รอบรู้เรื่อง Chocolate

รอบรู้เรื่อง Chocolate

มีเรื่องเล่ากันว่า "นักรักชื่อกระฉ่อนโลกอย่างจิอาโคโม คาสซาโนวา (1725-1795) กินช็อกโกแลตก่อนขึ้นเตียงกับผู้หญิงที่หลงเสน่ห์"
และ "ผู้หญิงร้อยละ 50 สารภาพว่ากินช็อกโกแลตก่อนเมคเลิฟ"
และยังมีเรื่องของ “นายมองเตชูมา (นักรบผู้พิชิตแห่งเสปน) มักจะดื่มช็อกโกแลตเป็นประจำเสมอ ก่อนไปหาเหล่าภรรยา (หลายๆ คน) ของเขา” ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ช่วยกระตุ้นอารมณ์รัก

จากเรื่องเล่าเหล่านี้คงจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า

“ช็อกโกแลตทำให้อยากมีเซ็กส์มากขึ้น” เพราะในช็อกโกแลตมีสารกระตุ้นที่มีผลต่อหัวใจและระบบประสาทเมื่อรับประทานช็อกโกแลต หัวใจจะเต้นแรงขึ้น รู้สึก hyper บางทีรู้สึกคึกคัก อยากกระโดดโลดเต้นอาจจะมึนนิดๆ นี่แหละเป็นตัวที่จะไปกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาที่ค้างคาอยู่ให้โหมขึ้น อีกทั้งเคยมีคนพูดว่า “อารมณ์ตอนทานช็อกโกแลตนั้น เหมือนอารมณ์ตอนตกหลุมรัก” เพราะร่างกายเราจะหลั่งสารชนิดเดียวกันออกมา มีข้อต่างกันก็ตรงที่เราหาซื้อความรักไม่ได้ แต่เราสามารถหาซื้อช็อกโกแลตได้ถ้ามีร้านค้าอยู่ใกล้ๆ
ไม่นานมานี้ มีงานวิจัยที่ศึกษากับเพศชายจำนวน 8000 คนที่สำเร็จการศึกษาจากฮาร์วาร์ดพบว่า "คนที่รับประทานช็อกโกแลตเป็นประจำมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่เคยรับประทานช็อกโกแลต" สาเหตุที่กินช็อกโกแลตแล้วอายุยืนอาจเกี่ยวข้องกับ สารโพลีฟีนอลที่มีอยู่จำนวนมากในช็อกโกแลต เนื่องจากโพลีฟีนอลเป็นสารที่ช่วยลดอนุมูลอิสระของไลโปโปรตีนความแน่นต่ำ และช่วยป้องกันโรคหัวใจ เมื่อหลายปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองเปรียบเทียบระหว่าง "กลุ่มที่รับประทานช็อกโกแลตแท้" กับ "กลุ่มที่ทานช็อกโกแลตเทียม" เพื่อทดสอบความจำพบว่ากลุ่มที่กินช็อกโกแลตสามารถจดจำคำพูดและภาพได้ดีกว่าและยังเคลื่อนไหวตอบสนองได้คล่องแคล่วกว่า ปัจจุบันนักวิจัยกำลังทดลองซ้ำเพื่อเปรียบเทียบผลอยู่
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารที่คล้ายกับที่ได้จากฝิ่นที่ผลิตขึ้นเองในร่างกายเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดได้ บางครั้งก็เชื่อกันว่า “เอ็นดอร์ฟิน” มีส่วนช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและสงสัยกันว่าเป็นตัวที่ทำให้คนบางคนถึงขนาดติดช็อกโกแลตกันงอมแงมเลยทีเดียว

การทดลองเหล่านั้นสอดคล้องกับชีวิตของคนที่มีอายุเกินร้อยปีหลายคน ยกตัวอย่าง

ฌอง คลามงต์ (1875-1997) และ ซาร่าห์ เคลาส์ (1880-1999) ทั้งสองคลั่งไคล้ช็อกโกแลตมาก คลามงต์ มีนิสัยติดกินช็อกโกแลตอาทิตย์ละ 2 ปอนด์ จนกระทั่งแพทย์ต้องแนะนำให้เธอเลิกกินเมื่ออายุได้ 119 ปี และสามปีก่อนที่เธอจะลาโลกไปด้วยอายุ 122 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนมักแนะนำให้กินช็อกโกแลตดำแทนขนมหวานมีแคลอรีสูงและนิยมกันมากในอเมริกา

ส่วนในอังกฤษ ช็อกโกแลตแท่งสอดใส่คานาบิส นิยมใช้กับผู้ป่วยโรค Multiple Sclerosis (MS) หรือโรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบ... เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดกับระบบประสาทส่วนกลางแบบฉับพลัน โรคดังกล่าวมีพัฒนาการอย่างช้าๆ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางสายตา การพูด เมื่อรักษาเฉพาะอาการแล้วอาจเกิดขึ้นอีกได้ และร้ายแรงถึงขั้นอัมพาต ตาบอด และเสียชีวิต

ในช็อกโกแลตมีส่วนประกอบมากกว่า 300 ชนิดที่ต่างกัน เช่น อนันดาไมด์ และเอ็นโดจีนัส คานาบินอยด์ที่พบได้ในระบบประสาท คนที่ไม่เชื่อแย้งว่า...หากกินช็อกโกแลตให้ออกฤทธิ์ต่อประสาทได้จริงคงต้องกินกันทีละหลายปอนด์มากถึงเห็นผล และกินมากๆ ยังเสี่ยงเป็นนิ่วด้วย ถึงกระนั้นมีข้อมูลน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งคือสารสองชนิดของอนันดาไมด์พบอยู่ในช็อกโกแลต ซึ่งเชื่อกันว่ามีผลช่วยยืดความรู้สึกสุขสบายให้ยาวนาน กาเฟอีน มีไม่มากนัก เพราะถ้าเทียบกันแล้วการทานช็อกโกแลตนมยังได้รับกาเฟอีนน้อยกว่าการดื่มกาแฟชนิดกาเฟอีนต่ำเสียด้วยซ้ำ สารทริพโทฟานซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญ ทำหน้าที่ควบคุมเซโรโทนิน สารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์ เมื่อร่างกายขับเซโรโทนินออกมาช่วยให้ผ่อนคลายความวิตกกังวลได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 27 คน กำลังออนไลน์