วิเคราะห์บทความ

'ความกลัว'

ผม เคยคิดว่าผมสามารถก้าวผ่าน มันมาได้ แล้วในช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่ง แต่ในวันที่ผมคิดว่าผมเข้าใจ มันดีแล้ว และน่าจะสามารถควบคุมมัน ได้ ในระดั
บหนึ่ง มันก็เข้าจู่โจมผมโดยไม่ได้ ตั้ งตั ว หรือเรียกว่าแทบไม่รู้ตั วเลยด้
วยซ้ำ มันคือ
ความกลัว

เมื่อไม่ นานมานี้ ผมได้ อ่านหนังสือเล่มหนึ่งของนักเขียนชื่อดั
งคนไทยคนหนึ่ง ในเล่มนั้นเขาได้ อธิบายถึ ง
ความกลัว
ที่เขาเคยประสบในช่วง หนึ่งของชีวิต และวิเคราะห์ มันออกมาได้
อย่างดีที่เดียว เขาบอกว่า
ความกลัวอยู่ในอนาคตเท่านั้น
ไม่ได้ อยู่ในอดีตหรือปัจจุบัน หลังอ่านเสร็จ ผมลองมาคิดๆ ดู ก็พบว่ามันถูกต้
องทีเดียว คนเรากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะเกิดซ้ำอีก
ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เช่นกัน และเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
เกิดขึ้นแล้ว เราก็ไม่ได้ กลัวสิ่งนั้นอีกต่อไป
แต่เรากลับกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งอาจเป็นผลของสิ่งๆ นั้น ยกตั
วอย่างเช่น เมื่อไปเที่ยวป่าในต่างจังหวัด ผมเกิด
ความกลัว
สัตว์และแมลงมีพิษ ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ โดนมันกัดหรอก แล้วถ้
าคิดดูว่า ถ้ าผม โดนสัตว์หรือแมลงมีพิษกัดจริงๆ ณ ขณะนั้น ผมก็คงไม่ได้
กลัวมันอีกต่อไป ผมคงจะกลัวพิษของมันที่จะมีผลต่อร่างกายของผมต่างหาก ผม เกิด
ความกลัวป่วยหรือบาดเจ็บจากพิษ ซึ่งก็ยังไม่ได้
เกิดขึ้น ณ เวลาที่ผมโดนกัด ต่อไปอีก เมื่อผมเริ่มไม่สบายจากพิษ ผมก็คงจะไม่ได้
กลัวไม่ สบายอีกต่อไป ผมอาจเกิด
ความกลัวตาย ต่อไปต่างหาก

ฉะนั้นก็จะเห็ นว่าความกลัวไม่มีอยู่เลย ณ อดีตหรือปัจจุบันเลย
มีแต่ในอนาคตทั้งนั้น ผมเกิดความเชื่อเช่นนี้ และเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าทรง
ตรัสว่า เมื่อรู้เท่าทันเหตุ ก็จะสามารถระงับผลของมันได้ ก่อนที่มันจะเกิดได้ เช่นเดียวกับการดั
บทุกข์

แต่ทฤษฎีก็ไม่เหมือนดั่งปฏิบัติ ขอเกริ่นก่อนเลยว่า
ผมเป็นคนกลัวเลือด และของแหลมคม อย่างเช่นพวกมีดโกนและเข็ม ผมไม่ได้ กลัวเจ็บ แต่
กลัวเวลาเห็ นการกรีด หรือผ่า เห็ นเลือดไหลออกมา

ค่ำวันนั้น ผมอยู่บ้านคนเดียว กะว่าไปแปลงฟันหลังอาหารเย็นสักหน่อย
จึงเดินเข้าห้ องน้ำบ้าน ซึ่งมืดพอสมควร มีแค่แสงอ่อนๆ จากบ้านเรือน รอบข้างผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเท่านั้น
ผมค่อยเอื้อมมือขวาออกไปเพื่อจะเปิดสวิตซ์ไฟบริเวณอ่างล้างหน้านั้น ทันใดนั้น
ข้อมือของผมก็รู้สึก เจ็บแปลบขึ้น เป็นเสี้ยววินาทีที่แทบจะยังไม่รู้สึกตั ว และไม่น่าจะทันเกิดความคิดหรือจินตนาการใดๆ
ขึ้นมาได้ ไฟสว่างขึ้น ตาจ้องไปที่รอยแผล เล็กๆ บนข้อมือ ไม่ลึกเท่าไหร่
เป็นรอยบาดลงไปสองรอย หั นไปดูต้ นต่อของรอยบาด
เป็นมีดโกนหนวดสำเร็จรูปที่ใช้ประจำนั่นเอง หั นหน้ากลับ ลงมามองรอยบาดนั้น เลือดค่อยๆ
ซึมออกมาเล็กน้อย

