เทียนขนม

รูปภาพของ sss29616
บ้านเทียนขนม'สร้างรายได้ด้วยไอเดีย  
Imageเมื่อต้องตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ทำให้ สักรี มะ

ต้องคิดหาอาชีพเสริมแทนการตกงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาชีพแรกที่คิดคือการค้าขาย แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ว่าไม่รู้จะทำอะไรขายดีสุดท้ายจึงมาลงตัวที่สินค้าอิงธรรมชาติ แตกต่างจากท้องตลาด

โดยเริ่มจากการนำกระบอกไม้ไผ่มาทำเป็นเทียน ผลปรากฏว่าสินค้าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนกระทั่งได้มีการพัฒนาฝีมือการทำเทียนเรื่อยมา ซึ่งขณะนี้มาลงตัวที่การทำเทียนขนม ที่ได้ออกแบบสีสัน และรูปลักษณ์ได้เหมือนขนมไทยอย่างแท้จริง จนบางครั้งหลายคนถึงกับอดน้ำลายไหล กับหน้าตาของเทียนขนม จากบ้านเทียนขนมไม่ได้

ก่อนหน้านี้ผมทำกิจการรับเหมาก่อสร้าง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คือจริง ๆ งานนี้ก็ดีแต่ทำมา10กว่าปีแล้วรู้สึกเบื่อรวมถึงประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจด้วย ตอนนั้นเครียดมากจึงอยากทำในสิ่งที่เราชอบ และต้องเป็นธรรมชาติที่สุด จึงเริ่มทำโมเดลเก้าอี้ไม้ไผ่ แต่อยากให้ใช้ประโยชน์ได้มากกว่านี้ เมื่อหล่อเทียนเข้าไป ปรากฏว่าขายดี

แม้จะประสบปัญหาบ้าง เพราะเราไม่มีความรู้ด้านการขาย ครั้งแรกจึงไปวางแบกับดินที่ถนนข้าวสาร ชุดละประมาณ
150-200 บาทก็แปลกใจว่าทำไมเขาถึงสนใจสินค้าของเรา ทั้ง ๆที่โมเดลแบบอื่น ๆก็มีใช่นี่แหละที่จุดประกาย ผมเคยเห็นบางคนทำเทียนเลียนแบบเบียร์ จึงมองว่าเราก็น่าจะทำได้ เป็นการท้าทายความคิดตัวเองเหมือนกัน เพราะผมไม่เคยเรียนทำเทียนมาก่อน อาศัยครูพักลักจำ ทำให้สินค้าของเรามีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์

เมื่อเทียนขนมลูกค้าให้การตอบรับมากขึ้น ทำให้บางครั้งการผลิตที่เกิดจากคนๆ เดียว ก็ต้องประสบปัญหาการผลิตไม่ทันตามออเดอร์ สักรี จึงได้ชักชวนน้องๆ ให้มาช่วยกันทำเป็นงานอดิเรก สุดท้ายการทำเทียนขนมก็กลายเป็นอาชีพหลักของครอบครัวมะไปในที่สุด

ขณะนี้บ้านเทียนขนมได้มีการพัฒนารูปแบบอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของเทียนขนม ทั้งๆ ที่ผ่านมาลูกค้าก็แนะนำให้ทำออกมาในรูปของอาหารคาวบ้าง แต่สักรีไม่คิดที่จะลองทำเนื่องจากทำได้เหมือนอาหารจริงยาก กว่าการทำเป็นรูปแบบของขนม และกลัวหลุดคอนเซ็ปต์ของบ้านเทียนขนม

เทียนที่ทำเป็นอาหารคาว ก็มีคนทำออกมา แต่ยังไม่เหมือน และทำยากกว่าการทำออกมาในรูปของขนม และเราคิดว่าเรามีความชำนาญในการทำเทียนที่เป็นขนมไทย จึงคิดว่าควรจะทำในแนวทางที่เราถนัดมากกว่า และอาศัยการพัฒนารูปแบบสินค้าไปเรื่อยๆ

ซึ่งขณะนี้เราทำออกมาเป็นเทียนชุด เช่น ชุดอาหารเช้า อาหารว่าง และชุดของหวาน เป็นต้น ทำให้ในปัจจุบันสินค้าของบ้านเทียนขนมมีกว่า 30 รายการแล้วๆ ยิ่งช่วงใกล้ปีใหม่เราจะเน้นเป็นชุด ๆ เพื่อเป็นของขวัญ ส่วนมากลูกค้าจะเข้ามาซื้อที่บ้านเพื่อไปทำเองบ้างซื้อสำเร็จบ้าง นอกจากนี้เรายังรับทำของชำร่วย ซึ่งปาท่องโก๋ได้รับความนิยมมากที่สุด 

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นขนม ทำให้กลิ่นของเทียนที่ผลิตออกมาจะเน้นกลิ่นที่เป็นอโรม่าคงไม่ได้ ทำให้ตรงจุดนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงไปได้มาก เพราะการทำเทียนต้นทุนหลักจะอยู่ที่กลิ่นของเทียนที่นำมาใช้ ซึ่งกลิ่นเทียนของบ้านเทียนขนมจะใช้กลิ่นวนิลาเป็นหลัก ซึ่งเหมาะกับการทำเทียนขนมมากที่สุด

