การศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

รูปภาพของ krutongs

บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง                การศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3ชื่อผู้ศึกษา            สุวิมล   ท้าวฟองคำสาขาวิชา             ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ)ปีที่ศึกษา              2554 

                  การศึกษาครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  ประชากรที่ใช้ในการศึกษา  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  จำนวน  71  คน  กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3/1  จำนวน  34  คน  ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม  (Cluster  Random  Sampling)  โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม  (Sampling  Unit)  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  คือ  1.  ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  จำนวน  4  ชุด  2.  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  3.  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ   4.  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะพูดภาษาอังกฤษ  การเก็บรวบรวมข้อมูลได้จากการประเมินความสอดคล้อง  (IOC)  การหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด  E1/E2  80/80  วิเคราะห์ข้อมูล  โดยหาค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ( )  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)  โดยการแจกแจงความถี่  และการทดสอบค่า  t - test  โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป  Microsoft  office  Excel  ผลการศึกษาพบว่า                  1.  ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  มีประสิทธิภาพกระบวนการเฉลี่ยรวมร้อยละเท่ากับ  83.94  ประสิทธิภาพผลลัพธ์เฉลี่ยรวมร้อยละ  83.68  E1/E2  เท่ากับ  83.94/83.68  สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด  80/80                  2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  จากการเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียน  นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01                   3.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 105 คน กำลังออนไลน์