ประชาคมอาเซียน

กฎบัตรอาเซียน    

  กฎบัตรอาเซียนเป็นร่างสนธิสัญญาที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่างกฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550

 เบื้องหลัง      

   

  อาเซียนก่อตั้งขึ้นโดยตราสารที่เรียกว่า ปฏิญญาอาเซียน หรือที่รู้จักในชื่อ ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) โดยหากพิจารณาจากเนื้อหาของตราสารและสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศในช่วง ค.ศ. 1967 พิจารณาได้ว่าอาเซียนจำต้องอาศัยรูปแบบความร่วมมือเชิงมิตรภาพในภูมิภาคและเลี่ยงการกำหนดสิทธิหน้าที่ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้นำในภูมิภาคได้อาศัยอาเซียนเป็นเวทีดำเนินความร่วมมือบนพื้นฐานของความยินยอมและความสมัครใจของสมาชิกเป็นหลัก การดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของการปรึกษาหารือหรือการอาศัยฉันทามติ โดยเลี่ยงการอ้างสิทธิหน้าที่และการแทรกแซงทางการเมืองระหว่างสมาชิก (non intervention) ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ที่เรียกว่า “The ASEAN Way” ได้ช่วยให้ความร่วมมือดำเนินมาได้โดยปราศจากความขัดแย้งรุนแรงแม้ว่าสมาชิกแต่ละประเทศจะมีระบบกฎหมายและนโยบายทางการเมืองที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่ออาเซียนมิได้มุ่งที่จะนำกฎหมายระหว่างประเทศมาเป็นฐานในการดำเนินการ จึงมิได้มีการจัดทำสนธิสัญญาหรือกฎบัตรอาเซียนมาตั้งแต่ต้น

   ความสำคัญต่ออาเซียน       

  

   แม้อาเซียนจะมิได้มีสนธิสัญญาหรือกฎบัตรมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาเซียนก็ได้พัฒนาความร่วมมือโดยอาศัยฐานในทางกฎหมายระหว่างประเทศมากขึ้น เช่น การที่สมาชิกอาเซียนได้จัดทำสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia 1976 หรือ TAC) ซึ่งก็เป็นการนำหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่เดิมแล้วมาเน้นย้ำระหว่างรัฐในภูมิภาค เช่น หลักการเคารพอำนาจอธิปไตยของรัฐ หลักการไม่แทรกแซงกิจการอันเป็นการภายในของแต่ละรัฐ ซึ่งปรากฏอยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติอยู่แล้ว เป็นต้น และอาเซียนก็ได้อาศัยหลักในสนธิสัญญาดังกล่าวมาเป็นหลักการที่อาเซียนยึดถือ และเป็นข้อแม้ในการต่อรองกับรัฐที่ไม่ใช่สมาชิกให้ลงนามเป็นภาคีก่อนจะได้รับให้เข้าร่วมประชุมกับอาเซียนนั่นเอง ข้อพิจารณาสำคัญคือสนธิสัญญาดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องหรือทำขึ้นกับอาเซียนโดยตรง และอาเซียนก็มิได้มีความสามารถในการทำสนธิสัญญาโดยตนเอง เพียงแต่รัฐที่อยู่ในบริเวณเอเชียอาคเนย์ได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาดังกล่าวเพื่อประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาคและอาศัยอาเซียนเป็นเครื่องมือในการดำเนินความร่วมมือ และพันธกรณีหรือหน้าที่ตามสนธิสัญญานั้นย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนโดยปริยาย นอกจากนี้อาเซียนยังได้เป็นเวทีที่ทำให้เกิดสนธิสัญญาในเรื่องอื่นๆ เช่น การทำให้ภูมิภาคปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ หรือล่าสุดในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ตลอดจนความตกลงเรื่องเศรษฐกิจและความร่วมมือเฉพาะด้าน เช่น ด้านการส่งเสริมสวัสดิการสังคม การศึกษา การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ ฯลฯ ซึ่งล้วนอาศัยอาเซียนเป็นกลไกสำคัญทั้งสิ้น ดังนั้น แม้ในทางรูปแบบแล้วจะไม่ถือว่าอาเซียนได้ตั้งอยู่บนฐานกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในทางเนื้อหากฎหมายระหว่างประเทศและความตกลงเหล่านี้ก็จะได้มีอิทธิพลต่อการดำเนินการของอาเซียนในช่วงเวลาที่ผ่านมา