ส่วนกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย เพราะรูปแบบของเทียนจะเป็นขนมไทยทั้งหมด โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไปมักจะนำไปให้เป็นของขวัญ และของชำร่วย มากกว่าการใช้งานเอง แต่อย่างไรก็ตามทางบ้านเทียนขนม ก็ได้ออกแบบเทียน โดยเน้นความปลอดภัยเวลาจุดเทียนเป็นสำคัญ โดยจะใส่ฐานของเทียนที่เป็นเหมือนหมุดที่เทียนทุกชิ้น ทำให้เมื่อการไหม้ของเทียนจะไม่หมดแท่ง ทำให้ช่วยลดปัญหาการเกิดไฟไหม้ได้

เมื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่ในธุรกิจเทียนขนมแล้ว สักรี ก็ไม่ลืมที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเรียนรู้การทำเทียนขนมบ้าง โดยทำการเปิดสอนให้สามารถทำเทียนขนมขั้นพื้นฐานได้ภายใน 1 วัน ซึ่งลูกศิษย์ทุกคนหากเรียนจบคอร์สแล้วไม่เข้าใจก็สามารถเข้ามาสอบถาม หรือหาความรู้เพิ่มเติมได้ตลอด ซึ่งที่ผ่านมาผู้ที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยากรู้วิธีการทำ มากกว่าผู้ที่คิดจะทำเทียนขนมเป็นอาชีพหลักอย่างจริงจัง

สำหรับการมองตลาดในต่างประเทศ สักรี ยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่รู้จักขนมไทย ซึ่งตลาดในต่างประเทศที่ผ่านมาก็จะมีคนไทยในต่างประเทศเท่านั้นที่ซื้อไปจำหน่าย หรือเพื่อให้เป็นของขวัญในกลุ่มของคนไทยด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาก็มีลูกค้าเอเชียบ้าง จะนิยมซื้อเทียนซาลาเปา เนื่องจากเป็นอาหารที่เป็นสากลกว่าขนมไทยชนิดอื่นๆ

แม้จะเคยล้มเหลวในหน้าที่การงานในอดีต แต่ปัจจุบันการลุกขึ้นมายืนหยัดต่อสู้กับชะตาชีวิตของตนเองอย่างกล้าที่จะเสี่ยง ผลงานของ บ้านเทียนขนมก็การันตีได้ว่า หากไม่ท้อต่อโชคชะตา ทุกคนก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ 

ที่มา : franchise-vision 

เห็นแล้วหิว เหมือนจริงจนเกินห้ามใจ

 

โมเดลอาหารที่วางโชว์ตามหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่ว่าเหมือนจริง มาเจออาหารคาวหวานที่ปั้นด้วยเทียนของไทยแล้วคุณจะสงสัย ..มันกินไม่ได้จริงๆ หรือ

วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร เจ้าของผลงานอาหารปั้นดินและเทียนขนมไทย บอกว่าเดิมทีมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือชื่อ เห็นแล้วหิว เนื่องจากงานฝีมือที่วางขายนั้นเรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องรู้สึกหิวขึ้นทันใด หากปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นร้านเรือนนิมิตร เพราะว่ามีผลงานเทียนเป็นรูปดอกไม้ขึ้นเพิ่มเติม

ผู้สืบทอดบ้านเทียนขนม

 วิกฤติฟองสบู่แตกปี 2540 ก่อให้เกิดโอกาสกับผู้คนหลายชีวิต สักรี มะ อดีตผู้รับเหมาก่อสร้าง หันมาศึกษา ทดลองการทำเทียนประดิษฐ์เป็นรูปขนมไทย จนเปิดเป็นร้านบ้านเทียนขนม มีชื่อเสียงเป็นที่โด่งดัง เนื่องจากทำเทียนได้เหมือนขนมไทยจริงๆ ไม่เพียงแต่สินค้าจะได้รับรางวัลโอท็อปมีลูกค้ามากมาย คุณสักรียังเปิดสอนวิธีการทำเทียนให้กับผู้สนใจ ซึ่ง วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร ก็เป็นหนึ่งในนั้น

"เป็นคนชอบงานศิลปะเริ่มต้นจากงานประดิษฐ์ปั้นดอกไม้ก่อน และมาทำเป็นอาหารจิ๋ว พอดีรู้จักกับคุณสักรี มะ เจ้าของร้านบ้านเทียนขนมตั้งแต่สมัยเขาทำงานก่อสร้าง มีอยู่วันนึงไปหาเขาที่บ้านได้เห็นงานเทียน เอ.. ทำไมมันน่ารักเหลือเกิน ทำไมเหมือนจริง เขาเป็นผู้ชายด้วย เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทำไมมาจับงานนี้ เราเป็นคนรักงานศิลปะเลยขอสมัครเป็นศิษย์ พอเราได้สัมผัสเทียนจริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่าให้แสงสว่าง มันสามารถสื่อถึงวัฒนธรรม การกินอยู่ของคนไทยแต่ออกมาในรูปแบบของเทียน แตกต่างจากงานเทียนทั่วไปที่เน้นดอกไม้ แต่นี่เป็นขนมไทย"

วริศนันท์ อดีตพิธีกร นักแสดง นางแบบ เมื่อยี่สิบปีก่อนในนาม รุ่งนภา ชิดชนก เคยมีผลงานแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง ชาติมังกร ของค่ายกันตนาคู่กับ ฉัตรชัย เปล่งพานิช และงานถ่ายแบบชุดวิวาห์ให้กับห้องเสื้อชื่อดังในสมัยนั้น บอกกับเราว่าหลังร้างราวงการบันเทิงเธอก็หันมาสนใจงานฝีมืออย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นฝึกฝนการทำดอกไม้ประดิษฐ์ก่อน จากนั้นก็ฝึกหัดการปั้นดินเป็นอาหาร และ การประดิษฐ์อาหารจิ๋วจัดแต่งเป็นร้านค้า รถเข็นจำหน่ายอาหารต่างๆ

