
  • เนื้อหาสาระดี มีประโยชน์มากค่ะ ><
รูปภาพของ sss28289
  • เนื้อหาสาระดี มีประโยชน์มากค่ะ ><
รูปภาพของ sss28204

เนื้อหาทีประโยชน์มากๆๆเลย

รูปภาพของ sss28263

ขอบคุณที่นำความรู้และประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังนะจ้ะ

รูปภาพของ sss28167

ดีๆๆ ได้ความรู้เยอะเลยย  ^^  เจ๋งงง

รูปภาพของ sss28270

โอ๊ะ!!! อย่างงี้ต้องระวัง

รูปภาพของ sss28277

อุ้วว้าวววว เยี่ยมมมมมมมม ^^

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 77 คน กำลังออนไลน์