    ความเป็นมาและกระบวนการจัดทำ       

     เมื่อเดือนธันวาคม 2540 ในการประชุม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ บรรดาผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมประกาศ วิสัยทัศน์อาเซียน 2020” (ASEAN Vision 2020) โดยกำหนดเป้าหมายว่าภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) อาเซียนจะมีรูปแบบความร่วมมือที่พัฒนาใกล้ชิดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ต่อมาในการประชุมผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 9 ในเดือนตุลาคม 2546 ที่บาหลี ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) เพื่อให้เกิดประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020)โดยจะประกอบด้วย 3 เสาหลัก (pillars) ได้แก่ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) และประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC)      ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2547 ได้มีการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงเวียงจันทน์ และบรรดาผู้นำอาเซียนได้ประกาศแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ (Vientiane Action Program me) ซึ่งได้สนับสนุนการจัดทำกฎบัตรอาเซียนเพื่อรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2563 และในเดือนธันวาคม 2548 ได้มีการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 11 ณ กรุงบาหลี โดยบรรดาผู้นำได้ร่วมกันประกาศ หลักการสำคัญในการจัดทำกฎบัตรอาเซียนและได้มอบหมายให้ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ” (Eminent Persons Group) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการต่างประเทศจากแต่ละประเทศสมาชิก เป็นผู้จัดทำข้อเสนอแนะเบื้องต้นและลักษณะทั่วไปของกฎบัตรอาเซียน ซึ่งคณะผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้ประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จนสามารถสรุปข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการจัดทำกฎบัตรในรูปแบบรายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องกฎบัตรอาเซียน ในเดือนธันวาคม 2549 ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2550 ในการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 12 ณ กรุงเซบู บรรดาผู้นำได้ร่วมกันประกาศ รับรองรายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับกฎบัตรอาเซียนและได้มอบหมายให้คณะทำงานระดับสูงหรือ High Level Task Force ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศสมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำร่างกฎบัตรอาเซียนและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยให้อาศัยหลักการสำคัญที่บรรดาผู้นำได้ร่วมกันประกาศไว้ ณ กรุงบาหลี และกรุงเซบู รวมถึงให้พิจารณาจากข้อเสนอแนะจากรายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จ เพื่อสามารถนำร่างกฎบัตรไปพิจารณาในการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 13 ณ ประเทศสิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายน 2550 ต่อไป จากนั้นก็จะได้มีการตรวจสอบ รับฟังความคิดเห็น ก่อนผู้นำจะลงนาม

 การประกาศใช้         

   

  วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ในกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย ได้ประกาศใช้ กฎบัตรอาเซียนอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้การดำเนินงานของอาเซียน เป็นไปภายใต้กฎหมายเดียวกันและปูทางไปสู่การสร้างตลาดเดียวในภูมิภาคภายใน 7 ปี 

โครงสร้างของกฎบัตรอาเซียน    

  

 โครงสร้างของกฎบัตรนี้ ประกอบด้วย อารัมภบทและข้อบังคับ 55 ข้อใน 13 หมวด

หมวด 1 วัตถุประสงค์และหลักการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์และหลักการ

หมวด 2 สภาพบุคคลตามกฎหมาย ระบุฐานะทางกฎหมาย

หมวด 3 สมาชิกภาพ อธิบายสมาชิก การรับสมาชิกใหม่

หมวด 4 องค์กร กล่าวถึงองค์กรและทำงานประกอบด้วย ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน คณะมนตรีประสานงาน คณะมนตรีประชาคมอาเซียนต่างๆ องค์กรรัฐมนตรีเฉพาะสาขา คณะกรรมการถาวรประจำอาเซียน เลขาธิการและสำนักเลขาธิการ องค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน

หมวด 5 องค์กรที่มีความสัมพันธ์กับอาเซียน มีรายชื่อตามภาคผนวก 2

หมวด  6 ความคุ้มกันและเอกสิทธิ์ เอกสิทธิ์ทางการทูตของอาเซียน

หมวด 7 การตัดสินใจ กล่าวถึงเกณฑ์การตัดสินที่อยู่บนหลักการปรึกษาหารือและฉันทามติ

หมวด 8 การระงับข้อพิพาท กล่าวถึงวิธีระงับข้อพิพาทและคนกลาง โดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นช่องทางสุดท้าย

