โรคที่มากับมหาอุทกภัยน้ำท่วม

รูปภาพของ sss27976
โรคที่มากับมหาอุทกภัยน้ำท่วม

    

น้ำท่วมนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมามากมาย เช่น ความเสียหายของบ้านเรือน โรคต่างๆที่มากับน้ำท่วม

 

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเกิดอุทกภัยน้ำท่วมไม่ได้แย่เสมอไป เพราะมหาอุทกภัยน้ำท่วมในประเทศไทยปี 2554 ครั้งนี้
ส่งผลให้ความสามัคคีของคนไทยมากขึ้น เห็นได้จากการร่วมเป็นจิตอาสาตามหน่วยงานต่างๆ

จากที่ได้บรรยายมาข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าสิ่งที่อันตรายและน่าศึกษามากที่สุดคือโรคที่มากับน้ำท่วม เพราะถ้า
เราไม่ศึกษาและเตรียมตัวป้องกัน โรคเหล่านี้ก็จะแพร่ระบาดสู่ครอบครัวและชุมชนของเรา เกิดความเสียหายต่อ
ทรัพยากรมนุษย์มากขึ้นไปอีก

โรคที่มากับน้ำท่วม ได้แก่
1.)โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อราและแผลพุพองเป็นหนอง
ซึ่งเกิดจากการย่ำน้ำหรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรคหรืออับชื้นจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ไม่สะอาดเป็นเวลานาน
โดยจะมีอาการเท้าเปื่อย เป็นหนอง และเริ่มคันตามซอกนิ้วเท้า ผิวหนังลอกเป็นขุย จากนั้นผิวหนังจะพุพอง
นิ้วเท้าหนาและแตก มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนคือผิวหนังอักเสบ

วิธีการป้องกัน
เช็ดเท้าให้แห้ง หากมีบาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ

วิธีการรักษา หากป้องกันแล้วแผลยังไม่ดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิมให้รีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยด่วน

 

2.)โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส
ติดต่อได้ทุกเพศทุกวัย แพร่กระจายในลมหายใจ เสมหะ น้ำลาย อาการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอจาม อ่อนเพลีย

วิธีการป้องกัน
ใช้ผ้าปิดปากเวลาไอจาม ดื่มน้ำอุ่นมากๆ

วิธีการรักษา
หากมีไข้สูงเกิน 7 วันควรพบแพทย์

 

 

แหล่งที่มา  http://img.kapook.com/image/health/rgh.jpg 

 


3.)โรคปอดบวมเกิดจากเชื้อโรคเข้าไปในปอด
แบคทีเรีย ไวรัส หรือสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอดเช่น น้ำสกปรกจนทำให้เกิดการอักเสบ อาการไข้สูง
ไอมาก หอบหายใจเร็ว เห็นชายโครงบุ๋ม ริมผีปากซีดหรือเขียวคล้ำ กระสับ กระส่ายหรือซึม

วิธีการป้องกัน ป้องกันไไม่ให้เชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย ไวรัส หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้                       

  วิธีการรักษา หากมีอาการควรรีบพบแพทย์ทันที


4.)โรคตาแดง
ติดต่อได้ง่ายในเด็กเล็กแต่เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรงส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส แต่หากไม่ได้รับ
การรักษาอาจมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ อาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 1 – 2 วันจะมีอาการระคายเคือง
ปวดตา น้ำตาไหล กลัวแสง มีขี้ตามาก หนังตาบวม เยื่อบุตาขาวอักเสบแดง ทั้งนี้ในหากดูแลถูกวิธีจะหาย
ได้ใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดูแลอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น กระจกตาดำอักเสบ

วิธีการป้องกัน ล้างดวงตาให้สะอาดเมื่อถูกฝุ่นละออง หมั่น ล้างมือบ่อยๆ ไม่ควรขยี้ตา

วิธีการรักษา
หากป้องกันในเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น รีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

 

แหล่งที่มาhttp://www.krabork.com/wp-content/uploads/2009/10/conjunctivitis.jpg

5.)โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น
อาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารค้างคืนหรือเน่าบูด แบ่งออกเป็นหลายโรค ได้แก่
โรคอุจาระร่วง อาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ อาจมีมูกเลือดและมีการอาเจียนร่วมด้วย อหิวาตกโรค
จะถ่ายเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าวทีละมากๆ อาการรุนแรง

