ร้านช็อกโกแลตชื่อดังของเบลเยียม

 
ร้านช็อกโกแลตชื่อดังของเบลเยียม

 1.ร้าน The Chocolate Line

 

 

แหล่งที่มาของภาพ  http://2th.me/data/attachment/forum/201105/16/092321m6cdmxwz6d6z666a.jpg

แหล่งที่มาของภาพ http://2th.me/data/attachment/forum/201105/16/092324a5heeekd5wwesdbc.jpg

แหล่งที่มาของภาพ http://2th.me/data/attachment/forum/201105/16/0923265nzu6njwwmkurmuj.jpg

ร้านนี้ตกแต่งแบบโบราณ สไตล์ร้านขนมสมัยคุณร้านยายยังสาว เพียงได้เห็นของที่นำมาจัดโชว์ที่หน้าต่าง กระจกของทางร้าน ใครๆ ก็ต้องน้ำลายสอแล้ว และเมื่อเข้ามาในร้าน กลิ่นหอมตลบ อบอวลของเมล็ดโกโก้และช็อกโกแลตรูปแบบต่างๆ ที่เห็นเรียงราย อยู่ในร้านก็ยิ่งยั่วใจแบบสุดๆเมื่อมองทะลุกระจกบานใหญ่เข้าไปที่หลังร้าน ก็จะเห็น Dominique Per-soone เชพปรุงช็อกโกแลตชั้นบรมครู วัย 36 ปี กำลังยืนทำช็อกโกแลตอยู่อย่างขะมักเขม้น เขาบอกว่า“ผมอยากให้ลูกค้าของเราได้เห็นว่าเราทำ ช็อกโกแลตกันแบบสดๆ กับมือ” Dominique เริ่มงานโดยการเป็นพ่อครัวฝึกหัดในภัตตาคารระดับ 3 ดาว ในกรุงปารีส ต่อมาในปี พ.ศ.2532 เขากับภรรยา ชื่อ Fabienne จึงได้มาเปิด
ร้าน The Chocolate Line ขณะนี้ร้านของเขามีพนักงานถึง 11 คน“วัตถุดิบที่มีคุณภาพคือปัจจัยสำคัญในการปรุงช็อกโกแลตชั้นยอด ผมชอบใช้ช็อกโกแลตสดใหม่ที่มาจากแหล่งปลูกจริงๆ แต่ละปีจะมีการเก็บเกี่ยวเมล็ดโกโก้กัน 2 ครั้ง และของที่ดีที่สุด จะมาจากประเทศไอวอรี่โคสต์,กานา และปาปัวนิวกินี”ผลงานสร้างสรรค์แปลกๆของเขายังมี Tonka ที่ทำจาก white ganache (ช็อกโกแลตขาวผสมครีมข้น)
กะทิ วานิลลาเบอร์เบิ้น และเมล็ดโกโก้พันธุ์ตองกาจากประเทศเวเนซุเอลา หรือ Havana ที่ทำจากmarzipan (อัลมอนด์บดผสมน้ำตาล) และเหล้าลิเคียวร์จากใบยา สูบพันธุ์คิวบา หมักในเหล้ารัมและคอนยัคอย่างละครึ่ง ความพิเศษของช็อกโกแลตฝีมือ Dominiqueก็คือรส ชาติที่ผสมผสานกันหลากหลาย กับไส้ในสุดเซอร์ไพรส์ที่ใครๆ ก็นึกไม่ถึง

 2.ร้าน Choco-Story/The Chocolate Museum

แหล่งที่มาของภาพ http://2th.me/data/attachment/forum/201105/16/0923509pbdwpmzoopi70de.jpg

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต (The Chocolate Museum)ตั้งอยู่ในอาคาร Huis de Crone ซึ่งเป็นบ้านจากยุคกลางที่ใหญ่ที่สุดหลังหนึ่งในเมืองบรูกส์ พื้นที่ทั้ง 4 ชั้นในอาคารนำเสนอเรื่องราวของช็อกโกแลต ตั้งแต่เมื่อ2,600 ปีก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น เรื่องการค้นพบเมล็ดโกโก้ของชาวเผ่ามายา ผู้นำโกโก้มาทำเป็นเครื่องดื่มรวมทั้งใช้เป็นเงินตราด้วยและขบวนการผลิตช็อกโกแลตตั้งแต่ขั้นแรกเมื่อยังเป็นเมล็ดโกโก้ เป็นต้น“เมืองบรูกส์มีร้านช็อกโกแลต ไม่ต่ำกว่า 40 ร้านจึงเหมาะจะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต”edric van Belle ลูกชายของ Eddy van Belleผู้ก่อตั้งกิจการพร้อมกับเพื่อนชื่อ Jacky Vergoteเล่าให้ฟัง“Jacky สะสมกล่องและแม่พิมพ์แบบช็อกโกแลตไว้จำนวนหนึ่ง ส่วนพ่อของผมก็จะสะสมของมาตั้งแต่ยุคก่อนโคลอมเบียน พวกเขาจึงเริ่มต้นตั้งแต่จุดนั้นความตั้งใจของพวกเราก็คือ ต้องการให้พิพิธภัณฑ์ของเราเป็นแหล่งความรู้ และต้องการให้แฟนพันธุ์แท้ของช็อกโกแลต เบลเยียม รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเวลาที่พวกเขามาที่นี่”เวลา 10.30นาฬิกา เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งมาถึงที่ห้องชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ เพื่อชมการสาธิตวิธีทำช็อกโกแลตJacky Vergote ให้เกียรติมาสาธิตให้เด็กๆ ได้ชม หนวดโง้งและหมวกสีขาวทรงสูงของเขาดูสมกับเป็นเชพปรุงช็อกโกแลตชั้นบรมครู“ผมจะเริ่มโดยการเติมช็อกโกแลตลงในแม่พิมพ์ก่อน”
เขาพูดพร้อมกับนำแม่พิมพ์ไปรองที่ก๊อก ก่อนที่จะปล่อยช็อกโกแลตเหลวออกมา จากนั้นเพียงไม่กี่นาที เด็กๆ ก็ส่งเสียงฮือฮาเมื่อเห็นเขาเติมถั่วเฮเซิลลงไปในแม่พิมพ์ ที่โรงงานช็อกโกแลตในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ดาราตัวจริงก็คือ Jacky Vergote นี่เอง

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 49 คน กำลังออนไลน์