แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน

 

รูปช้างในท้องนํ้า

หมายถึง การฝึกช้างป่าให้
ร้จักการบังคับบัญชาในการรบและงานด้านต่าง ๆ

สาเหตุที่ใช้รูปช้างในท้องนํ้าเป็นตราประจําจังหวัด
เพราะเป็นที่มาของการตั้งเมืองแม่ฮ่องสอน โดย

เริ่มจากการที่ เจ้าแก้วเมืองมา
ออกจับช้างให้เจ้าเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. 2368 - 2389)  และได้

รวบรวมชาวไทยใหญ่ให้มาตั้งบ้างเมืองเป็นหลักแหล่งขึ้น
2  แห่ง มีหัวหน้าผู้ปกครอง คือ ที่บ้าน

ปางหมูและบ้านแม่ฮ่องสอน
สาเหตุที่เรียกว่าแม่ฮ่องสอน ก็เพราะว่าได้มาตั้งคอกฝึกช้าง ณ

บริเวณลําห้วยแห่งนี้นั่นเอง

 

 

สีประจำจังหวัด

สีฟ้า - สีน้ำตาล

 

ธงประจําจังหวัด

 

พื้นธงเป็นสีนํ้าตาลสีฟ้าสีนํ้าตาล
แบ่งตามแนวนอนเป็นสามส่วนเท่ากัน 
กลางแถบสีฟ้าเป็นรูปตราประ

จังหวัดในวงกลมสีแดง    รูปตราประจําจังหวัด
ด้านบนเป็นภาพท้องฟ้าสีฟ้า  มีเมฆสีเหลือง
ตํ่าลงมาเป็นท้องนํ้าสี

ฟ้า   
มีร้วคลื่นนํ้าสีขาว   ในน้ำามีช้างพลายสีนํ้าตาล
1 เชือก    ด้านล่างเป็นแถบสีเหลืองขอบแดง
ตรงกลางมีคําว่า

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ต้นไม้ประจําจังหวัด

ชื่อพื้นเมือง จ่น พี้จ่น ปี้จ่น กระพี้จ่น

ชื่อวิทยาศาสตร์ Milettia brandisiana
Kurz

ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE

นิเวศวิทยา ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณแล้ง

ลักษณะทั่วไป ต้ นไม้ ไม้ ืยนต้นขนาดกลาง สูง
8-15 เมตร ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่เร็ว

เปลือกนอกค่อนข้างเรียบ
สีเทาอมนํ้าตาลแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ เปลือกในสีแดง เรือนยอดกลมรีๆ พุ่มใบหนาทึบ

ใบ : ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย 6-8
คู่ เรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 0.8-1.7 ซม. ยาว 2.5-7 ซม. ก้านใบย่อย 2
มม. ที่ฐานใบมีหูใบย่อย ตาใบมีขนสีทองแดงปกคลุม ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ
เส้นแขนงใบข้างละ 6-10 เส้น ก้านใบย่อยยาว 2-3 มม.

ดอก : ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งและเหนือรอยแผลใบ
ช่อยาว 7-22 ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันคล้ายรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีม่วงดํา
กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน ดอกบานเต็มที่กว้าง 0.8-1 ซม.
ดอกคล้ายดอกถั่วสีม่วงแกมขาว

ผล : ผลเป็นฝักรูปดาบ หรือขอบขนานปลายแหลม ขอบฝักเป็นเส้นหนาแข็ง
ฝักแก่สีนํ้าตาล แกมเหลือง กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 10-14 ซม.

เมล็ด : กลมแบน 1-3 เมล็ด

ระยะเวลาการออกดอกและเป็นผล  ออกดอก มี.ค.-เม.ย.   ผลแก่ มิ.ย.-ก.ค.

การขยายพันธุ์ เพาะกล้าจากเมล็ดได้ง่าย ๆ

การใช้ประโยชน์ ด้านเป็นไม้ประดับ
ในผืนป่าหน้าแล้ง กระพี้จั่นจะทิ้งใบหมดต้น แล้วผลิช่อดอกออกมาเต็มต้น
สีม่วงอมครามกระจ่างไปทั้งต้น เป็นความสวยหวาน
อยู่กลางฤดูกลาลที่แห้งแล้ง
ใบไม้โดยรอบปลิดปลิวลงหมดสิ้น ดอกกระพี้จั่นจึงเป็นราชินีที่โดดเด่น
นิยมเพาะกล้าแจกเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ แต่เมื่อปลูกแล้วรดนํ้ามากความชุ่มชื้นสูง
การผลัดใบจึงไม่เด่นชัด ดอกสีม่วงครามจึงแฝงเงาอยู่ในใบสี ี เขยวสวยไปอีกมิติหนึ่ง
ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก 2
x2 เมตร ปลูกง่าย และเติบโตเร็ว
เมื่อแตกใบอ่อนจะมีสีแดงสนิมเหล็กพลิ้วไสวสวยงามจับใจเมื่อกระทบกับแสงแดดยามเช้า

ด้านสมุนไพร สรรพคุณยาพื้นบ้านอีสานใช้ลําต้นต้มดื่มบํารุงเลือด 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 198 คน กำลังออนไลน์