สตอเบอรี่

รูปภาพของ tws3052

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสตรอเบอรี่

 

    สตรอเบอรี่ จัดเป็นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีการปลูกกระจายกันมากที่สุดในโลก สามารถพบได้แทบทุกประเทศตั้งแต่ แถบขั้วโลกลงมาถึงพื้นที่ในเขตร้อน ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งสภาพภูมิอากาศและชนิดดินที่ใช้ปลูก บางพันธุ์จะพบว่าสามารถปลูก ในทางเหนือของโลก เช่น รัฐ Alaska ได้ดีเท่ากับปลูกในทางใต้ลงมาเช่นแถบEquatorสตรอเบอรี่ เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปมาหลายร้อยปีมาแล้ว ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้พบว่าผลผลิต ที่ใช้สำหรับบริโภคเป็นผลสด และใช้ในเชิงอุตสาหกรรมแปรรูปได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างรวดเร็วตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ เป็นสาเหตุมาจากการผสมพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตยาวนานขึ้น การนำระบบปลูกแบบดูแลอย่างใกล้ชิดมาใช้ ตลอดจนการเลือกพื้นที่ปลูก ที่มีความเหมาะสมมากกว่าแต่ก่อน ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการทดลองวิจัยที่จะหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้การปลูก สตรอเบอรี่นั้นง่ายขึ้น โดยเน้นการให้ผลผลิตสูงและสามารถทำรายได้ตอบแทนเป็นที่พอใจแก่เกษตรกรผู้ปลูกในประเทศไทยแม้ว่าจะมีพื้นที่ปลูกสตรอเบอรี่ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือ เช่น บางอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย และในพื้นที่ บางจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดเลยและจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น แต่ยังมีแนวโน้มที่สามารถปลูกได้ผลพอสมควร ในพื้นที่สูงของภาคกลาง เช่น แถบบนภูเขาของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องมาจากความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะนี้ สตรอเบอรี่จึงถูกพิจารณาจัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ซึ่งสามารถช่วยยกฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกนับเป็นพันครอบครัว ให้ดีขึ้นทั้งพื้นที่ราบและบนที่สูง นอกจากนี้ยังพบว่ามีศักยภาพสูงมาก สำหรับการผลิตสตรอเบอรี่เพื่อจุดประสงค์ในการขยายช่วงของ การเก็บเกี่ยวหรือผลิตให้ผลออกนอกฤดูกาลบนพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งมีสภาพอากาศหนาวเย็นพอเหมาะตลอดทั้งปีและมีอนาคต สำหรับการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งสามารถผลิตได้ในช่วงดังกล่าวอีกประวัติสตอเบอรี่ในเมืองไทยประวัติทาง ภาคเหนือของประเทศไทยได้มีการปลูกสตรอเบอรี่มานานหลายปีแล้ว แต่ที่นับว่าเริ่มมีความสำคัญเป็นพืชเศรษฐกิจก็ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา ชาวอังกฤษที่มาทำงานเกี่ยวกับป่าไม้ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้นำต้นสตรอเบอรี่เข้ามาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2477 ซึ่ง ต่อมาสตรอเบอรี่พันธุ์นี้ถูกเรียกว่า พันธุ์พื้นเมือง เพราะไม่ทราบชื่อพันธุ์ที่แน่นอน ผลของพันธุ์นี้จะมีลักษณะนิ่ม มีขนาดเล็ก สีผลออกเป็นสีปูนแห้ง และให้ผลผลิตต่อพื้นที่ต่ำ ต่อมาหลังจากที่ได้มีการแนะนำวิธีการปลูกสตรอเบอรี่แล้ว ก็มีการแพร่ขยายการปลูก ในฐานะเป็นผลไม้ชนิดใหม่ภายในส่วนของโรงเรียน และสถานีทดลองเกษตรของส่วนราชการต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มี การปลูกเพื่อการค้าอย่างจริงจังก่อนถึงปี พ.ศ. 2522 มีเกษตรกรบางรายพยายามปลูกเป็นการค้าในพื้นที่ใหญ่ ๆ แต่ก็ไม่ได้รับความ สำเร็จเท่าที่ควรในปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงก่อตั้งโครงการหลวงซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า มูลนิธิ โครงการหลวง โดยมี หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นประธานมูลนิธิฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธารของพื้นที่ทาง ภาคเหนือของประเทศ หยุดยั้งการปลูกฝิ่งของชาวไทยภูเขา โดยหาพืชอื่นทดแทนให้ปลูกและช่วยยกระดับการครองชีพ ตลอดจนความ เป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น ดังนั้นโครงการวิจัยสตรอเบอรี่จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งโดยเริ่มดำเนินการในระหว่างปี พ.ศ. 2517- 2522 โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการและได้รับทุนวิจัยจากทางฝ่ายงานวิจัยกระทรวงเกษตร ประเทศ สหรัฐอเมริกา (Agricultural Research Service ของ USDA) ระหว่างการวิจัยนี้ได้มีการนำสตรอเบอรี่พันธุ์ต่าง ๆ เข้ามามากมาย เพื่อทดลองปลูกตามสถานีทดลองเกษตรที่มีระดับความสูงที่ต่างกัน รวมทั้งศึกษาเรื่องของโรคแมลงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ และตลอดจนทางด้านของการตลาดผลของความสำเร็จและข้อมูลที่ได้มาจากโครงการวิจัยสตรอเบอรี่นี้ได้นำไปใช้ในงานส่งเสริม ให้แก่ชาวไทยภูเขา รวมทั้งเกษตรกร พื้นราบในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตสตรอเบอรี่และต้นไหลด้วย ปัจจุบันสตรอเบอรี่จึงถูกจัด เป็นพืชเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่ทำรายได้ค่อนข้างดี และให้ผลตอบแทนที่รวดเร็วแก่เกษตรกรผู้ปลูกในทั้งสองจังหวัดนี้สตอเบอรี่ ผลไม้แห่งความรัก"สุขภาพ"

