สูตรการทำช็อกโกแลต

 
สูตรทำช็อกโกแลต
 
 
แหล่งที่มาของภาพ http://j.static.fsanook.com/category/2011/01/27/9/b/7767859_1.jpg 
 
 
วันวาเลนไทน์ นอก จากที่ดอกกุหลาบแดงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายซื้อดอกกุหลาบให้ผู้หญิง ขณะเดียวกันผู้หญิงก็เป็นฝ่ายให้ของขวัญกับชายหนุ่มคนรักด้วย และสิ่งที่นิยมให้มากที่สุดก็คือ " ช็อคโกแลต " นั่นเอง การมอบช็อกโกแลตให้กันในวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์ คนต่างประเทศถือว่าเป็นการมอบสิ่งที่แทนความรู้สึกที่ดีของผู้ให้ทั้งหมดแด่ ผู้รับ และถ้าเป็นช็อกโกแลตที่ทำขึ้นพิเศษและมอบให้กันในวันวาเลนไทน์ จะเป็นการบอกถึงความชัดเจนว่ารักและมีความปรารถนาที่ดีต่อกัน และเขายังถือว่าการให้ช็อกโกแลตยังเป็นการแสดงความรักที่นอกเหนือจากการให้ ดอกกุหลาบ  ทั้งนี้คุณสมบัติพิเศษของช็อกโกแลต คือเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยให้คลายความซึมเศร้าไปได้ เพราะช็อกโกแลตมีสารตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น เมื่อรับประทานเข้าไปจะรู้สึกหายเหนื่อยคลายเครียด และแอคทีฟขึ้นมาทันที เขาว่ากันอย่างนั้น และเมื่อผู้ใหญ่ที่มอบช็อกโกแลตให้กับเด็ก ถือว่าเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเด็กจะพอใจมากเมื่อได้รับช็อกโกแลตเป็นของขวัญ และทั้งหมดเป็นเสน่ห์ของช็อกโกแลตที่ทำให้ช็อกโกแลตได้รับความนิยมจากทั่ว โลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เป็นของขวัญที่จะมอบกันในวันวาเลนไทน์อยู่ล่ะก็ เราแนะนำว่าให้ลงมือทำเองจะดีกว่า เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจทั้งผู้ให้และผู้รับ แล้วของขวัญที่เราตั้งใจมอบให้คนรักก็จะมีค่ามากขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยถนัดหรือเกรงว่าถ้าทำแล้วอาจจะไม่ได้ดั่งใจ เราจะบอกเทคนิค เป็นเคล็ดที่ไม่ลับเกี่ยวกับการทำช็อกโกแลตเพื่อให้ได้ไปลองทำกัน

วิธีทำช็อกโกแลตแบบง่ายๆ 1

ไม่ใช่เรื่องยาก หากใครอยากจะบรรจงปั้นแต่งช็อคโกแลตให้คนพิเศษกับมือ เพียงแค่ไปหาซื้อช๊อกโกแลตสำเร็จรูป (ที่เป็นเมล็ดแห้งหรือแท่ง)ตามซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป เมื่อได้มาแล้วให้นำช็อกโกแลตสำเร็จรูปมาทำละลายด้วยวิธีง่ายๆ คือ

- เตรียมน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นำช็อกโกแลตใส่ในชามแก้ว แล้วลงแช่ในน้ำร้อนจนละลาย
- ยกขึ้น ให้อุณหภูมิต่ำลงที่ 28 องศาเซลเซียส
- จากนั้นเทใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทิ้งไว้ให้เย็น
- ประมาณ 3 นาทีจึงค่อยแกะช็อกโกแลตออกจากแม่พิมพ์ ก็จะได้ช็อกโกแลตในรูปร่างที่ต้องการ (หากทิ้งไว้เกิน5นาทีรูปร่างช็อกโกแลตจะไม่สวย)

เคล็ดลับความอร่อยของช็อกโกแลต
ต้องเป็น "แบล็คช็อกโกแลต" หรือช็อกโกแลตดำเท่านั้นที่ใช้ในการทำช็อกโกแลต จึงจะเป็นช็อกโกแลตที่หอมและให้รสชาติความอร่อยได้ดีที่สุด และยังเป็นสูตรดั้งเดิมของชาวยุโรปด้วย(ที่สำคัญต้องไม่ใช่ช็อกโกแลตที่ทำ จากนมหรือไวท์ช็อกโกแลต)

การเก็บรักษา
ควรเก็บช็อกโกแลตไว้ในที่ที่มี อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไม่ควรเก็บช็อกโกแลตไว้ในตู้เย็นเพราะในตู้เย็นจะมีไอน้ำมาเกาะช็อกโกแลต ทำให้ช็อกโกแลตแฉะ เปลี่ยนสีและไม่น่ารับประทาน
 
