มหาอุทกภัยทำให้ไทยเห็นอะไรบ้าง??

รูปภาพของ sss29525

Create your own banner at mybannermaker.com!

      

แหล่งที่มาของภาพ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img6/120942.jpg 

           

              ในปีพุทธศักราช 2554 นี้ นับว่าเป็นปีมหาอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องด้วยปริมาณน้ำฝนที่มีมากที่สุดใน 50 ปีที่ผ่านมา มีน้ำท่วมขังในบริเวณภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 โดยทุกฝ่ายก็ล้วนคิดหาวิธีทางระบายน้ำที่ดีที่สุด เกิดความเสียหายให้แก่ชาวนาชาวไร่ เพราะว่าภาคกลางนั้นถือเป็นแหล่งปลูกข้าวของประเทศเลยก็ว่าได้ จึงทำให้กระดูกสันหลังของชาติ ต้องเสียใจที่ยังไม่ได้เก็บผลผลิตที่ตนหวังไว้ บางคนก็ไปกู้หนี้ยืมสิ้นมา หวังว่าจะนำรายได้จากข้าวในฤดูนี้ไปใช้คืนหนี้สินของตน นับว่าเป็นที่น่าเห็นใจอย่างยิ่ง                                                                                                                                                                 

 

 

แหล่งที่มาของภาพ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img6/120944.jpg

 

แหล่งที่มาของภาพ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img6/120945.jpg     

 

  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีช่องทางรับบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นพีน้องรวมชาติของเรานั่นเอง และเป็นที่น่าตื้นตันใจมาก เพราะในเหตุการณ์น้ำท่วมนี้เราได้เห็นน้ำใจของคนไทย ที่ไม่เหือดหายไปจากสังคมจริงๆ เรียกได้ว่า "น้ำท่วมมากแค่ไหน น้ำใจของคนไทยก็มากยิ่งกว่านั้น" ทั้งการบริจาคสิ่งของ เพื่อนำไปบรรจุถุงยังชีพ หรือปัจจัยอื่นๆที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงทำให้เห็นว่า คนไทยไม่ทิ้งกันจริงๆ

 

   

แหล่งที่มาของภาพ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img7/120963.jpg 

แหล่งที่มาของภาพ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img7/120959.jpg 

 

           หลังจากที่จังหวัดต่างๆในประเทศไทยของเราได้ประสบกับปัญหาอุทกภัยไปแล้ว มวลน้ำจำนวนมากก็ได้ไหลมาสู่จังหวัดอื่นๆในภาคกลางที่เป็นทางน้ำเพื่อปล่อยสู่ทะเลอ่าวไทย และหนึ่งในจังหวัดที่มีผลกระทบก็คือ เมืองหลวงของประเทศไทย กรุงเทพมหานคร นั่นเอง 

            ในเหตุการณ์ มหาอุทกภัย ครั้งนี้ทำให้คนกรุงเทพตื่นตัวกันอย่างมาก บ้างก็อพยพไปอยู่จังหวัดอื่นที่ไม่โดนน้ำท่วม บางคนนำรถยนต์ไปจอดบนทางด่วนเพื่อให้รถของตัวเองไม่โดนน้ำทำให้เสียหาย บางครัวเรือนก็สร้างกำแพงก่ออิฐบริเวณหน้าบ้านเพื่อป้องกันน้ำเข้าบ้าน ที่หน้าอาคารใหญ่ๆ หรือตามสถานที่ต่างๆกระเห็นกระสอบทรายวางอยู่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายให้กับอาคารของตัวเอง บางครัวเรือนก็ยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นที่สูงเพื่อให้พ้นจากน้ำทีไม่รู้ว่าจะมาถึงหน้าบ้านเมื่อไร และที่เห็นได้ชัดเลยว่าคนกรุงนั้นตื่นตัวขนากไหนนั่นก็คือ การกักตุนสิ้นค้าที่ต้องใช้ยามจำเป็นเมื่อเกิดน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น ยากันยุง ไฟฉาย รองเท้าบู๊ธ ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่ไว้ห่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ และที่ขาดไม่ได้คือเสบียง สำหรับสิ่งที่ขายดีที่สุดน่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม แน่นอนว่าสิ้นค้าเหล่านี้ต้องขาดตลาดอย่างแน่นอน

