โรคนี้มันมากับน้องน้ำ

รูปภาพของ sss29208
qrcode

ที่มา :  http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ5lQ2MxKvP85AMyieokTCP4L27yXsuRWIxeEqm0DQogw_bJ8b9

ช่วงนี้!! เป็นช่วงที่น้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศรวมถึงจังหวัดที่ดิฉันอยู่ พบว่าช่วงนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากใหหลายโรคที่ปกติไม่ค่อยได้พบกัน วันนี้จึงขอเสนอโรคที่พบบ่อยได้ในช่วงน้ำท่วมและวิธีป้องกันค่ะLaughing

1. ตาแดง

โรคตาแดงมีหลายชนิด แต่ตาแดงที่มากับน้ำท่วมก็คือโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อ ทั้งนี้การเป็นตาแดงในช่วงที่น้ำท่วม พบได้บ่อยจากการที่เชื้อโรคมากับน้ำแล้วคนเอามือที่ถูกน้ำนั้นมาเช็ดถูที่ตา หรือวักน้ำที่ท่วมอยู่ขึ้นมาล้างหน้าล้างตา เล่นน้ำแล้วน้ำเข้าตา หรือใช้เครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ที่เป็นตาแดง

ตาแดงที่มากับน้ำท่วม มีได้ทั้งจากไวรัสและแบคทีเรีย และยากที่จะบอกได้ว่าคนเป็นเป็นจากเชื้้อใด

การรักษาทั่วไปจึงมักให้ยาปฏิชีวนะหยอดตาฆ่าแบคทีเรียไปก่อน (เพราะพวกนี้ถ้าเป็นมีโอกาสรุนแรงได้มากกว่า)โดยการหยอดตาในผู้ที่เป็นตาแดง นี้ไม่มีความจำเป็นต้องเอาผ้าก๊อซมาปิดตา แต่อาจจะใช้แว่นตาเพื่อกันลมกันฝุ่นที่จะระคายเคืองเท่านั้น

 

การป้องกัน ทำตามสาเหตุก็คือ ไม่ขยี้ตาไม่เอามือเช็ดป้ายตา ถ้าไปจับอะไรมาก็ต้องล้างมือให้สะอาด และไม่ใช้เครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน

2. ไข้เลือดออก

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในเด็ก มักระบาดในฤดูฝน ที่มีการแพร่พันธุ์ของยุงลาย

 อาการของโรค ผู้ป่วยจะมีไข้สูงประมาณ 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดกล้ามเนื้อ ตัวแดง หรืออาจมีผื่นหรือจุดเลือดตามผิวหนัง หากเข้าสู่ภาวะวิกฤตผู้ป่วยจะไข้ลด มือเท้าเย็น ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็ว อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อย ทำให้เข้าสู่ภาวะช็อคได้ หากมีอาการควรรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคตาแดง พยายามอย่าให้ยุงกัดโดยทากันยุงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และอย่าปล่อยให้ภาชนะต่าง ๆ ภายในบ้านมีน้ำขังนานเพราะจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หรือหากเป็นไข้เลือดออกแล้วไม่ควรให้ยุงกัดเพราะจะทำให้แพร่เชื้อไปสู่คนใกล้ชิดได้ผ่านยุง

3.ไข้ไทฟอยด์
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi  ที่อยู่ในน้ำและอาหารเช่นเดียวกับอหิวาตกโรค แพร่ระบาดโดยการดื่มน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
 อาการของโรค เมื่อได้รับเชื้อนี้เข้าไปจะไม่แสดงอาการทันที แต่จะแสดงอาการหลังจากรับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัว เบื่ออาหาร มีไข้สูงมาก ท้องร่วง บางรายมีผื่นขึ้นตามตัว แน่นท้อง สามารถหายได้เองภายใน 1 เดือน แต่ผู้ป่วยควรจะพบแพทย์หลังจากมีอาการแล้ว เพราะอาจจะเสียชีวิตจากภาวะปอดบวมได้
การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันไข้ไทฟอยด์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเชื้อโรคทุกชนิด และนั่นหมายถึงว่า ให้ทานอาหารที่สะอาด อยู่ในภาชนะที่สะอาด รวมถึงล้างมือให้สะอาดก่อนทานทุกครั้ง และควรจะหลีกเลี่ยงอาหารจากร้านค้าข้างถนนที่อยู่ในบริเวณที่ไม่สะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรืออีกทางหนึ่งคือฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์

