การป้องกันและรักษาโรคที่มากับน้ำท่วม

รูปภาพของ sss28322

6. โรคตาแดง         

 

ที่มาของภาพ : http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/images/2554_09_01_eye3.jpg 

          โรคตาแดง เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis และ Bacterial Conjunctivitis อาจเป็นผลมาจากโรคภูมิแพ้ หรือการสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา มักเกิดจากการเอามือที่สกปรกไปขยี้หรือสัมผัสดวงตา รวมถึงใช้ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าเช็ดหน้าไปสัมผัสกับดวงตา

อาการ

          ผู้ป่วยจะมีอาการคัน ระคายเคืองบริเวณตา ทำให้ต้องขยี้ตาบ่อย และมีขี้ตามากกว่าปกติ มีลักษณะเป็นหนอง มีสะเก็ดปิดตาตอนเช้า มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ตามัว หรืออาจมีอาการปวดตา

การรักษา

          โรคนี้ต้องรักษา ตามอาการของโรค เนื่องจากยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง  ถ้ามีขี้ตามากควรหยอดยาปฏิชีวนะ หาดมีไข้ เจ็บคอ ให้ใช้ยาแก้อักเสบ ร่วมกับยาลดไข้ ยาลดอาการปวด พักผ่อนให้มาก ไม่ควรใช้สายตาในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง และทุกครั้งที่สัมผัสตา ควรล้างมือให้สะอาด

การป้องกัน

          การป้องกันโรคตาแดงทำได้ไม่ยาก โดยล้างมือให้สะอาด ไม่ใช่เครื่องสำอาง ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาในทุกกรณี ไม่ใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่น

7. โรคไข้เลือดออก  

        

ที่มาของภาพ : http://www.healthcorners.com/2007/article/large/large_1268367762.jpg 

          โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในเด็ก โรคนี้จะระบาดในฤดูฝน เพราะมีการแพร่พันธุ์ของยุงลายจำนวนมาก

อาการ

          ผู้ป่วยจะมีไข้สูงประมาณ 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดกล้ามเนื้อ ตัวแดง หรืออาจมีผื่นหรือจุดเลือดตามผิวหนัง หากเข้าสู่ภาวะวิกฤตผู้ป่วยจะไข้ลด มือเท้าเย็น ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็ว อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อย ทำให้เข้าสู่ภาวะช็อคได้

การรักษา

          โรคไข้เลือดออก ไม่มีการรักษาโดยตรง การรักษาเป็นเพียงการประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค โดยทั่วไป การดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก มีแนวทางการดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้

1. ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลด ซึ่งยาลดไข้ที่ควรใช้คือ Paracetamol ไม่ควรใช้ยาจำพวกแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เกร็ดเลือดผิดปกติ และระคายกระเพาะอาหาร
2. ให้สารน้ำชดเชย เนื่องจากผู้ป่วยมักมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร  และอาเจียน ในบุคคลที่พอรับประทานได้ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อยๆ ในบุคคลที่ขาดน้ำมากหรือมีภาวะเลือดออก เช่น อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้สารน้ำทางเส้นเลือด
3. ติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด ถ้ามีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย  มือเท้าเย็น โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
4. ตรวจนับจำนวนเกร็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะเพื่อใช้พิจารณาปริมาณการให้สารน้ำชดเชย

การป้องกัน

          พยายามอย่าให้ยุงกัด ทายากันยุงสม่ำเสมอ และอย่าปล่อยให้ภาชนะต่าง ๆ ภายในบ้านมีน้ำขังเป็นเวลานานเพราะจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง

 

ที่มาของภาพ : http://www.pattaya.go.th/web4/images/stories/bjoke04.jpg 

          และนั่นก็คือ 7 โรคที่มักจะระบาดในช่วงน้ำท่วมและฤดูฝน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าการป้องกันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการรักษาเมื่อเป็นโรคแล้วเสมอ ดังนั้นทุกคนควรป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว ซึ่งสามารถทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยของตนเองอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งทำให้เราสามารถนำเงินส่วนนั้นไปปรับปรุงบ้านเรือนที่เสียหายจากภาวะน้ำท่วมได้อีกด้วย

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เหมาะสม สวยงามดี เนื้อหาครบ ดูดี

อาจจะเพิ่มเติมข้อมูลได้อีก

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ ssspoonsak

อืม ดีจ้ะ แต่จะเพิ่มเติมอีกก็ได้นะจ้ะ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ sss27978

เนื้อหาเยอะดี :)

รูปภาพของ sss29525

บล็อกสวยมากเลยค่ะ Laughing

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์