ปริซึมสามมิติ

                                                     

 กรวย   สิ่งต่าง ๆ ที่ส่วนประกอบมีลักษณะเป็นกรวย ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
เช่น โคมไฟ หมวก และกระทงใบตองที่ฝามีลักษณะเป็นกรวย นอกจากนี้กรวยยังเป็นชื่อขนมที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว กะทิ และน้ำตาลปีบ บรรจุอยู่ในกรวยใบตอง  

ทรงกลม    ทรงกลมเป็นรูปเรขาคณิตสามมิติอีกชนิดหนึ่งซึ่งนักเรียนอาจพบเห็นได้รอบ ๆ ตัว เช่น   ลูกฟุตบอล  ลูกปิงปองและลูกผลไม้ต่าง ๆ ที่มีผลกลมทรงสามมิติที่มีผิวโค้งเรียบ
 และจุดทุกจุดบนผิวโค้งอยู่ห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่งเป็นระยะทางเท่ากัน   เรียกว่า ทรงกลม            
 

 ประเภทของพริสมาทอยด์ ·         พีระมิด (pyramid) ระนาบข้างหนึ่งของพริสมาทอยด์เป็นจุดจุดเดียว (รูปที่ 1) ·
         ทรงลิ่ม (wedge) ระนาบข้างหนึ่งของพริสมาทอยด์เป็นจุด 2 จุด ·        
ปริซึม (prism) รูปหลายเหลี่ยมบนระนาบทั้งสองสามารถเข้ากันได้ (หรือเหมือนกัน) และเชื่อมต่อด้วยรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากหรือด้านขนาน (รูปที่ 2) ·       
 แอนติปริซึม (antiprism) รูปหลายเหลี่ยมบนระนาบทั้งสองสามารถเข้ากันได้ (หรือเหมือนกัน) และเชื่อมต่อด้วยการสลับฟันปลาเป็นรูปสามเหลี่ยม (รูปที่ 3) ·       
 แอนติปริซึมไขว้ (crossed antiprism) (รูปที่ 4) ·         คิวโพลา (cupola) จำนวนจุดบนรูปหลายเหลี่ยมบนระนาบข้างหนึ่งเป็นสองเท่าของอีกด้านหนึ่ง และเชื่อมต่อด้วยรูปสี่เหลี่ยมสลับกับรูปสามเหลี่ยม (รูปที่ 5) ·      
  ฟรัสตัม (frustum) ได้มาจากการตัดมุมยอดของพีระมิดให้ขนานกับฐาน (รูปที่ 6)   ปริซึม จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา ปริซึมหกเหลี่ยมปรกติ ปริซึม (อังกฤษ: prism) คือทรงหลายหน้าที่สร้างจากฐานรูปหลายเหลี่ยมที่เหมือนกันและขนานกันสองหน้า และหน้าด้านข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน พื้นที่หน้าตัดทุกตำแหน่งที่ขนานกับฐานจะเป็นรูปเดิมตลอด และปริซึมก็เป็นพริสมาทอยด์ (prismatoid) ชนิดหนึ่งด้วย ปริซึมมุมฉาก (right prism) หมายความว่าเป็นปริซึมที่มีจุดมุมของรูปหลายเหลี่ยมบนฐานทั้งสองอยู่ตรงกันตามแนวดิ่ง ทำให้หน้าด้านข้างตั้งฉากกับฐานพอดีและเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากทุกด้าน ส่วน ปริซึม n เหลี่ยมปรกติ (n-prism) หมายถึงปริซึมที่มีรูปหลายเหลี่ยมบนฐาน เป็นรูปหลายเหลี่ยมปรกติ (ทุกด้านยาวเท่ากัน) และเมื่อปริซึมอันหนึ่งๆ สามารถเป็นได้ทั้งปริซึมมุมฉาก ปริซึม n เหลี่ยมปรกติ และขอบทุกด้านยาวเท่ากันหมด จะถือว่าปริซึมอันนั้นเป็นทรงหลายหน้ากึ่งปรกติ (semiregular polyhedron) ทรงสี่เหลี่ยมด้านขนานก็ถือเป็นปริซึมสี่เหลี่ยมด้านขนาน สำหรับปริซึมสี่เหลี่ยมมุมฉากก็เทียบเท่ากับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็คือทรงลูกบาศก์นั่นเอง ปริมาตรของปริซึมสามารถคำนวณได้ง่ายๆ โดยการหาพื้นที่ผิวของฐานมาหนึ่งด้าน คูณด้วยความสูงของปริซึม  ปริซึมจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหาปริซึมหกเหลี่ยมปรกติปริซึม (อังกฤษ: prism)