หมวด 9 งบประมาณและการเงิน กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณของสำนักเลขาธิการ

หมวด 10 การบริหารและขั้นตอนการดำเนินงาน กล่าวถึง ประธานอาเซียน พิธีการทางการทูต ภาษาทำงาน

หมวด 11 อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ - กล่าวถึงคำขวัญ ธง ดวงตรา วันและเพลงอาเซียน

หมวด 12 ความสัมพันธ์ภายนอก กล่าวถึงแนวทางและขั้นตอนการเจรจาของอาเซียนกับคู่เจรจา

หมวด 13 บทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติสุดท้าย กล่าวถึงการบังคับใช้ภาคผนวก 1 – กล่าวถึงองค์กรระดับรัฐมนตรีอาเซียนเฉพาะสาขาภาคผนวก 2 – กล่าวถึงองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับอาเซียน คือ รัฐสภา องค์กรภาคธุรกิจ สถาบันวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมภาคผนวก 3 – อธิบายรายละเอียดธงอาเซียนภาคผนวก 4 – อธิบายรายละเอียดดวงตราอาเซียน

 สาระสำคัญของกฎบัตรอาเซียน    

     ตามกฎบัตรนี้ อาเซียนมีฐานะเป็นนิติบุคคลวัตถุประสงค์ ของกฎบัตรเป็นการประมวลบรรทัดฐาน (Norm) และค่านิยม (Value) ของอาเซียนที่สรุปได้ดังนี้      

  - ภาพรวมของประชาคมอาเซียน การรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ การเพิ่มความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง      

  -  ด้านเศรษฐกิจ สร้างตลาดและฐานการผลิตเดียวและความสามารถในการแข่งขันสูง การรวมตัวทางเศรษฐกิจที่มีการเคลื่อนย้ายเสรีของสินค้า/บริการ การลงทุนและแรงงาน การเคลื่อนย้ายทุนเสรียิ่งขึ้น  

     -  ด้านความมั่นคงของมนุษย์ บรรเทาความยากจน และลดช่องว่างการพัฒนา ส่งเสริมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านความร่วมมือด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีพ     

     - ด้านสังคม ส่งเสริมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปลอดภัยมั่นคงจากยาเสพติด เพิ่มพูนความกินดีอยู่ดีของประชาชนอาเซียน ผ่านโอกาสที่ทัดเทียมกันในการเข้าถึงการพัฒนามนุษย์, สวัสดิการ และความยุติธรรม         

       - ด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คุ้มครองสภาพแวดล้อม ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ      

       - ด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียนโดยเคารพความหลากหลายและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม       

       - ด้านการเมืองความมั่นคง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างประชาธิปไตย เพิ่มพูนธรรมมาภิบาลและหลักนิติธรรม ตอบสนองต่อสิ่งท้าทายความมั่นคง เช่น การก่อการร้าย

    หลักการ         

  หลักการของกฎบัตรนี้ อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การไม่แทรกแซงกิจการภายใน การระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี สิ่งที่เน้นหนักคือ การรวมศูนย์กับความสัมพันธ์กับภายนอก จึงทำให้กฎบัตรนี้เป็นเสาหลักของการสร้างประชาคมอาเซียนและตอกย้ำถึงข้อผูกมัดทางกฎหมายของข้อตกลงอาเซียนต่างๆ

 กลไกของอาเซียน       

      กลไกของอาเซียนให้ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นองค์สูงสุดในกำหนดนโยบายของอาเซียน โดยมีการประชุมสุดยอดปีละ 2 ครั้ง มีคณะมนตรีประสานงานอาเซียนที่มาจากรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นผู้บริหารงานทั่วไป และคณะมนตรีประชาคมอาเซียนดำเนินการตามพันธะกรณีในแต่ละสาขา เลขาธิการเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสำหรับการติดตามความคืบหน้าในกิจการต่างๆของอาเซียน รวมทั้งมีคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียนเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะมนตรีประชาคมอาเซียน

 การบริหารงาน        

    การบริหารงานประธานอาเซียนดำรงตำแหน่งวาระ 1 ปี และประเทศที่เป็นประธานอาเซียนจะรับตำแหน่งประธานของกลไกของอาเซียนทุกตำแหน่ง อาทิ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน มนตรีประสานงานอาเซียน มนตรีประชาคมอาเซียนคณะต่างๆ ประธานผู้แทนถาวรประจำอาเซียน  จากกำหนดให้มีการประชุมสุดยอดปีละ 2 ครั้งแสดงว่า อาเซียนกำลังปรับให้ที่ประชุมสุดยอดให้มีบทบาทเชิงบริหารอย่างใกล้ชิดกับการปฏิบัติงานมากขึ้น แทนที่จะให้ที่ประชุมสุดยอดเป็นเพียงพิธีกรรมทางการทูต รวมทั้งการบริหารงานที่ทำให้มีสอดคล้องกับประธานอาเซียนย่อมแสดงถึงความพยายามเพิ่มสมรรถนะขององค์กรในด้านประสิทธิผลของคณะทำงานด้านต่างๆมากขึ้น        ข้อบังคับที่น่าสนใจคือ การให้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการร่างข้อบังคับโดยคณะทำงานระดับสูง ขณะที่ บทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิก ทำให้คาดหวังองค์กรนี้ในฐานะเวทีของการเรียกร้องสิทธิและสร้างพื้นที่ต่อการรับรู้จากสาธารณะ                                   

   

     สามเสาหลักของประชาคมอาเซียน ได้แก่

 

1. เสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Security Community)

2. เสาหลักทางสังคมและวัฒนธรรมของประชาคมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community)

3. เสาหลักทางด้านเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community)
โดย เสาหลักทางด้านการเมืองและความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียนนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคงในการปกครอง
ที่มุ่งเน้นธรรมาภิบาลส่งเสริมให้บรรลุความเจริญร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อให้ประชาคมอาเซียนเป็นภูมิภาคที่เปิดกว้างมีพลวัตรและมีหลักประกันที่จะทำให้เกิดสันติสุขในอาเซียนส่วนเสาหลักทางสังคมและวัฒนธรรมของประชาคมอาเซียนจะพุ่งเป้าไปที่การทำให้เห็นความสำคัญของประชากรในอาเซียน และเป็นสัมพันธภาพระหว่างประชากรของชาติหนึ่งไปสู่ประชากรของอีกชาติหนึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนใกล้ชิดระหว่างบุคลากรด้านการศึกษาสถาบันต่างๆและภาคธุรกิจภาคเอกชนในประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และ เสาหลักทางด้านเศรษฐกิจจะมุ่งพัฒนาอาเซียนให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (Single market and production base) ที่จะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมือโดยเสรี โดยมีเป้าประสงค์ให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคช่วยสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคและเพื่อบูรณาการเศรษฐกิจระดับภูมิภาคให้เข้ากับเศรษฐกิจโลกจะเห็นได้ว่าการเข้าร่วมเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนจึงมีความสำคัญกับประเทศไทยและต้องอาศัยการพัฒนาและปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างมาก

 

ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน

      อาเซียนยึดถือแนวคิดการพัฒนาที่เชื่อว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจจะยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ขจัดความยากจน รัฐสมาชิกจะให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจมาตลอด การกล่าวถึงด้านสังคมและวัฒนธรรมเพิ่งได้รับบรรจุในปฏิญญาบาหลี ครั้งที่ 2 ปี 2545 ที่ให้สร้างประชาอาเซียน ที่ประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ

1.ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และความร่วมมือด้านสังคมวัฒนธรรม จากนั้นจึงได้รับการร่างเป็นแผนงานในแผนปฏิบัติการเวียงจันทร์ ปี 2547

 

2. ลดช่องว่างการพัฒนา

 2.1 เสริมองค์ประกอบทางสังคมในกรอบโครงความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค
- สามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย มาเลเซียไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth
 Triangle: IMT-GT)
- โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS : Greater Mekong
Sub region)
- ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยาแม่โขง (Ayeyawady-Chao
Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS)
- เขตเศรษฐกิจอาเซียนตะวันออก บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ (Brunei Darussalam
-Indonesia-Malaysia-Philippines East ASEAN Growth Area: BIMP-EAGA)
2.2 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
2.3 สร้างศักยภาพงานบริการพลเรือน