แทนความรักด้วย "สตรอเบอรี่" มอบผลไม้น่ารักกุ๊กกิ๊ก แทนความรักด้วยโลกสีชมพูกับ "สตรอเบอรี่" ที่จะทำให้ความรักของคุณหวานซ่อนเปรี๊ยว เฉกเช่นสตรอเบอรี่ ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้สตรอเบอรี่ ในประเทศไทย มีประวัติความเป็นมายาวนาน คือมีการนำพันธุ์เข้ามาทดลองปลูกหลายยุคหลายสมัยทางภาคเหนือและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานต้น พันธุ์สตรอเบอรี่ ที่คัดสรรมาแล้วอย่างดี ได้แก่ พันธุ์แคมบริดจ์แฟเวอริท , พันธุ์ทีโอก้า และพันธุ์ซีควอเอีย แก่เกษตรกร หรือรู้จักกันในนามพันธุ์พระราช
ทาน 13, 16 และ 20 ตามลำดับ
 
 
"ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน"
จนมาถึงตอนนี้สตรอเบอรี่ กลายเป็นผลไม้ที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของภาคเหนือ สามารถส่งออกได้ทั้งในลักษณะแช่แข็ง ทำเงินเข้าประเทศได้ อย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปแบบรับประทานสดและแปรรูป สร้างรายได้แก่ เกษตรกรอย่างมาก และในแง่โภชนาการแล้ว "สตรอเบอรี่" ยังมีวิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม และที่สำคัญคือมีวิตามินซี จำนวนมหาศาล โดยในวิตามินซีนั้นมีกรดอินทรีย์สำคัญที่เรียกว่า "กรดแอสคอร์บิก" (ascorbic acid) ซึ่งช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคภัยต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหวัด เป็นต้น ที่สำคัญคือ ช่วยชะลอความแก่และริ้วรอยก่อนวัยอันควร"ต้านอนุมูลอิสระ"นอกจากสตรอเบอรี่แล้ว ยังมีในผลไม้อีกหลายชนิด เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บร็อคเคอรี่ และผักขมแล้ว ด้วยผลที่มีสีแดงสดของสตรอเบอรี่ ยังทำให้มีส่วนประกอบของสารสำคัญที่ชื่อว่า แอโธไซ-ยานิน (anthocyanin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิด โรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ชะลอความเสื่อมของดวงตาที่สำคัญคือยังช่วยยับยั้งเชื้ออีโคไลในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษอีกด้วย ต่อไปนี้โลกสีชมพูของคุณที่เติมเต็มด้วยสตรอเบอรี่ นอกจากจะอิ่มเอมรักแล้วยังสร้างสุขภาพอีกด้วย