คือทรงหลายหน้าที่สร้างจากฐานรูปหลายเหลี่ยมที่เหมือนกันและขนานกันสองหน้า และหน้าด้านข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน พื้นที่หน้าตัดทุกตำแหน่งที่ขนานกับฐานจะเป็นรูปเดิมตลอด และปริซึมก็เป็นพริสมาทอยด์ (prismatoid)
ชนิดหนึ่งด้วยปริซึมมุมฉาก (right prism) หมายความว่าเป็นปริซึมที่มีจุดมุมของรูปหลายเหลี่ยมบนฐานทั้งสองอยู่ตรงกันตามแนวดิ่ง ทำให้หน้าด้านข้างตั้งฉากกับฐานพอดีและเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากทุกด้าน ส่วน ปริซึม n
 เหลี่ยมปรกติ (n-prism) หมายถึงปริซึมที่มีรูปหลายเหลี่ยมบนฐาน เป็นรูปหลายเหลี่ยมปรกติ (ทุกด้านยาวเท่ากัน) และเมื่อปริซึมอันหนึ่งๆ สามารถเป็นได้ทั้งปริซึมมุมฉาก ปริซึม n เหลี่ยมปรกติ และขอบทุกด้านยาวเท่ากันหมด จะถือว่าปริซึมอันนั้นเป็นทรงหลายหน้ากึ่งปรกติ (semiregular polyhedron)ทรงสี่เหลี่ยมด้านขนานก็ถือเป็นปริซึมสี่เหลี่ยมด้านขนาน สำหรับปริซึมสี่เหลี่ยมมุมฉากก็เทียบเท่ากับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็คือทรงลูกบาศก์นั่นเองปริมาตรของปริซึมสามารถคำนวณได้ง่ายๆ โดยการหาพื้นที่ผิวของฐานมาหนึ่งด้าน คูณด้วยความสูงของปริซึม ปริซึม จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา ปริซึมหกเหลี่ยมปรกติ ปริซึม (อังกฤษ: prism) คือทรงหลายหน้าที่สร้างจากฐานรูปหลายเหลี่ยมที่เหมือนกันและขนานกันสอ
งหน้า และหน้าด้านข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน พื้นที่หน้าตัดทุกตำแหน่งที่ขนานกับฐานจะเป็นรูปเดิมตลอด และปริซึมก็เป็นพริสมาทอยด์ (prismatoid) ชนิดหนึ่งด้วย ปริซึมมุมฉาก (right prism) หมายความว่าเป็นปริซึมที่มีจุดมุมของ
รูปหลายเหลี่ยมบนฐานทั้งสองอยู่ตรงกันตามแนวดิ่ง ทำให้หน้าด้านข้างตั้งฉากกับฐานพอดีและเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากทุกด้าน ส่วน ปริซึม n เหลี่ยมปรกติ (n-prism) หมายถึงปริซึมที่มีรูปหลายเหลี่ยมบนฐาน เป็นรูปหลายเหลี่ยมปรกติ (ทุกด้านยาวเท่ากัน) และเมื่อปริซึมอัน
หนึ่งๆ สามารถเป็นได้ทั้งปริซึมมุมฉาก ปริซึม n เหลี่ยมปรกติ และขอบทุกด้านยาวเท่ากันหมด จะถือว่าปริซึมอันนั้นเป็นทรงหลายหน้ากึ่งปรกติ (semiregular polyhedron)
ทรงสี่เหลี่ยมด้านขนานก็ถือเป็นปริซึมสี่เหลี่ยมด้านขนาน สำหรับปริซึมสี่เหลี่ยมมุมฉากก็เทียบเท่ากับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
และปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็คือทรงลูกบาศก์นั่นเอง ปริมาตรของปริซึมสามารถคำนวณได้ง่ายๆ โดยการหาพื้นที่ผิวของฐานมาหนึ่งด้าน คูณด้วยความยาวของปริซึม 