"เริ่มแรกคุณสักรี ให้เริ่มต้นในการนำแก้วมาเทก่อนเพราะว่ามือเขายังไม่แม่น แล้วเขาประยุกต์ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ตอนนี้คุณสักรี มะกลับไปดูแลกิจการที่บ้านทางภาคใต้ ก็ต้องขอขอบคุณคุณสักรี มะ ที่ให้ตัวดิฉันเป็นผู้สืบทอดงานนี้"

กว่าจะมาเป็นเทียนขนม

 วัสดุหลักในการทำเขียนขนมประกอบไปด้วย พาราฟิน ,โพลีเอสเตอร์ เอทิลีน หรือ พีอี, บีแวกซ์ , น้ำมันหอมระเหย, สีผสมเทียน, ไส้เทียน ฐานรองไส้เทียน

"พาราฟินเป็นเทียนที่ผสมแล้วเรานำมาผสมกับพีอี ตัวพีอีเป็นเม็ดพลาสติกที่มีคุณสมบัติในการช่วยไม่ให้มีควัน ปกติเวลาเราจุดเทียนจะมีควันพีอีตัวนี้จะช่วยไม่ให้มีควัน และก็มีแว็กซ์ที่จะช่วยให้ปั้นง่ายขึ้น มีความเหนียวปั้นแล้วไม่แตก พอเราผสมทั้งสามตัวได้ที่แล้วเราจะต้องผสมสีเทียนลงไปซึ่งเป็นสีผสมเทียนไม่ใช่สีผสมอาหาร เริ่มต้นทำใช้วิธีการรินเทียนจากถ้วยกาแฟก่อน ฝึกการผสมสีแล้วค่อยมาฝึกการปั้นทองหยิบ ปั้นเม็ดบัวลอย เม็ดทับทิมกรอบ พัฒนาไปเรื่อยๆ"

ส่วนความยากง่ายก็แตกต่างกันออกไป ว่าแล้ววริศนันท์ก็สาธิตวิธีการทำทองหยิบให้ชมกัน โดยนำเอาพาราฟินที่ผสมและหลอมละลายแล้วเทลงในถาดอะลูมิเนียม เมื่อพาราฟินเริ่มแข็งตัวพอปั้นได้แล้ว นำแม่พิมพ์ทรงกลมมากดลงแล้วใช้มือจับจีบให้เหมือนทองหยิบแล้วใส่ลงในถ้วยตะไลอย่างชำนาญ เมื่อได้รูปร่างที่ต้องการแล้วใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูตรงกลางก่อนนำเอาไส้เทียนที่ติดฐานแล้วใส่ลงไปนำกลับมาวางในถ้วยตะไล แค่นี้เป็นอันเรียบร้อย

กว่าจะทำได้เหมือนจริง วริศนันท์บอกว่าต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ

"ก็เอาขนมจริงมาตั้งตรงหน้าเลย เริ่มต้นเราต้องผสมสีให้ได้ก่อน เช่น เราจะทำขนมถ้วยฟู จะทำอย่างไรให้มันฟู เราต้องคอยสังเกตให้เหมือนจริงมากที่สุด"

"คุณสักรี มะ จะเน้นไปทางขนมไทย ตอนนี้เรายังอยากคงเอกลักษณ์ของบ้านเทียนขนมเอาไว้ ตอนนี้มีประมาณ 30 ชนิด ได้แก่ ขนมสำปันนี ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ข้าวหลาม ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น ขนมหม้อแกง ข้าวเหนียวถั่วดำ ทับทิมกรอบ รวมมิตร บัวลอย  ข้าวเหนียวแก้ว  ข้าวเหนียวมะม่วง ลอดช่อง   ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวถั่วดำ ขนมหน้านวลข้างบนเป็นกะทิ มีชุดพวงกาแฟ โอเลี้ยง ส่วนขนมเข่งเป็นของชำร่วยคิดมาใหม่ มีปาท่องโก๋  สื่อถึงความเป็นมาสมัยก่อน ยังไม่มีอาหารคาว"

ชวนชิมจากดินปั้น 

แม้อาหารคาวจากเทียนยังไม่ได้เริ่มทำ แต่งานปั้นดินเป็นอาหารเหมือนจริงขนาดจริงก็เป็นงานฝีมือที่สร้างรายได้ให้วริศนันท์ได้ไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นงานปั้นที่เหมือนจริงจนน่าฉงน ไม่ว่าจะเป็นผัดไทยกุ้ง เย็นตาโฟ ข้าวผัดกะเพรากุ้งปลาหมึกราดหน้าด้วยไข่ดาว แกงเขียวหวาน และ น้ำพริกปลาทู

"ใช้ดินไทยนี่หละค่ะปั้น แล้วลงสีน้ำมันอีกครั้ง ใช้เวลาฝึกฝน 3 ปี คิดว่าจะทำยังไงให้เหมือนของจริง ลองผิดลองถูกมาเยอะค่ะ" นอกจากปั้นให้เหมือนจริงทั้งขนาดรูปร่างแล้ว ความยากอยู่ตรงที่การผสมสีให้เหมือนจริงอย่างไม่ผิดเพี้ยน