ประโยชน์ของสตรอเบอรี่

 

 
1.มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี วิตามินเอ โฟเลต และแอนโธไชยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอวเบอร์รี่ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบน้ำหนักที่เท่ากับผลไม้ชนิดอื่นๆ แล้ว พลังในการต้านอนุมูลอิสระของสตรอเบอรี่จะสูงกว่าส้มถึงหนึ่งเท่าครึ่ง สูงกว่าองุ่นแดง 2 เท่า สูงกว่ากีวี 3 เท่า สูงกว่า กล้วยหอมกับ มะเขือเทศ” 7 เท่า และสูงกว่า ลูกแพรถึง 15 เท่า!! นอกจากนี้ ผลสตรอเบอรี่ยังอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์อีกหลายชนิด เช่น เคอซิติน (quercetin)  แอนโทไซยานิน (anthocyanin) เคมเพอรอล (kaempferol) รวมถึงวิตามินซีดังที่กล่าวมา ซึ่งพบว่ามีอยู่ในอัตราที่สูงมาก (สตรอเบอรี่ฝานบางๆ  1  ถ้วยจะมีวิตามินซี  ประมาณ  94  กรัม) โดยมีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า สารดังกล่าวได้ไปช่วยยับยั้งการสร้างสารคาร์ซิโนเจน (Carcinogens)  ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อโรคมะเร็ง รวมทั้งไปบล็อคกลไกหรือกระบวน (ตั้งแต่เริ่มแรก) ไม่ให้เกิดโรคขึ้น และถ้าเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะไปยับยั้งเนื้องอก (tumors) ไม่ให้เจริญอีกต่อไป 2.ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน 3.อุดมด้วยวิตามินซี และธาตุเหล็ก มีคุณประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ 4. ในวิตามินซีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีกรดอินทรีย์สำคัญที่เรียกว่า "กรดแอสคอร์บิก" (Ascorbic acid) ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคภัยต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ และโรคหวัด เป็นต้น ที่สำคัญคือ ยังช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร อีกด้วย 5.ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้สะดวก มีสรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน ยาขับปัสสาวะ รับประทานผลสดครั้งละ 5-6 ผล เพราะสตรอเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็ก6.สามารถยับยั้งสารก่อมะเร็งกลุ่มไนโตรซามีนได้ (สารกลุ่มนี้กระตุ้นการเกิดมะเร็งในลำไส้) เนื่องจากมีโพลีฟินอลปริมาณสูง7. มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย เพราะอุดมด้วยวิตามิน ซี 8.อุดมด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพคติน ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลได้ระดับหนึ่ง9. ดูแลสายตา   ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้วยผลไม้ตระกูล เบอร์รี่สารมีสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยวิตตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซิแซนทิน โอฟลาวโวนอยด์ และสารแอนต้าแซนธิน ช่วยบำรุงดวงตา ช่วยให้ผิวบุนัยน์ตา รวมทั้งเยื่อบุของอวัยวะต่างๆ แข็งแรง โพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติและสตอเบอร์รี่ยังช่วยป้องกันโรคตา เช่น ต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน การรับประทานสตอเบอร์รี่เป็นประจำทุกวัน ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ถึง 50%10. ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์  เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานนาน ๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะถดถอย ของเหลวบริเวณข้อต่อกระดูกจะเหือดแห้งลงไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกเอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่เราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอวเบอร์รี่11. ส่งเสริมการทำงานของสมอง   ยิ่งแก่ยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอวเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย12.