 

3. สร้างหลักประกันความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

3.1 การเข้าถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมโดยรวม
3.2 การจัดการและป้องกันหมอกควันพิษข้ามเขตแดน
3.3 ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วน
ร่วมสาธารณะ
- บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาสังคม
3.4 ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม
3.5 ส่งเสริมมาตรฐานการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพในพื้นที่เขตนคร เมืองของอาเซียน
3.6 เชื่อมประสานมาตรฐานและฐานข้อมูลนโยบายสิ่งแวดล้อม
3.7 ส่งเสริมการใช้สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน
- เครือข่ายของพื้นที่คุ้มครองเพื่ออนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์
3.8 ส่งเสริมการจัดการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
3.9 ส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำบริสุทธิ์ 

4. สร้างเอกลักษณ์อาเซียน

 4.1 ส่งเสริมความตระหนักอาเซียน
- ด้านสื่อและประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงระหว่างเมือง แลกเปลี่ยนบุคลากร
สนับสนุนกรณีศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรม
4.2 อนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมอาเซียน
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
4.3 ความร่วมมือด้านการศึกษาและเยาวชน
- การแลกเปลี่ยนนักเรียน จัดทำหลักการศึกษา สนับสนุนการสอนภาษาอาเซียน
4.4 ส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม
4.5 การเข้าร่วมกับประชาสังคม
4.6 ส่งเสริมงานข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมและระบบอาสาสมัครชุมชน

 

ความคิดเห็นกับแผนปฏิบัติการประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน          

   

     แผนปฏิบัติการนี้ยังไม่มีแผนงานรูปธรรมรองรับที่ขับเคลื่อนมากนัก อาจจะมีการจัดแข่งขันเรือยาวอาเซียนที่แต่ละประเทศผลัดกันเป็นเจ้าภาพ 
    
          ด้านความมั่นคงของมนุษย์ มีทิศทางในการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงสวัสดิการสังคม การศึกษา การคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก บริการด้านสาธารณสุข ความมั่นคงด้านอาหาร การสร้างเขตปลอดยาเสพติด เป็นต้น ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นดำเนินการ การสร้างกลไกทำงาน สิ่งที่ควรวิจารณ์เกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารคือ แนวคิดเบื้องหลังอยู่ที่การยกระดับเพื่อการแข่งขันด้านการค้า ไม่ได้มองในฐานะด้านปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์   ปัญหาแรงงานอพยพที่เกิดจากรัฐสมาชิกอาเซียนและเป็นมาช้านานยังไม่มีแผนหรือมาตรการรูปธรรมในการผ่อนคลายปัญหากับผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกล่าวผู้พิการและการเข้าถึงสวัสดิการสังคม  ลดช่องว่างการพัฒนา แผนงานนี้สอดคล้องกับแผนความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน คือ แผนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าการพัฒนาจะขจัดความยากจนได้ แต่ความจริงต้องคำนึงถึงการกระจายรายได้ที่ทั่วถึง เพราะแนวคิดนี้ไม่เคยประสบความสำเร็จ จึงมีโอกาสน้อยมากที่แผนนี้จะบรรลุผลได้ 
     
  

    สิ่งแวดล้อม อาเซียนได้เปิดมิติใหม่ในการรับประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้าแนวนโยบายของกลุ่ม ถึงแม้ว่าจะมีแผนรูปธรรมเฉพาะด้านปัญหาหมอกควันก็ตาม ส่วนใหญ่ในแผนจะเป็นการยอมรับหรือเข้าสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ในการพัฒนาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมของอาเซียนเป็นผู้ก่อมลพิษจำนวนมาก เช่น นักสิ่งแวดล้อมในจังหวัดระยองได้นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมที่รุกรานที่ดินที่เหมาะสมกับการเกษตร เช่น พื้นที่ในจังหวัดอยุธยาและภาคกลาง นอกเหนือไปจากภาคตะวันออก
      
    