แหล่งที่มาของภาพ : https://lh6.googleusercontent.com/-6AW3NFvWAt8/TrV4R3PxxGI/AAAAAAAAIYY/D0JLJIv8VUc/DSCF0147.jpg

 

 

แหล่งที่มาของภาพ :  http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2011/10/0011.jpg

 

เมื่อเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จึงทำให้น้ำที่ท่วมขังนั้นกลายสภาพจากน้ำฝนธรรมดา กลายเป็นน้ำฝนสีดำที่มีกลิ่นเน่าเหม็น เนื่องจากมีสิ่งปฏิกูลหรือสิ่งไม่พึ่งประสงค์ทั้งหลายปะปนอยู่ในน้ำด้วย ในสภาพเช่นนี้จึงทำให้คนไทยได้รู้จักกับลูกกลมๆ ที่มีชื่อเเรียกว่า EM BALL ที่มีสรรพคุณอันน่าทึ่ง เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าลูก EM BALL นี้กันค่ะ

 

แหล่งที่มาของภาพ :  http://hilight.kapook.com/img_cms2/other1/01_19.jpg

 EM Ball (อีเอ็มบอล) ย่อมาจาก Effective Microorganism Ball หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้คิดค้นขึ้น เพื่อจะนำมันมาใช้บำบัดน้ำเน่าเสีย ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้

ทั้งนี้ EM Ball ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ ทั้งซากพืช ซากสัตว์ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ประกอบไปด้วยก้อนจุลินทรีย์ธรรมชาติสามกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลกติก ยีตส์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยย่อยตะกอนให้กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็ก ๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในน้ำทำให้เกิดการย่อยสลายที่มากขึ้น และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทำให้สภาพของน้ำสมดุล

อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษา EM Ball นั้นต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิประมาณ 20-45 องศาเซลเซียส และหากยังไม่ได้เปิดใช้สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้ว จะสามารถเก็บไว้ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น 

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกกลมๆจะสามารถทำให้น้ำที่เน่าเหม็น กลับมาเป็นน้ำที่สะอาดขึ้นได้ ทีนี้เรามาดูว่า EM BALL ทำมาจากอะไร แล้ะมีวิธีทำอย่างไรบ้าง

ส่วนผสมส่วนที่ 1

1. รำละเอียด 2 ส่วน

2. แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน

3. ดินทราย หรือ โคลนตะกอน 1 ส่วน 

ส่วนผสมส่วนที่ 2

1. น้ำยา EM 10 ช้อนแกง

2. กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

3. น้ำสะอาด 10 ลิตร

วิธีทำ

1. นำส่วนผสมที่ 1 มาคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ 2 

2. วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปลงได้ตามต้องการ                                                                                    (ก้อนขนาดลูกเปตองสามารถบำบัดน้ำได้ 10 ลูกบาศก์เมตร)

3. นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วจึงสามารถนำไปใช้ได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต

   EM BALL ที่ทำจากสิ่งที่ดูจะไม่มีคุณค่า ก็สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างไม่น่าเชื่อ

                 ในเหตุการณ์ มหาอุทกภัยไทย ปี 2554 นี้ ก็ได้สร้างบทเรียนให้กับคนไทย ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่ประสบกับเหตุการณ์โดยตรงเท่านั้น พี่น้องที่เป็นคนไทยด้วยกันก็ล้วนแต่ได้รับบทเรียนครั้งนี้ไปตามๆกัน จะเห็นได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติครั้งยิงใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ทำลายรายได้ของคนไทย แต่ยังคร่าชีวิตของพี่น้องเราไปไม่น้อย จึงเป็นบทเรียนที่ธรรมชาติได้สอนให้เรารู้จัก และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้อย่างมีสติเสมอ ไม่โลภและพอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่ โดยไม่ไปแสวงหาผลประโยชน์จากธรรมชาติที่ให้คุณประโยชน์กับเรามากมายอยู่แล้ว ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมล้นด้วยอัจฉริยภาพ ที่เราสามารถนำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของเราทุกคน นั่นก็คือ ความพอเพียง

                

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เหมาะสม สวยงามดี เนื้อหาครบ

ถ้าแบ่งเป็นหน้าย่อยจะดีกว่าหรือไม่

อาจจะเพิ่มเติมข้อมูลได้อีก

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ sss28325

เจ๋ง Wink

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 26 คน กำลังออนไลน์