"ใช้วิธีปั้นตามของจริง เวลาลงสีก็เอาปลาทูที่ทอดแล้วมาวางลงตรงหน้าเลย  เริ่มแรกเราต้องปั้นอะไหล่ก่อน สมมติ ข้าวหมูแดง เราต้องปั้นไข่ก่อน หมูแดง หมูกรอบ ช่วงยากอยู่ตรงการปั้นอะไหล่ ส่วนการประกอบนั้นเราสามารถประกอบได้โดยใช้เวลาไม่นาน "

ถามถึงรายได้ เจ้าของผลงานเห็นแล้วหิวกล่าวว่า ค่อนข้างดี เป็นงานที่สามารถทำอยู่บ้านได้ในช่วงวันจันทร์ - ศุกร์ ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์ เปิดร้านขายที่สวนจตุจักร โครงการ 11 ซอย 12/3 ใช้ชื่อร้านว่า เรือนนิมิตร ไปไม่ถูกโทรถามได้ที่ 02-291-9121,084-642-4834

"เป็นคนชอบงานที่ทำด้วยมือไม่ใช้เครื่องจักร เมื่อมีหลายท่านคิดว่าเป็นของจริงก็ภูมิใจ" เพราะเป็นผลงานที่เกิดจากฝีมือตัวเองโดยแท้  แต่งานนี้คนดูเห็นแล้วหิวค่ะ

Tags :

วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร

ร้านบ้านเทียนขนม

 

“เทียนขนม” ธุรกิจอาหารตา งานแฮนด์เมดบุกส่งออก
 
ธุรกิจนี้เรียกได้ว่าได้ไอเดียมาจากของขวัญวันเกิดจากเพื่อน ที่ตั้งใจซื้อมาให้แต่ไม่ได้ตั้งใจให้เพื่อน

กลายเป็นธุรกิจส่งออก “เทียนแฮนด์เมด” ดีไซน์เก๋ จากฝีมือสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง อาศัยตลาดนัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และถนนคนเดิน เป็นหน้าร้าน ซึ่งสินค้าไปเตะตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้ามาติดต่อให้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และนั่นเองทำให้ผู้ประกอบการรายนี้กลายเป็นนักธุกิจส่งออกเต็มตัว

ขนมเทียน ถือเป็นแบรนด์ที่จดจำง่ายและสื่อความหมายในตัวเอง จากความตั้งใจของ “อาริสรา นุกูล” หรือ หลิว ที่เรียนจบมาทาด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็ยึดอาชีพเป็นสถาปนิกตามที่ได้ร่ำเรียนมา อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งเพื่อนได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการทำเทียนขั้นพื้นฐานมาให้ โดยเป็นการสอนทำเทียนเป็นขนมไทยอย่างง่ายๆ ที่คนทั่วไปรู้จักกันดี อย่าง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง โดยในช่วงแรก หลิว คิดจะทำเล่นๆ และลองขาย ที่นัด.เชียงใหม่ กลับได้รับความสนใจจากนักศึกษาเป็นจำนวนมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างเหมือนต้นแบบ ซึ่งหลิวได้อาศัยความได้เปรียบที่เรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม จึงนำความรู้ด้านสีมาใช้กับธุรกิจนี้ ส่งผลเมื่อผลิตสินค้าออกมาสีจะเหมือนขนมจริงมาก ซึ่งธุรกิจนี้เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนต่ำมาก เพียง 200 บาทเท่านั้น โดยเริ่มทำขนมเทียนอย่างจริงจังเมื่อปี 2546


ในช่วงนั้นเรายึด 2 อาชีพ คือในช่วงกลางวัน ก็ทำงานด้านสถาปนิก ส่วนหลังเลิกงานก็มานั่งทำเทียนเป็นงานอดิเรก แต่เมื่อได้ทดลองนำไปขายจริงๆ ผลการตอบรับได้กลับก็เกินคาด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจที่สุด คือ วันแรกที่นำสินค้าไปขายที่ตลาดนัด มีคนเข้ามาติดต่อให้ผลิตสินค้าให้เพื่อจะนำไปส่งขายยังต่างประเทศ แต่ตอนนี้เรายังไม่พร้อมจากกำลังการผลิตที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งในตอนนั้นมีการผลิตเพียงแบบละ 10 ชิ้นเท่านั้น รวมถึงความหลากหลายของสินค้าก็ยังไม่มากที่เท่าควร”

จากผลการตอบรับที่ดีในสินค้า ซึ่งหลิวคิดว่าในช่วงนั้นรูปแบบที่ทำมาซึ่งส่วนใหญ่ขนมไทย เป็นเพียงรูปแบบง่ายๆ ที่หากใครได้ฝึกฝนก็น่าจะทำได้ ยังมีคนชื่นชอบในผลงานมากมายขนาดนี้ ทำให้หลิวยิ่งมีกำลังใจที่จะพัฒนาสินค้าให้แตกต่างจากท้องตลาดมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเริ่มมีการตัดราคากันมากขึ้น จากราคาของพาราฟิน ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักถูกมาก ดังนั้นหากลงมาเล่นในเรื่องของราคาเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น อนาคตคงจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดยาก ซึ่งทางออกที่ดีที่สุด คือ การแข่งขันกันที่ดีไซน์และฝีมือ ดังนั้นหลิวจึงพัฒนาผลงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง

สำหรับจุดเปลี่ยนในเรื่องของรูปแบบสินค้า ที่จากเดิมร้านขนมเทียนเน้นไปที่ขนมไทย ยังไม่ได้แตกไลน์ไปเป็นอาหาร แต่เมื่อมีคนมาจ้างให้ทำเทียนเกี่ยวกับอาหาร เพื่อนำไปตกแต่งในพิพิธภัณฑ์อาหารพื้นเมือง ทำให้ในปัจจุบันสินค้าในร้านมีทั้งอาหารไทย อาหารต่างชาติ และเบเกอรี่ ที่เป็นเทียนแฮนด์เมดทั้งหมด


ส่วนตลาดในประเทศไทยหลิวจะเน้นไปที่เว็บไซต์ และถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีชาวต่างชาติเดินซื้อของกันเป็นจำนวนมาก หวังให้เป็นหน้าร้านเพื่อตลาดส่งออก ส่วนตลาดต่างประเทศ จะมีผู้ค้าจากต่างประเทศเข้ามาติดต่อเพื่อไปจำหน่ายต่อ เช่น ประเทศไต้หวัน อิตาลี ฝรั่งเสศ และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ 30,000 ชิ้น ที่คนส่วนใหญ่มักซื้อไปเป็นของขวัญ ของฝาก และของชำร่วย

แม้ธุรกิจนี้ในปัจจุบันจะมีคนผลิตสินค้าประเภทนี้ออกมามากขึ้น แต่สำหรับร้านขนมเทียน ไม่ได้วิตกในเรื่องนั้น เนื่องจากตนเองคิดรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉลี่ยเดือนละ 1 แบบ แต่สิ่งที่ยากที่สุดในธุรกิจนี้คือการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนส่งถึงมือลูกค้า เนื่องจากทุกขั้นตอนเป็นงานแฮนด์เมด และคนในครอบครัวช่วยกันทำงานทั้งหมด แต่หากมีออเดอร์เข้ามามากก็ต้องจ้างคนเพิ่ม ทำให้ต้องฝึกฝนคนขึ้นมาใหม่อยู่เวลา ส่งผลให้บางครั้งคุณภาพตามที่ต้องการ ปัจจุบันร้านขนมเทียนมีสินค้ากว่า 400 รายการแล้ว

 

“เทียนขนม” ธุรกิจอาหารตา งานแฮนด์เมดบุกส่งออก 10

ธุรกิจนี้เรียกได้ว่าได้ไอเดียมาจากของขวัญวันเกิดจากเพื่อน ที่ตั้งใจซื้อมาให้แต่ไม่ได้ตั้งใจให้เพื่อน กลายเป็นธุรกิจส่งออก “เทียนแฮนด์เมด” ดีไซน์เก๋ จากฝีมือสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง อาศัยตลาดนัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และถนนคนเดิน เป็นหน้าร้าน ซึ่งสินค้าไปเตะตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้ามาติดต่อให้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และนั่นเองทำให้ผู้ประกอบการรายนี้กลายเป็นนักธุกิจส่งออกเต็มตัว

kla-hnom-tein01

ขนมเทียน ถือเป็นแบรนด์ที่จดจำง่ายและสื่อความหมายในตัวเอง จากความตั้งใจของ “อาริสรา นุกูล” หรือ หลิว ที่เรียนจบมาทาด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็ยึดอาชีพเป็นสถาปนิกตามที่ได้ร่ำเรียนมา อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งเพื่อนได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการทำเทียนขั้นพื้นฐานมาให้ โดยเป็นการสอนทำเทียนเป็นขนมไทยอย่างง่ายๆ ที่คนทั่วไปรู้จักกันดี อย่าง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง โดยในช่วงแรก หลิว คิดจะทำเล่นๆ และลองขาย ที่นัด.เชียงใหม่ กลับได้รับความสนใจจากนักศึกษาเป็นจำนวนมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างเหมือนต้นแบบ ซึ่งหลิวได้อาศัยความได้เปรียบที่เรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม จึงนำความรู้ด้านสีมาใช้กับธุรกิจนี้ ส่งผลเมื่อผลิตสินค้าออกมาสีจะเหมือนขนมจริงมาก ซึ่งธุรกิจนี้เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนต่ำมาก เพียง 200 บาทเท่านั้น โดยเริ่มทำขนมเทียนอย่างจริงจังเมื่อปี 2546

kla-hnom-tein02

“ในช่วงนั้น เรายึด 2 อาชีพ คือในช่วงกลางวัน ก็ทำงานด้านสถาปนิก ส่วนหลังเลิกงานก็มานั่งทำเทียนเป็นงานอดิเรก แต่เมื่อได้ทดลองนำไปขายจริงๆ ผลการตอบรับได้กลับก็เกินคาด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจที่สุด คือ วันแรกที่นำสินค้าไปขายที่ตลาดนัด มีคนเข้ามาติดต่อให้ผลิตสินค้าให้เพื่อจะนำไปส่งขายยังต่างประเทศ แต่ตอนนี้เรายังไม่พร้อมจากกำลังการผลิตที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งในตอนนั้นมีการผลิตเพียงแบบละ 10 ชิ้นเท่านั้น รวมถึงความหลากหลายของสินค้าก็ยังไม่มากที่เท่าควร”