       อัตลักษณ์อาเซียน อาเซียนมีความแตกต่างของศาสนา วัฒนธรรม จึงความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสร้างความตระหนักร่วมต่ออาเซียนที่จะรากฐานที่ดีสำหรับการสร้างประชาสังคมอาเซียน แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่รัฐชาติแต่ประเทศพยายามสร้างความเกลียดชังมายาวนาน คนไทยขมขื่นและโกรธแค้นที่พม่าเผากรุงศรีอยุธยาและนำทองไปสร้างเจดีย์ชเวย์ดากอง คนลาวต้องการจะอัญเชิญกลับคืนหลวงพระบาง เหมือนกับชาวอาเจะห์ภูมิใจประวัติศาสตร์ตัวเองและไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของชวา ถึงแม้ว่า ประชาชนตามพรมแดนมีสายสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งพรมแดน แต่ยังไม่เพียงพอใจต่อการสร้างความสมานฉันท์โดยรวมได้ การสร้างความตระหนักรู้อาเซียนจึงยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น 
    
    

        ข้อจำกัดด้านข่าวสารระหว่างประชาชนอาเซียนอีกสิ่งที่ต้องแก้ไข ถ้าถามว่า พวกท่านรู้จักประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป คนส่วนใหญ่จะรู้ แต่ถามว่าประธานาธิบดีเวียดนามชื่ออะไร แน่นอนส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ แต่สิ่งนี้แสดงถึงการขาดข่าวสารต่อกัน ดังนั้น การให้ข่าวสารต่อกันผ่านสื่อต่างๆจึงน่าจะพิจารณาเป็นเครื่องมือในการสร้างความตระหนักอาเซียน 
       
            การสร้างอัตลักษณ์อาเซียนด้วยการมองสหภาพยุโรปเป็นตัวแบบอาจจะไม่สอดคล้องกับความจริง เพราะยุโรปมีจุดร่วมหลายประการคือ ความเป็นคริสต์ ปกครองแบบประชาธิปไตย เผชิญศัตรูทางการเมืองร่วมกันคือสหภาพโซเวียตตั้งแต่ทศวรรษ 1920 เผชิญศัตรูทางเศรษฐกิจร่วมกันคือญี่ปุ่น ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ผ่านการสูญเสียจากสงครามโลกสองครั้งมีผู้คนรบตายหลายสิบล้านคน อาเซียนควรพิจารณาอัตลักษณ์บนความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้มากกว่า
        
   

      สิ่งที่น่ายินดีสำหรับแผนนี้คือ การเปิดเวทีให้องค์กรภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม แต่ในกฎบัตรอาเซียนกับระบุองค์กรภาคประชาชนไว้ชุดหนึ่งที่ไม่ใช่องค์กรที่ทำงานกับประชาชน แต่เป็นกลุ่มวิชาชีพเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น อาเซียนควรจะระบุองค์กรภาคประชาสังคมให้สอดคล้องกับบทบาทที่เป็นจริงที่แสดงถึงการตระหนักต่อองค์กรกลุ่มอย่างเป็นจริงสรุป        แผนปฏิบัติการประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียนกำลังทำหน้าชดเชยผลกระทบของพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดี เชื่อว่าควรได้รับการพัฒนาให้มีบทบาทที่เป็นจริงมากขึ้น
     
    

      ด้านอัตลักษณ์อาเซียน ที่จะเป็นการสร้างรากฐานของสายสัมพันธ์ของภูมิภาคที่นำไปสู่การรวมของประชาคมอาเซียน มิใช่เฉพาะการรวมตัวของภาคธุรกิจที่ดำเนินอยู่ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนอยู่แล้ว การรวมตัวบนพื้นฐานความเข้าใจเป็นสำคัญยิ่งต่อประชาคมอาเซียนในทางปฏิบัติ มิใช่เฉพาะในนาม  การสร้างอัตลักษณ์อาเซียนด้วยการเขียนความเป็นมาร่วมด้วยการอ้างถึงรากย้อนหลังกันอาจจะไม่ส่งผลในทางปฏิบัติ เพราะต้องสร้างจากความรู้สึกร่วมในปัจจุบันมากกว่า โดยอัตลักษณ์นี้ควรอยู่บนความแตกต่างหลากหลายในมิติต่างๆของภูมิภาค
     
  

   แผนนี้ควรเปิดโอกาสเข้าร่วมของภาคประชาชนมากกว่านี้เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนเกิดขึ้นมาได้ที่เป็นรากฐานของประชาคมที่มีความเอื้ออาทรต่อกันได้       

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 165 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • kroonitja
  • nbr13957