4.บาดแผล น้ำกัดเท้า

เวลาน้ำท่วม มีการเดินลุยน้ำ ก็มักมีเท้าเปียกชื้นเป็นธรรมดา จากนั้นก็หลีกไม่พ้นโรคที่มากับความอับชื้นก็คือพวกเชื้อรา...

ส่วนการเดินลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานานๆ ผิวหนังก็จะเปียกและอ่อนนุ่มขึ้นกว่าปกติ เพียงแค่การใช้ผ้าขนหนูเช็ดถูให้แห้งก็สามารถก่อให้เกิดแผลเล็กๆที่มองไม่ เห็นด้วยตาเปล่า เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังและเกิดอาการน้ำกัดเท้าได้ ... แถมยังมีการที่น้ำท่วมมีสีคล้ำขุ่นจนมองไม่เห็น เดินไปชนของแข็งที่อยู่ใต้น้ำจนเกิดแผลที่เท้าตามมา

การดูแลรักษา : ที่ทำได้คือดูแลแผลให้สะอาดและแห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่นใช้สบู่ฟอกและใช้น้ำสะอาด เมื่อเกิดแผลและมีการติดเชื้อก็ต้องกินยาให้ครบ (ฉีดวัคซีนบาดทะยักด้วยในกรณีที่ฉีดครั้งสุดท้ายมากกว่า5ปีมาแล้ว)

 

การป้องกัน : ที่ทำได้ก็คือใส่รองเท้าบู๊ทถ้าต้องเดินลุยน้ำ , ถ้าเป็นการแช่น้ำในบ้านที่เลี่ยงไม่ได้ อาจจะใช้การสวมรองเท้าแตะและเอาถุงขยะดำสวมขาข้างละถุง(แต่ลื่น..ระวังล้ม ด้วยแล้วกัน) ถ้าขึ้นจากน้ำก็ต้องใช้ผ้า "ซับ" ไม่ใช่เช็ด..จนเท้าแห้ง ถ้ามีเชื้อรา ก็ไม่ควรลงน้ำบ่อย และเมื่อขึ้นจากน้ำและทำให้เท้าแห้งแล้วก็ควรทายา

 

มีบางคนมา รพ. ด้วยเรื่องน้ำกัดเท้าและเชื้อรารักษาไม่หาย ... เมื่อซักประวัติก็จะพบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ลดการแช่น้ำ ไม่ทำให้เท้าแห้งหลายๆ คนทายาไปเป็นสิบหลอดใน 2-3 วัน ก็ไม่หาย เพราะสิบกว่าหลอดนั้นทาปุ๊บลงน้ำปั๊บ บางครั้งแช่น้ำอยู่ก็ควักออกมาทาให้ยามันละลายเล่น

 

สำหรับการชะล้างแผลในพื้นที่น้ำท่วมที่ขาดแคลนน้ำสะอาด อาจจะใช้น้ำยาซักผ้าขาว (ไฮเตอร์ขวดสีฟ้า) 1ฝาผสมน้ำ5 ลิตรทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีก่อนนำมาใช้ล้างแผล เป็นการบำบัดน้ำในทำนองเดียวกับการเติมคลอรีนในน้ำประปา... แต่วิธีนี้ควรสงวนไว้ใช้ในกรณีจำเป็นที่ต้มน้ำไม่ได้หรือไปทำแผลไม่ได้จริงๆ เท่านั้น เพราะน้ำที่เติมคลอรีนแบบนี้จะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมาก

 

5. อหิวาตกโรค

 

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio Cholerae ที่แพร่กระจายอยู่ในน้ำดื่มและอาหาร โดยมีแมลงวันเป็นพาหะนำโรค และแน่นอนว่าโรคนี้แพร่ระบาดได้โดยการกินและดื่มอาหารที่มีแมลงวันตอมและมีเชื้ออหิวาตกโรคปะปนอยู่ รวมทั้งอาหารสุข ๆ ดิบ ๆ ด้วย