kla-hnom-tein03

จากผลการตอบรับที่ดีในสินค้า ซึ่งหลิวคิดว่าในช่วงนั้นรูปแบบที่ทำมาซึ่งส่วนใหญ่ขนมไทย เป็นเพียงรูปแบบง่ายๆ ที่หากใครได้ฝึกฝนก็น่าจะทำได้ ยังมีคนชื่นชอบในผลงานมากมายขนาดนี้ ทำให้หลิวยิ่งมีกำลังใจที่จะพัฒนาสินค้าให้แตกต่างจากท้องตลาดมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเริ่มมีการตัดราคากันมากขึ้น จากราคาของพาราฟิน ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักถูกมาก ดังนั้นหากลงมาเล่นในเรื่องของราคาเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น อนาคตคงจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดยาก ซึ่งทางออกที่ดีที่สุด คือ การแข่งขันกันที่ดีไซน์และฝีมือ ดังนั้นหลิวจึงพัฒนาผลงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง

kla-hnom-tein04

สำหรับจุดเปลี่ยนในเรื่องของรูปแบบ สินค้า ที่จากเดิมร้านขนมเทียนเน้นไปที่ขนมไทย ยังไม่ได้แตกไลน์ไปเป็นอาหาร แต่เมื่อมีคนมาจ้างให้ทำเทียนเกี่ยวกับอาหาร เพื่อนำไปตกแต่งในพิพิธภัณฑ์อาหารพื้นเมือง ทำให้ในปัจจุบันสินค้าในร้านมีทั้งอาหารไทย อาหารต่างชาติ และเบเกอรี่ ที่เป็นเทียนแฮนด์เมดทั้งหมด

kla-hnom-tein05

ส่วนตลาดในประเทศไทยหลิวจะเน้นไปที่เว็บไซต์ และถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีชาวต่างชาติเดินซื้อของกันเป็นจำนวนมาก หวังให้เป็นหน้าร้านเพื่อตลาดส่งออก ส่วนตลาดต่างประเทศ จะมีผู้ค้าจากต่างประเทศเข้ามาติดต่อเพื่อไปจำหน่ายต่อ เช่น ประเทศไต้หวัน อิตาลี ฝรั่งเสศ และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ 30,000 ชิ้น ที่คนส่วนใหญ่มักซื้อไปเป็นของขวัญ ของฝาก และของชำร่วย

kla-hnom-tein06

แม้ธุรกิจนี้ในปัจจุบันจะมีคนผลิตสินค้าประเภทนี้ออกมามากขึ้น แต่สำหรับร้านขนมเทียน ไม่ได้วิตกในเรื่องนั้น เนื่องจากตนเองคิดรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉลี่ยเดือนละ 1 แบบ แต่สิ่งที่ยากที่สุดในธุรกิจนี้คือการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนส่งถึงมือ ลูกค้า เนื่องจากทุกขั้นตอนเป็นงานแฮนด์เมด และคนในครอบครัวช่วยกันทำงานทั้งหมด แต่หากมีออเดอร์เข้ามามากก็ต้องจ้างคนเพิ่ม ทำให้ต้องฝึกฝนคนขึ้นมาใหม่อยู่เวลา ส่งผลให้บางครั้งคุณภาพตามที่ต้องการ ปัจจุบันร้านขนมเทียนมีสินค้ากว่า 400 รายการแล้ว

 

เห็นแล้วหิว


 

      อาหารพลาสติก โมเดลอาหารที่วางโชว์ตามหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่ว่าเหมือนจริงจนน่าฉงนแล้ว มาเจออาหารคาว หวานของไทย ปั้นด้วยเทียนและดินของไทยแล้วคุณจะยิ่งสงสัยว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันกินไม่ได้แน่หรือ ..เพราะมันช่างเหมือนจนรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีทันใด
       วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร เจ้าของผลงานอาหารปั้นดินและเทียนขนมไทย บอกว่าเดิมทีมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือชื่อ เห็นแล้วหิว เนื่องจากงานฝีมือที่วางขายนั้นเรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องรู้สึกหิวขึ้นทันใด หากปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นร้านเรือนนิมิตร เพราะว่ามีผลงานเทียนเป็นรูปดอกไม้ขึ้นเพิ่มเติม

ผู้สืบทอดบ้านเทียนขนม
       วิกฤติฟองสบู่แตกปี 2540 ก่อให้เกิดโอกาสกับผู้คนหลายชีวิต สักรี มะ อดีตผู้รับเหมาก่อสร้าง หันมาศึกษา ทดลองการทำเทียนประดิษฐ์เป็นรูปขนมไทย จนเปิดเป็นร้านบ้านเทียนขนม มีชื่อเสียงเป็นที่โด่งดัง เนื่องจากทำเทียนได้เหมือนขนมไทยจริงๆ ไม่เพียงแต่สินค้าจะได้รับรางวัลโอท็อปมีลูกค้ามากมาย คุณสักรียังเปิดสอนวิธีการทำเทียนให้กับผู้สนใจ ซึ่ง วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร ก็เป็นหนึ่งในนั้น
      " เป็นคนชอบงานศิลปะเริ่มต้นจากงานประดิษฐ์ปั้นดอกไม้ก่อน และมาทำเป็นอาหารจิ๋ว พอดีรู้จักกับคุณสักรี มะ เจ้าของร้านบ้านเทียนขนมตั้งแต่สมัยเขาทำงานก่อสร้าง มีอยู่วันนึงไปหาเขาที่บ้านได้เห็นงานเทียน เอ.. ทำไมมันน่ารักเหลือเกิน ทำไมเหมือนจริง เขาเป็นผู้ชายด้วย เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทำไมมาจับงานนี้ เราเป็นคนรักงานศิลปะเลยขอสมัครเป็นศิษย์ พอเราได้สัมผัสเทียนจริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่าให้แสงสว่าง มันสามารถสื่อถึงวัฒนธรรม การกินอยู่ของคนไทยแต่ออกมาในรูปแบบของเทียน แตกต่างจากงานเทียนทั่วไปที่เน้นดอกไม้ แต่นี่เป็นขนมไทย"
       