 
 
แหล่งที่มาของภาพ http://guru.sanook.com/picfront/pedia/resize_4424506022008043414.jpg 
 
 
 
วิธีทำช็อกโกแลตแบบง่ายๆ 2
มาเริ่มต้นด้วยการเตรียม
1.ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
2.นมผง 1 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนชา
4.ไขมันปาล์ม 20 กรัม
5. ส่วนผสมสุดท้ายคือน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะใส่ 1 ช้อนชาหรือ 2 ช้อนชาก็ได้ แต่ทางที่ดีทำทั้ง 2 สูตรเปรียบเทียบกันเลยดีกว่า

เมื่อได้ส่วนผสมทั้งอย่างพร้อมแล้ว นำไขมันปาล์มไปละลายในน้ำมันปาล์มโดยใส่ภาชนะกันร้อนแล้ววางในน้ำร้อนไม่ เกิน 60 องศาเซลเซียสประมาณ 3-5 นาที ระหว่างนั้นผสมผงโกโก้ นมผงและน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกัน โดยหลังจากยกไขมันและน้ำมันปาล์มออกจากน้ำร้อนให้รีบเทส่วนผสมทั้งหมดลง ภาชนะเดียวกัน และคนให้เป็นเนื้อเดียวกันทันที ซึ่งจะได้ช็อกโกแลตเหลวๆ แล้วเทใส่ภาชนะหรือพิมพ์ที่ต้องการ ก่อนให้นำไปแช่เย็น 3-5 นาที ก็จะได้ช็อกโกแลตแท่งพร้อมรับประทาน 
 
 
แหล่งที่มาของภาพ http://guru.sanook.com/picfront/pedia/resize_4424406022008043414.jpg
 
 
วิธีทำ ช็อกโกแลตเชอรี่ ชีสเค้ก
ตัวแป้ง
- เกรแฮม แครกเกอร์ บดหยาบๆ (เผอิญว่าอาณาจักรไทยไม่มีขนมปังยี่ห้อนี้ จึงอนุโลมให้ใช้ยี่ห้อจาคอบกะจูลี่แทน) 1 1/4 ถ้วย
- น้ำตาลทรายขาวๆนะจ๊ะ 1/4 ถ้วย
- โกโก้ 1/4 ถ้วย
- เนย ไม่ก็มาการีน ละลายให้เหลวด้วยนา 1/2 ถ้วย

ไส้ขนม
- ครีมชีส ทำให้อ่อนตัวลงหน่อย แต่ไม่ใช่เหลวเป็นน้ำนา 2 ก้อน
- ซาวครีม อันนี้ซื้อได้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ณ แผนกDairy Milk (ที่เป็นตู้ๆ แล้วมีเนยนั่นล่ะค่ะ) 1 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย
- โกโก้ 1/2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- กลิ่นอัลมอนด์ อันนี้ไม่จำเป็น ไม่ต้องใส่ได้ค่ะ 2 ช้อนชา
- วิปครีม (ตามใจชอบค่ะ)
- เชอรี่พาย ฟิลลิ่ง แช่เย็นๆ จะอร่อยมาก อ้อ มีขายที่ซุปเปอร์เหมือนกัน 1 กระป๋อง

วิธีทำ
เริ่มจากที่ตัวแป้ง แครกเกอร์หยาบ โกโก้ น้ำตาล เนยที่ละลายแล้วผสมกันในชามอ่างให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำมาใส่ไว้ในถาดอบพาย ขนาด 9 นิ้ว (10 นิ้วก้อได้ อ่ะ หยวนๆๆ) ต่อมาก็คือไส้ ตีครีมชีส ซาวครีม และน้ำตาลให้ดูเนียนขึ้นและเป็นเนื้อเดียวกัน เติมโกโก้ ไข่ น้ำกลิ่นอัลมอนด์ (ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ ) ตีจนเข้ากันดี ให้มันเข้ากันจริงๆ นะ ไม่ใช่ไข่ยังเป็นลิ่มๆ น้ำตาลยังเป็นก้อน....นะจ๊ะ เทส่วนผสมไส้ลงไปในตัวแป้ง (แครกเกอร์นั่นล่ะ) อบในอุณหภูมิที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 175 องศาเซลเซียส เวลา 45-50 นาที จนกระทั่ง เนื้อขนมตรงกลางอยู่ตัว พอสุกเอาออกมาพักไว้ 30 นาที ก่อนที่จะเสิร์ฟนะ แช่ให้เย็นๆ แล้วราดด้วยเชอรี่ฟิลลิ่งที่แช่เย็น+วิปครีมปุยๆ น่าเอาไว้กินแก้ร้อน

 
 
 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 36 คน กำลังออนไลน์