อาการของโรค ผู้ป่วยจะอุจจาระเหลวเป็นน้ำวันละหลายครั้ง แต่ไม่เกินวันละ 1 ลิตร อาจมีอาการปวดท้องหรืออาเจียนได้ ซึ่งถือว่าเป็นอาการในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้ภายใน 1-5 วัน แต่หากติดเชื้อขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเดิน อุจจาระมากและมีลักษณะอุจจาระเป็นน้ำซาวข้าว มีกลิ่นเหม็นคาว และอุจจาระได้โดยไม่ปวดท้องและไม่รู้สึกตัว สามารถหายได้ภายใน 2-6 วันหากได้รับเกลือแร่และน้ำชดเชยน้ำที่เสียไป แต่หากได้รับไม่พอดีกับที่เสียไปแล้ว ผู้ป่วยก็จะมีอาการหมดแรง หน้ามืด อาจช็อคถึงเสียชีวิตได้
 การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอหิวาตกโรค ควรรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ๆ และดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก รวมถึงรักษาสุขภาพอนามัยด้วยการล้างมือ และภาชนะใส่อาหารให้สะอาดทุกครั้ง แต่ไม่ควรนำน้ำท่วมมาล้าง หรือทำความสะอาดภาชนะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นอหิวาตกโรค หรือหากติดเชื้ออหิวาแล้วก็ควรพบแพทย์และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

 

6. โรคฉี่หนู

ฉี่หนูเป็นโรคระบาดในคนที่ติดต่อมาจากสัตว์ มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira sp.) ที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ ตั้งแต่หนู วัว ควาย ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเลยทีเดียว โดยคนจะสามารถรับเชื้อฉี่หนูนี้เข้าไปทางบาดแผล หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ รวมถึงเยื่อเมือกอย่างตาและปากอีกด้วย

อาการของโรคฉี่หนู มี 2 แบบ คือแบบไม่รุนแรงจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา ปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้หากผู้ป่วยรู้ตัวและรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ กับอาการรุนแรงที่จะทำให้ตาอักเสบแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ และเมื่อเชื้อเข้าไปอยู่ในสมองจะทำให้เกิดอาการเพ้อ ไม่รู้สึกตัว และยิ่งไปกว่านั้นหากติดเชื้อทั่วร่างกายจะทำให้เลือดออกในร่างกายจนเสียชีวิต

การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคฉี่หนู หลีกเลี่ยงการเดินอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง การเล่นน้ำ โดยเฉพาะในเด็กที่มักจะสนุกสนานไปกับการย่ำน้ำหรือเล่นน้ำในช่วงน้ำท่วม แต่หากจำเป็นต้องเดินผ่านบริเวณน้ำท่วมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบเดิน อย่าแช่น้ำจนผิวหนังเปื่อยเพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และควรใส่รองเท้าบูททุกครั้งเมื่อเดินลุยน้ำ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดบาดแผลที่เท้า และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลที่เท้าหรือน่อง ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์ที่หนีน้ำกัดได้ ส่วนในผู้ที่เริ่มมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ให้รีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน อย่ารอให้อาการหนักเพราะอาจจะรักษาไม่หายและเสียชีวิตก็เป็นได้

ที่มา : http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRt4ROUE0C__uwrMWOeYHX7MK7qYwi6W_iHvH-IsQ_CLPW6JFka

ที่มา :  http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSFnkBMPP6uuX_TO8xYNIT7N1jO7vf3PdowHhjGWZl0W6qPhKZV

 

ที่มา :  http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQVFx7b1uxMKl25Hung-ypVSqbQIz891nqvLo0eE3la046KPeVSiw

ที่มา :  http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTH9VVjzBtGqjo1LlTzsQ7YmvR1bdjgvf1TO7o6ik-tPprwfAvQjw

 

 

 

 

 

รูปภาพของ ssspoonsak

อืม ดีจ้ะ แต่จะเพิ่มเติมอีกก็ได้นะจ้ะ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์