คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

พ.ศ.๒๕๒๙ บริษัทอินเทลประกาศตัวซีพียูรุ่นใหม่ คือ ๘๐๓๘๖ หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทไอบีเอ็มเร่งพัฒนาโดยนำเอาซีพียู ๘๐๓๘๖ มาเป็นซีพียูหลักของระบบ ซีพียู ๘๐๓๘๖ เพิ่มเติมขีดความสามารถอีกมาก เช่น รับส่งข้อมูลครั้งละ ๓๒ บิต ประมวลผลครั้งละ ๓๒ บิต ติดต่อหน่วยความจำได้มากถึง ๔ จิกะไบต์ (๑ จิกะไบต์เท่ากับ ๑๐๒๔ ล้านไบต์) จังหวะสัญญาณนาฬิกาเพิ่มได้สูงถึง ๓๓ เมกะเฮิรตซ์ ขีดความสามารถสูงกว่าพีซีรุ่นเดิมมาก และใน พ.ศ.๒๕๓๐ บริษัทไอบีเอ็มเริ่มประกาศขายไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า พีเอสทู (PS/โดยมีโครงสร้างทางฮาร์ดแวร์ของระบบแตกต่างออกไป โดยเฉพาะระบบเส้นทางส่งถ่ายข้อมูลภายใน (Bus) ผลปรากฏว่า เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่น ๘๐๓๘๖ ไม่เป็นที่นิยมมากนัก ทั้งนี้เพราะยุคเริ่มต้นของเครื่องคอมพิวเตอร์ รุ่น ๘๐๓๘๖ มีราคาแพงมาก ดังนั้นใน    พ.ศ.๒๕๓๑   อินเทลต้องเอาใจลูกค้าในกลุ่มเอทีเดิม  คือ  ลดขีดความสามารถของ ๘๐๓๘๖   ลงให้เหลือเพียง ๘๐๓๘๖ SX    ซีพียู ๘๐๓๘๖ SX    ใช้กับโครงสร้างเครื่องพีซีเอทีเดิมได้พอดีโดยแทบไม่ต้องดัดแปลงอะไร ทั้งนี้เพราะโครงสร้างภายในซีพียูเป็นแบบ ๘๐๓๘๖ แต่โครงสร้างการติดต่ออุปกรณ์ภายนอกใช้เส้นทางเพียงแค่ ๑๖ บิต ไมโครคอมพิวเตอร์ ๘๐๓๘๖SX จึงเป็นที่นิยมเพราะมีราคาถูกและสามารถทดแทนเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นพีซีเอทีได้  

ซีพียู ๘๐๔๘๖ เป็นพัฒนาการของอินเทลใน พ.ศ.๒๕๓๒ และเริ่มใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในปีต่อมา ความจริงแล้วซีพียู ๘๐๔๘๖ ไม่มีข้อเด่นอะไรมากนัก เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีการรวมชิป ๘๐๓๘๗ เข้ากับซีพียู ๘๐๓๘๖ ซึ่งชิป ๘๐๓๘๗ เป็นหน่วยคำนวณทางคณิตศาสตร์ และรวมเอาส่วนจัดการหน่วยความจำเข้าไว้ในชิป ทำให้การทำงานโดยรวมรวดเร็วขึ้นอีก

พ.ศ.๒๕๓๕ อินเทลได้ผลิตซีพียูตัวใหม่ที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นชื่อว่าเพนเทียม การผลิตไมโครคอมพิวเตอร์  จึงได้เปลี่ยนมาใช้ซีพียูเพนเทียม    ซึ่งเป็นซีพียูที่มีขีดความสามารถเชิงคำนวณสูงกว่าซีพียู ๘๐๔๘๖ มีความซับซ้อนกว่าเดิม และใช้ระบบการส่งถ่ายข้อมูลได้ถึง ๖๔ บิต  การพัฒนาทางด้านซีพียูเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่จะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนยิ่งขี้น ใช้งานได้ดีมากขึ้น    และจะเป็นซีพียูในรุ่นที่ ๖  ของบริษัทอินเทล โดยมีชื่อว่า เพนเทียม ทู 

 เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องอาศัยหน่วยความจำหลักเพื่อใช้เก็บข้อมูลและคำสั่งซีพียู การทำงานเป็นวงรอบโดยการนำคำสั่งจากหน่วยความจำหลักมาแปลความหมายแล้วกระทำตาม เมื่อทำเสร็จก็จะนำผลลัพธ์มาเก็บในหน่วยความจำหลัก ซีพียูจะกระทำตามขั้นตอนเช่นนี้เรื่อย ๆ ไปอย่างรวดเร็ว เรียกการทำงานลักษณะนี้ว่า วงรอบของคำสั่ง   จากการทำงานเป็นวงรอบของซีพียูนี้เอง การอ่านเขียนข้อมูลลงในหน่วยความจำหลักจะต้องทำได้รวดเร็ว เพื่อให้ทันการทำงานของซีพียู โดยปกติถ้าให้ซีพียูทำงานที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา ๓๓ เมกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำหลักที่ใช้ทั่วไปมักจะมีความเร็วไม่ทัน ดังนั้นกลไกของซีพียูจึงต้องชะลอความเร็วลงด้วยการสร้างภาวะรอ (Wait State) การเลือกซื้อไมโครคอมพิวเตอร์ จึงต้องพิจารณาดูว่ามีภาวะรอในการทำงานด้วยหรือไม่  หน่วยความจำหลักที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์จึงต้องกำหนดคุณลักษณะ ในเรื่องช่วงเวลาเข้าถึงข้อมูล (Access Time) ค่าที่ใช้ทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ ๖๐ นาโนวินาที ถึง ๑๒๕ นาโนวินาที (๑ นาโนวินาที เท่ากับ ๑๐ ยกกำลัง -๙ วินาที) แต่อย่างไรก็ตาม มีการพัฒนาให้หน่วยความจำสามารถใช้กับซีพียูที่ทำงานเร็วขนาด ๓๓ เมกะเฮิรตซ์ ได้โดยการสร้างหน่วยความจำพิเศษมาคั้นกลางไว้ ซึ่งเรียกว่า หน่วยความจำแคช (Cache Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่เพิ่มเข้ามาเพื่อนำชุดคำสั่ง หรือข้อมูลจากหน่วยความจำหลักมาเก็บไว้ก่อน เพื่อให้ซีพียูเรียกใช้ได้เร็วขึ้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 52 คน กำลังออนไลน์