ประวัติกล้องส่องทางไกลแบบปริซึมนาย Ernst Abbe นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมบุกเบิกบริษัท Carl Zeiss และได้กลายมาเป็นผู้บริหารคนที่ 2 ต่อจากนาย Carl Zeiss ได้ประดิษฐ์กล้องส่องทาง
ไกลสองตาโดยใช้ปริซึมเป็นตัวแรกของโลกในปี ค.ศ. 1894 โดยการออกแบบกล้องสองตาวิธีนี้ได้ถูกลอกแบบไปใช้ในการผลิตกล้องส่องทางไกลทั่วโลก ซึ่งการใช้ปริซึมเพื่อแก้ภาพกลับหัวในกล้องตาเดี
ยวนั้นได้มีมาก่อนหน้าแล้ว แต่ Abbe เป็นคนแรกที่นำหลักการใช้ปริซึมมาพัฒนาให้กลายเป็นกล้องสองตาและประดิษฐ์ออกมาเป็นผลสำเร็จ
คนแรกของโลก Abbe ได้นำปริซึมชนิด Porro (คิดค้นโดย Ignazio Porro) มาอ
อกแบบและประดิษฐ์ใหม่กลายเป็น ปริซึมชนิด Porro-Abbe โดยการเปลี่ยนจากการใช้ปริซึม Porro 2 ชิ้นมาต่อกัน กลายเป็นปริซึมแก้วชิ้นเดียวเพื่อลดความสูญเสียทาง
แสง และได้จดสิทธิบัตรปริซึมดังกล่าว โดยปริซึม Perro-Abbe ได้สร้างชื่อเสียงเป็นอั
นมากให้กับกล้องส่องทางไกล Zeiss ในยุคปี 1890จากความนิยมในคุณภาพกล้องส่องทางไกล Zeiss ทำให้ในปี ค.ศ. 1894 Zeiss ได้สร้างสายการผลิตกล้องส่องทางไกลสองตาโดยใช้ปริซึมออกจำ
หน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยในปี ค.ศ. 1900 ได้มีการบันทึกว่
ามีการจ้างคนงานมากถึง 1,000 คนสำหรับสายการผลิตกล้องส่องทางไกล เมื่อสิทธิบัตรปริซึม Porro-Abbe หมดลงในปี ค.ศ.1908 ผู้ผลิตกล้องส่องทางไกลเกือบทุกรายก็ได้นำรูปแบบปริซึมนี้ไปใช้ในกล้องส่องทางไกลตนและเ
ครื่องหมายการค้า ‘Carl Zeiss Jena’ ก็ได้ถูกใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1904 เรื่อยมาจนกระทั้งในปี 1991 ที่มีการรวมชาติเยอรมันเข้าด้วยกัน ทาง Zeiss จึงได้เปลี่ยนตราสินค้าเป็น Zeiss ดังเช่นใน
ปัจจุบัน ในราวปี ค.ศ.1905 บริษัท Zeiss ได้เริ่มสร้างกล้องส่องทางไกลนำ Roof Prism มาใช้งาน โดย Roof Prism นั้นถูกคิดค้นขึ้นโดยบริษัท Hensoldt ในเมือง Wetzlar และได้กลายเป็นบริษัทลูกของ Zeiss ในเ
วลาต่อมา กล้องสองตาในภาพ(ด้านซ้ายมือ)เป็นกล้องสองตาขนาด x3 ที่ผลิตจากโรงงาน Zeiss ภายใต้ตราสินค้า Teleplast โดยกล้องรุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในกล้อง Zeiss ที่หายากที่สุดเนื่องจากผลิตเป็นจำนวนน้อยมากในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น นอกจากนั้นกล้องรุ่นนี้ยั
งถือได้ว่าเป็นการออกแบบกล้องสองตาที่สามารถพับให้เล็กเพื่อใส่กระเป๋าได้อย่างสะดวก Carl Zeiss ถือได้ว่าเป็นบริษัทที่ออกแบบกล้องส่องทางไกล  

  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์