    วริศนันท์ ธนาอิทธิคุณากร เจ้าของผลงานเห็นแล้วหิว

      วริศนันท์ อดีตพิธีกร นักแสดง นางแบบ เมื่อยี่สิบปีก่อนในนาม รุ่งนภา ชิดชนก เคยมีผลงานแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง ชาติมังกร ของค่ายกันตนาคู่กับ ฉัตรชัย เปล่งพานิช และงานถ่ายแบบชุดวิวาห์ให้กับห้องเสื้อชื่อดังในสมัยนั้น บอกกับเราว่าหลังร้างราวงการบันเทิงเธอก็หันมาสนใจงานฝีมืออย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นฝึกฝนการทำดอกไม้ประดิษฐ์ก่อน จากนั้นก็ฝึกหัดการปั้นดินเป็นอาหาร และ การประดิษฐ์อาหารจิ๋วจัดแต่งเป็นร้านค้า รถเข็นจำหน่ายอาหารต่างๆ
               " เริ่มแรกคุณสักรี ให้เริ่มต้นในการนำแก้วมาเทก่อนเพราะว่ามือเขายังไม่แม่น แล้วเขาประยุกต์ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ตอนนี้คุณสักรี มะกลับไปดูแลกิจการที่บ้านทางภาคใต้ ก็ต้องขอขอบคุณคุณสักรี มะ ที่ให้ตัวดิฉันเป็นผู้สืบทอดงานนี้ "
*กว่าจะมาเป็นเทียนขนม
 วัสดุหลักในการทำเขียนขนมประกอบไปด้วย พาราฟิน ,โพลีเอสเตอร์ เอทิลีน หรือ พีอี, บีแวกซ์ , น้ำมันหอมระเหย, สีผสมเทียน, ไส้เทียน ฐานรองไส้เทียน
          " พาราฟินเป็นเทียนที่ผสมแล้วเรานำมาผสมกับพีอี ตัวพีอีเป็นเม็ดพลาสติกที่มีคุณสมบัติในการช่วยไม่ให้มีควัน ปกติเวลาเราจุดเทียนจะมีควันพีอีตัวนี้จะช่วยไม่ให้มีควัน และก็มีแว็กซ์ที่จะช่วยให้ปั้นง่ายขึ้น มีความเหนียวปั้นแล้วไม่แตก พอเราผสมทั้งสามตัวได้ที่แล้วเราจะต้องผสมสีเทียนลงไปซึ่งเป็นสีผสมเทียนไม่ใช่สีผสมอาหาร เริ่มต้นทำใช้วิธีการรินเทียนจากถ้วยกาแฟก่อน ฝึกการผสมสีแล้วค่อยมาฝึกการปั้นทองหยิบ ปั้นเม็ดบัวลอย เม็ดทับทิมกรอบ พัฒนาไปเรื่อยๆ "
            

 ข้าวเหนียว มะม่วง เทียนขนม

             ส่วนความยากง่ายก็แตกต่างกันออกไป ว่าแล้ววริศนันท์ก็สาธิตวิธีการทำทองหยิบให้ชมกัน โดยนำเอาพาราฟินที่ผสมและหลอมละลายแล้วเทลงในถาดอะลูมิเนียม เมื่อพาราฟินเริ่มแข็งตัวพอปั้นได้แล้ว นำแม่พิมพ์ทรงกลมมากดลงแล้วใช้มือจับจีบให้เหมือนทองหยิบแล้วใส่ลงในถ้วยตะไลอย่างชำนาญ เมื่อได้รูปร่างที่ต้องการแล้วใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูตรงกลางก่อนนำเอาไส้เทียนที่ติดฐานแล้วใส่ลงไปนำกลับมาวางในถ้วยตะไล แค่นี้เป็นอันเรียบร้อย
           กว่าจะทำได้เหมือนจริง วริศนันท์บอกว่าต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ
        "ก็เอาขนมจริงมาตั้งตรงหน้าเลย เริ่มต้นเราต้องผสมสีให้ได้ก่อน เช่น เราจะทำขนมถ้วยฟู จะทำอย่างไรให้มันฟู เราต้องคอยสังเกตให้เหมือนจริงมากที่สุด"
      

 ข้าวเหนียวถั่วดำทำจากเทียน

        " คุณสักรี มะ จะเน้นไปทางขนมไทย ตอนนี้เรายังอยากคงเอกลักษณ์ของบ้านเทียนขนมเอาไว้ ตอนนี้มีประมาณ 30 ชนิด ได้แก่  ขนมสำปันนี ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ข้าวหลาม ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น ขนมหม้อแกง ข้าวเหนียวถั่วดำ ทับทิมกรอบ รวมมิตร บัวลอย  ข้าวเหนียวแก้ว  ข้าวเหนียวมะม่วง ลอดช่อง   ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวถั่วดำ ขนมหน้านวลข้างบนเป็นกะทิ มีชุดพวงกาแฟ โอเลี้ยง ส่วนขนมเข่งเป็นของชำร่วยคิดมาใหม่ มีปาท่องโก๋  สื่อถึงความเป็นมาสมัยก่อน ยังไม่มีอาหารคาว "