อาหารเป็นพิษ มักมีอาการปวดท้องร่วมกับการถ่ายอุจาระเหลว คลื่นไส้อาเจียน มีอาการปวดศีรษะและ
เมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย โรคบิด จะถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน มีไข้ ปวดท้องและมีปวดเบ่งร่วมด้วย
โรคไข้ทัยฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย มีอาการสำคัญคือมีไข้ เบื่ออาหาร ท้องผูก เมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ

วิธีการป้องกัน ล้างมือให้สะอาด เลือกรับประทานอาหาร กำจัดสิ่งปฏิกูลขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เกิด
แหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน แต่หากป่วยจำเป็นต้องดื่มน้ำหรืออาหารเหลวมากๆ รวมทั้งดื่มสารละลาย
น้ำตาลเกลือแร่ด้วย

วิธีการรักษา หากป้องกันในเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์ด่วน

6.)โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส
เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูเป็นตัวแพร่โรคที่สำคัญ เชื้อออกมากับปัสสาวะสัตว์แล้วปนเปื้อนใน
น้ำท่วมขัง โดยโรคนี้จะติดต่อทางบาดแผล รอยขีดข่วน หรือไชเข้าตามเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่
แช่น้ำนานๆ อาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 – 10 วัน จะมีไข้สูงทันที ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และศีรษะมาก
บางราย มีอาการตาแดง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ท้องเดินร่วมด้วย จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ มิเช่นนั้น อาจถึงขั้นเยื่อหุ้ม
สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกัน
สวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ทำความสะอาดที่พักไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู

วิธีการรักษา 4-10 วันจะมีไขสูง ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว

 

แหล่งที่มาhttp://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Sanasoke/SA250/Jpg%20%2002/TN_29.JPG

 


7.)โรคไข้เลือดออก
มียุงลายเป็นพาหะพบได้ทุกวัยในทุกพื้นที่ มีอาการไข้สูงตลอดทั้งวัน หน้าแดง เกิดจุดแดงๆ เล็กๆ ตามลำตัว
ต่อมาไข้จะลดลง ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจเกิดอาการรุนแรง มีความผิดปกติ เช่น ถ่ายดำ ไอปนเลือด
เกิดภาวะช็อคและเสียชีวิตได้

  วิธีการป้องกัน ระวังไม่ให้ยุงลายกัด

วิธีการรักษา
หากมีไข้ขึ้นสูงมาก ควรพบแพทย์โดยเร็ว                           

**ข้อควรระวัง ห้ามใช้ยาแอสไพรินในการรักษา

 

แหล่งที่มาhttp://www.google.co.th/intl/th_ALL/images/logos/images_logo_sm.gif

 

8.)โรคหัด
เป็นโรคไข้ออกผื่นที่พบในเด็ก เกิดจากเชื้อไวรัส มักพบในฤดูฝน หากมีการแทรกซ้อนอาจเสียชีวิตได้
สำหรับการติดต่อผ่านทางการไอจาม เชื้อกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อาการหลังจากได้รับเชื้อ
8 – 12 วัน มีไข้ ตาแดง พบจุดขาวๆ เล็กๆ ในกระพุ้งแก้ม

วิธีการป้องกัน ระวังไม่ให้เด็กติดเชื่อไวรัส หรือป้องกันไม่ให้เล่นน้ำสกปรก

วิธีการรักษา โดยฉีดวัคซีน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย

 

 

                                           
แหล่งที่มาhttp://www.vcharkarn.com/uploads/88/88653.jpg

 


9.)โรคไข้มาลาเรีย
ติดต่อโดยยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำเชื้อโรค มักพบในพื้นที่ป่าเขามีแหล่งน้ำจืดธรรมชาติอาการหลังรับเชื้อ

7 – 10 วันจะปวดศีรษะ โดยทั่วไปคล้ายไข้หวัด แต่หลังจากนั้นจะหนาวสั่นและไข้สูงตลอดเวลา อันตรายถึง

ขั้นเสียชีวิต

วิธีการป้องกัน หลีกเลี่ยงยุงด้วยการทายาหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด

วิธีการรักษา เมื่อมีไข้สูง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 175 คน กำลังออนไลน์