แค กะ คิด ตอนตามล่าพลังงานต้อง Choose to Change

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ช่วงชั้นที่3
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบัน ประเด็นด้านพลังงานเป็นที่จับตาของทุกประเทศทั่วโลก ในสถานการณ์ที่ความต้องการใช้พลังงานหรืออุปสงค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แหล่งผลิตพลังงานหรืออุปทานยังไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างพอเพียง สืบเนื่องการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศ emerging economies อย่างยิ่งจีนและอินเดีย ในช่วงครึ่งหลังทศวรรษที่ 1990s ที่ผ่านมา จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่า ในปี 2030 GDP ของโลกจะสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน (ปี 2006) เกือบ 120% ประชากรของโลกจะเพิ่มเป็นกว่า 8,200 ล้านคน ทำให้ความต้องการพลังงานของโลกจะสูงขึ้นกว่าปัจจุบันเกือบเท่าตัว โดยที่ความต้องการพลังงานมากกว่าครึ่งจะมาจากประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย อีกทั้ง สถานการณ์ด้านพลังงานยังขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคผู้ผลิตพลังงานอย่างมากอีกด้วย ดังนั้น การแข่งขันเพื่อแสวงหาพลังงานของประเทศต่าง ๆ ในโลกจึงยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

ในภาวะที่ความพลังงานการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น โดยที่อุปทาน ราคาและพัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านพลังงานยังคงเป็นไปตามแนวโน้มเดิมอย่างที่เคยเป็นมาและไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานแบบก้าวกระโดด รายงาน WETO ของคณะกรรมาธิการยุโรปได้คาดการณ์ไว้ว่า ในระหว่างปีค.ศ. 2000 ถึงปี 2030 โดยรวมแล้ว ทั่วโลกจะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นปีละ 1.8% ความต้องการดังกล่าวคำนวณมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (ซึ่งเพิ่มขึ้นปีละ 3.1%) และจำนวนประชากร (ที่เพิ่มขึ้นปีละ 1%) โดยมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความต้องการพลังงานตามประเภทของเชื้อเพลิง

เชื้อเพลิงที่ยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุดยังคงเป็นเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล ในปีค.ศ. 2030 คาดว่า
ความต้องการเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลจะคิดเป็น 90 % ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด โดยที่น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลัก (34%) ตามด้วยถ่านหิน (28%) และ ก๊าซธรรมชาติ (25%)ในส่วนของพลังงานนิวเคลียร์ แม้จะมีการใช้เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของเชื้อเพลิงทั้งหมดกลับมีแนวโน้มลดลง โดยจะลดจาก 7% ในปี 2000 เหลือ 5% ในปี 2030ส่วนเชื้อเพลิงจากไม้และสิ่งเหลือใช้นั้น แม้จะมีการใช้ลดลง โดยคิดเป็นสัดส่วนของพลังงานทั้งหมดลดลงจาก 9% ในปัจจุบัน เหลือ 5% ในปีค.ศ. 2030 แต่ก็ยังคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าพลังงานทดแทนถึงแม้ทั่วโลกจะมีความตื่นตัว ในการใช้พลังงานทดแทนขึ้นอย่างมาก จนถึงปี 2030 การใช้พลังงานทดแทนก็ยังคิดเป็นแค่เพียง 1% ของพลังงานที่ใช้ทั้งโลก โดยที่มี สหภาพยุโรปเป็นผู้นำเทคโนโลยีในด้านนี้

ที่มา: http://www.oknation.net/blog/PoliticalScienceNu51/2010/09/12/entry-1

 

ที่มา:http://sameaf.mfa.go.th/upload/iblock/1a6/Oman-Oil-Production.jpg

 

  

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 144 คน กำลังออนไลน์