ผัดไทยกุ้ง เหมือนจริงแม้กระทั่งถั่วงอก

ชวนชิมจากดินปั้น 
         แม้อาหารคาวจากเทียนยังไม่ได้เริ่มทำ แต่งานปั้นดินเป็นอาหารเหมือนจริงขนาดจริงก็เป็นงานฝีมือที่สร้างรายได้ให้วริศนันท์ได้ไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นงานปั้นที่เหมือนจริงจนน่าฉงน ไม่ว่าจะเป็นผัดไทยกุ้ง เย็นตาโฟ ข้าวผัดกะเพรากุ้งปลาหมึกราดหน้าด้วยไข่ดาว แกงเขียวหวาน และ น้ำพริกปลาทู
         "ใช้ดินไทยนี่หละค่ะปั้น แล้วลงสีน้ำมันอีกครั้ง ใช้เวลาฝึกฝน 3 ปี คิดว่าจะทำยังไงให้เหมือนของจริง ลองผิดลองถูกมาเยอะค่ะ" นอกจากปั้นให้เหมือนจริงทั้งขนาดรูปร่างแล้ว ความยากอยู่ตรงที่การผสมสีให้เหมือนจริงอย่างไม่ผิดเพี้ยน
       

  หมูสะเต๊ะ ขนมปัง ทำจากดินปั้น

 " ใช้วิธีปั้นตามของจริง เวลาลงสีก็เอาปลาทูที่ทอดแล้วมาวางลงตรงหน้าเลย  เริ่มแรกเราต้องปั้นอะไหล่ก่อน สมมติ ข้าวหมูแดง เราต้องปั้นไข่ก่อน หมูแดง หมูกรอบ ช่วงยากอยู่ตรงการปั้นอะไหล่ ส่วนการประกอบนั้นเราสามารถประกอบได้โดยใช้เวลาไม่นาน "
          ถามถึงรายได้ เจ้าของผลงานเห็นแล้วหิวกล่าวว่า ค่อนข้างดี เป็นงานที่สามารถทำอยู่บ้านได้ในช่วงวันจันทร์ - ศุกร์ ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์ เปิดร้านขายที่สวนจตุจักร โครงการ 11 ซอย 12/3 ใช้ชื่อร้านว่า เรือนนิมิตร ไปไม่ถูกโทรถามได้ที่ 02-291-9121,084-642-4834
        " เป็นคนชอบงานที่ทำด้วยมือไม่ใช้เครื่องจักร เมื่อมีหลายท่านคิดว่าเป็นของจริงก็ภูมิใจ " เพราะเป็นผลงานที่เกิดจากฝีมือตัวเองโดยแท้  แต่งานนี้คนดูเห็นแล้วหิวค่ะ

เรื่อง : ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

ภาพ : อนันต์ จันทร์สูตร์

 

เทียนขนมทับทิมกรอบ

วัตถุดิบ

1. เทียนเจล   
2. พาราฟิน
3. สีขาว
4. สีชมพู
5.             สีเหลือง
6. น้ำมันหอมระเหย
7. ถ้วยขนม
8. ถาดอลูมิเนียมเล็ก
9. เกรียง หรือ มีดปลายแหลม

วิธีทำ

1. นำพาราฟินใส่หม้อต้ม (ภาชนะมีหูจับ)   ไฟอ่อนสุด รอจนพาราฟินละลาย
2. เมื่อพาราฟินละลาย ตักแบ่งพาราฟินเป็น 3 ถ้วย
3. ทำทับทิมกรอบ   
    ถ้วยที่ 1 ผสมสีชมพูลงไปความอ่อน/เข้มตามต้องการ เมื่อสีเข้ากันดีหยดน้ำมันหอม
    เทในถาดอลูมิเนียมเล็ก ทิ้งให้เริ่มเย็นตัว แล้วตัดให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
4. ทำน้ำกะทิ
    ถ้วยที่ 2 ผสมสีขาวลงไปความอ่อน/เข้มตามต้องการ เมื่อสีเข้ากันดีหยดน้ำมันหอมระเหย
    เทน้ำกะทิใส่ในถ้วยขนม พักไว้ให้เย็น
5. ทำขนุนโรยหน้า   
    ถ้วยที่ 3 ใช้ปริมาณเล็กน้อยผสมสีเหลืองลงไปความอ่อน/เข้มตามต้องการ
    เมื่อสีเข้ากันดีหยดน้ำมันหอมระเหย เทน้ำเทในถาดอลูมิเนียม บางๆ รอจนเริ่มเย็นตัว
    ใช้เกรียงหรือมีดปลายแหลม หั่นซอยให้เหมือนเส้นขนุน
6.   ต้มเทียนเจลใส และเรียงทับทิมกรอบบนกะทิ ตักเจลใสหยอดทับตัวทับทิมเป็นตัวแป้งกรอบ
7.   โรยเส้นเทียนขนุนสีเหลืองทับด้านบน
8.   ตักน้ำกะทิใส่ในถ้วยจนเกือบท่วมตัวทับทิมกรอบ
9.   ตัดเจลใสที่ยังไม่ต้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ทำน้ำแข็ง
10. ใส่น้ำแข็งด้านบน ปักไส้เทียนตรงกลาง

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 5 คน และ ผู้เยี่ยมชม 364 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • tanawatback
  • Nbr13247
  • Nbr14505
  • sss29235
  • nbr11439