ทันใดนั้น ก็เกิดความรู้สึกหวิวๆ เหมือนจะหน้ามืด ผมรู้ได้
ทันที่ว่านี่คือ
ความกลัว
วินาทีนั้น ผมรู้สึกแปลกใจ ผมคิดว่าผมมีสติอยู่ตลอดเวลา ผมแทบจะยังไม่ทันคิดหรือ
จินตนาการภาพของเลือดหรือการบาด ซึ่งน่าจะเป็นเหตุที่นำมาสู้ความกลัวของตั วเองได้
เลย หยั่งกับว่า
ความกลัวมันเกิดขึ้นมาก่อนเหตุของมันนั้นแหละ
ผมรีบเปิดน้ำล้างบริเวณรอยกรีดนั้น เลือดไม่ได้ ออกมากเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกเบาโหวงเหมือนจะหน้า
มืดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตาเริ่มพร่ามัว แต่สติยังค่อนข้างชัด ภาพ
ความกลัวเริ่มปรากฏขึ้น จากภาพมีดโกนกรีดลงบนข้อมือ
เลือดไหลทะลักออก มา ตั วผมเริ่มชาไปหมด แล้ว
ความกลัว
ต่อไปก็เกิดขึ้นมาอีก บาดทะยักโรคที่มาพร้อมกับการบาดของโลหะ เชื้อเติบโตได้ ดีเมื่อแผลไม่เปิด
เลือดไม่ไหล และไม่มีออกซิเจนสัมผั ส

ใน ตาที่ยังพร่ามัวและขาที่เหมือนจะล้มพับลงไปได้ ทุกเมื่อ
ผมบีบแผลให้ เลือดออกมา และรีบกดสบู่เหลวข้างอ่างล้างมือมาถูบริเวณแผล
ความ กลัวเกิดขึ้นแล้ว และตามมาด้ วยอีก ความกลัวแทบจะทันที ในวินาทีต่อมาความกลัวย้ายมาอยู่ ณ ความรู้สึกปัจจุบัน หน้ามืดจะเป็นลมผม ค่อยๆ ถอยออกจากอ่างล้างมือ
นั่งลงกับพื้นห้ องน้ำ หลังพิงผนัง ตานั้นพร่าจนแทบจะไม่เห็ นอะไร
หูก็เกิดอื้อขึ้นมาดื้ อๆ นี่หรือปฏิกิริยาตอบสนอง ต่อความกลัว ผมเริ่มคิดถึ งหลักของความกลัวที่ตนอ่านมา
เริ่มพูดกับตั วเองในใจ
ความกลัวไม่ได้ เกิดในปัจจุบัน
เกิดในอนาคตเท่านั้น
’ ‘จะกลัว ทำไม ไม่มีอะไรให้ กลัวตอนนี้แต่เหมือนจะไม่มีผล อาการหน้ามืดยังดำเนินต่อไป ตายังพร่ามัวมากขึ้น
แขนขาชักจะไม่มีแรง ร่างกายเริ่มหนาว สั่นน้อยๆ หูได้ ยินแต่เสียงอื้ออึง หั
วใจเต้ นแรงและหนัก เส้นเลือดในตั วเหมือนกระตุกตามจังหวะหั วใจ

ความกลัวยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนของมัน
ในวินาทีที่เหมือนจะเป็นจุดที่แย่ที่สุด
ความกลัวอย่างสุดท้ายก็เกิดขึ้น กลัวตายกลัวมาก มาก ที่สุด เหมือนไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ อีกต่อไปแล้ว
ดูมืดมิด และเงียบสงัดไปหมด ในห้ วงคำนึงประโยคหนึ่งผุดขึ้น
ตายก็คงไม่แย่เท่าไหร่ เพราะตายแล้วคงไม่เหลืออะไรให้ กลัวอีกต่อไป...

แต่แล้ว มันก็ผ่านไป
เหมือนเช่นทุกอย่าง ทุกอารมณ์ เกิดขึ้นและดั บไป อาการต่างค่อยๆ บรรเทาลง
ตาเริ่มเห็ นภาพกลับมาชัดขึ้นๆ หูยังอื้ออยู่ แต่เสียงชาวบ้านใกล้เรือนเคียงนั้นกลับมา
แขนขากลับมาอยู่ในการควบคุม ณ วินาทีที่ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ปกติ
มันก็หายไป หายไปหมดสิ้น ณ วิ นาที่นั้น
เหมือนผมจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ผมมองดูรอยบาดเล็กๆ ที่ข้อมือขวานั้น มีเลือดไหลซิบๆ
ถึ งแม้รอยแผลจะยังชัดเจนไม่ต่างจากที่มอง ครั้งแรก
มัน
ไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เดินกลับไปที่อ่างล้างมือ
มองมีดโกนหนวดอันนั้น หั นด้ านใบมีดโกนของมันเข้าหา กำแพง หยิบแปลงสีฟันขึ้นมา
บีบยาใส่ แล้ว แปลงฟัน

 

 

วิเคราะห์บทความ

1.การนำเสนอเนื้อเรื่องกะทัดรัด

2.เนื้อหาสาระเป็นเนื้อหาที่นำเสนอดี
สามารถสอนเราให้ไม่ควรยึดตึดสิ่งใด

3.จุดมุ่งหมายสามารถสอนเราให้ไม่ควรยึดติดสิ่งใด

4.การวางโครงเรื่องเนื้อหาในการวางโครงเรื่อง
ดีทรอดแรกคติสอนใจในช่วงหลัง

5.การใช้ภาษาใช้ภาษาที่เรียบง่าย
ไม่งงงวย

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • torriheberlinggluto
  • lindaweatherford