ลดความดันโลหิต หากโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดความดันโลหิตสูง สตรอวเบอร์รี่ก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปกติ13. ปราบโรคหัวใจ ใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมวิตามินบีบางชนิดที่พบได้ในสตรอวเบอร์รี่ จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย14. มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง15. มีคุณสมบัติในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น นิ่วในไต16. นำใบสตรอเบอรี่สดมาแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาอมบ้วนปาก จะใช้เป็นยาแก้กลิ่นปากได้อย่างดี ทำให้ลมหายใจสดชื่น ใช้กลั้วคอ แก้อาการเจ็บคอ ทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรงรักษาแผลในปากได้อีกด้วย17. สรรพคุณทางสมุนไพรของสตรอเบอร์รี ผลสด ช่วยบรรเทาโรคตับอักเสบ ท้องร่วง และโรคเหน็บชา18. ใบสดของสตรอเบอร์รี นำมาโขลก แล้วนำไปประคบตามร่างกายจะช่วยลดอาการอักเสบ และบวมช้ำได้เป็นอย่างดี19.มีกรดฟอลิค เป็นประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์สมองพิการได้20.ช่วยดีท็อกซ์ขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย21.ใช้ทำความสะอาดผิวหน้า ผสมสตรอเบอร์รี่ 2-3 ผลกับน้ำมะนาว นำมานวดให้ทั่วใบหน้า แล้วจึงล้างออก สตรอเบอร์รี่อุดมด้วยวิตามินและกรดเอเอชเอธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยปรับสภาพผิวและลดการอุดตันของรูขุมขนได้ดี22. ช่วยบำรุงผิวให้สวยใสไร้ริ้วรอย นำผลสตเบอร์รี่สดฝานบางๆ วางให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้บำรุงผิวหน้าก่อนนอนเป็นประจำ จะช่วยลบริ้วรอยจากแสงแดดได้23.มีพลังงานต่ำ จึงเหมาะสำหรับ ลดความอ้วน24. วิตามินซีสูง สามารถป้องกันโรคหวัดได้เมื่อทานเป็นประจำ25.ชะลอความชรา เพราะมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได26.ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้27.ใบและรากสตรอเบอรี่ตากจนแห้ง ใช้ชงกับน้ำเดือด ดื่มแทนน้ำชา ใช้ใบ และรากสตรอเบอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเดือด 1 กาขนาดกลาง สำหรับสตรที่มีประจำเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ จะหายเป็นปกติ28.ใช้เหล้าไวน์ 1 ถ้วยตวง ใส่รากและใบสตรอเบอรี่ที่ตากแห้ง 1/2 ถ้วยตวง ต้มให้เดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ให้คนที่เป็นโรคตับอักเสบ โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคท้องร่วง โรคทางเดินปัสสาวะ ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ อาการป่วยจะทุเลาลงได้29.  บำรุงร่างกายหลังฟื้นไข้ โดยรับประทานน้ำคั้นจากผลสตรอเบอร์รี่สดวันละ 1 แก้ว30. ใช้ใบสตรอเบอรี่ซ้อนกันหลาย ๆ ใบ นำมาประคบแก้รอยช้ำบวมบนร่างกาย31.นำใบสตรอเบอรี่ และรากที่ตากแห้งแล้ว มาใส่โถปั่น ปั่นจนเป็นผงใช้แทนยาสีฟัน ทำให้ฟันขาวเป็นเงางาม32. มีวิตามิน บี 9 (โฟลิค)   ลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด  สร้างเม็ดเลือด  ป้องกันโรคโลหิตจางฟลาโวนอยด์  ช่วยเพิ่มระดับคลอเลสเตอรอลตัวดี (HDL)  ช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาดปราศจากคราบไขมันเกาะจับ  ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ที่มาของรูปภาพ

http://3.bp.blogspot.com/-wX5GupsN8vM/T3-oWYJdV_I/AAAAAAAAAAY/V9d0h_vPWy0/s320/aaa.jpg

 

 

รูปภาพของ tws3047

สตอรเบอร์รี่นี้ดีเนอะ...มีประโยชน์หลายอย่างดี

รูปภาพของ tws3511

อยากกินสตอเบอรี่จังเลย tt

รูปภาพของ tws3052

แน่นอนยุแร้วจร้า >>>Laughing tt

รูปภาพของ tws3071

สตอเบอรี่น่ากินจังLaughing

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 380 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • ssspoonsak