ฝนเทียม


รูปภาพของ sss28325

 

 16 พฤษภาคม 2551
ฝนเทียม"ในหลวง"ไล่พายุนรก"นาร์กีส"พ้นไทย

หมายเหตุ : เรื่องนี้ผมได้รับเมล์มาจากรุ่นพี่อดีตนิสิตจุฬาฯ ซึ่งได้ส่งข้อมูลที่คนไทยอีกส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับรู้ถึงความห่วงใยขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย เมื่อได้รับทราบเรื่องนี้ ผมจึงไม่ลังเลที่จะนำมาเผยแพร่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขออนุญาตนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเล่าสู่กันฟัง…

เมื่อวันศุกร์ผมได้มีโอกาสได้เข้าค่ายที่ศูนย์ฝึกทหารของค่ายนเรศวร วันแรกที่เข้าไปกะบรรยากาศครึ้ม ๆ ผมก็ว่า เอ... แปลก ๆ นะ ทำไมอากาศอบอ้าวเหมือนจะมีฝน แต่ก็คิดว่าคงเป็นไปตามสภาพอากาศ พอไปถึงก็ทำกิจกรรมจนได้เข้าหอประชุมตอนดึกใกล้เวลานอนมากแล้ว

ต่อมา อาจารย์เอกราช ท่านได้มาพูดถึงเรื่องของฝนที่ตกนี้ว่า "ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงให้คณะทำงานเกี่ยวกับฝนเทียม รีบทำฝนเทียม เพื่อเป็นแนวกันลมพายุดีเปรสชั่น ซึ่งตอนนั้นยังไม่เกิด ขึ้น แต่พระองค์ทรงเหมือนกับเทวดาองค์หนึ่งที่ทราบเรื่องนี้ก่อน”

ถามว่าตอนนั้นกรมอุตุฯ หรือผู้ที่รับผิดชอบรู้เรื่องนี้หรือไม่ ... คำตอบก็คือ...ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดพายุไซโคลนร้าย"นาร์กิส" ที่ประเทศพม่าด้วยซ้ำ

พอคณะทำงานด้านฝนเทียมทำงานเสร็จ ด้วยความสำเร็จ... ผลงานที่พระองค์ได้ทำ ก็ก่อให้เกิดผล

เมื่อเกิดพายุอย่างที่พระองค์ตรัสไว้ที่พม่า และพายุไซโคลนนี้ก็ได้สร้างความเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้ กับประเทศพม่า จนทำให้เกิดความสูญเสียอันมหาศาลกับประเทศของเขา ...

แต่สำหรับประเทศไทย แนวกำแพงฝนเทียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสร้างไว้ก็ทำให้เกิด ฝนตกเพียงเล็กน้อย ถ้าเทียบกับพายุที่จริง ๆ แล้วสามารถสร้างความเดือดร้อนกับประเทศได้มาก

พอผมได้ทราบผมถึงกับอึ้งขนลูกซู่ กับ สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ให้กับประเทศของเรา ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทราบเรื่องนี้ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจกับสิ่งที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้

วันที่ 2 ที่เข้าค่าย ครูฝึกได้เปิดวีซีดีเกี่ยวกับพระองค์ให้ดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนถึงตอนหนึ่งที่เค้าตัดเอาตอนที่
พระองทรงเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อไปส่งเหล่ากษัตริย์จากต่างประเทศ คณะทูตที่มาเข้าเฝ้าในงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ภาพที่ทำให้ผมปวดจี๊ดขึ้นมาในหัวใจก็คือตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินลงบันได (ขอโทษครับพอดีไม่ทราบว่าเขียนยังไง) พระองค์เกือบหกล้ม ดีที่ทหารรักษาพระองค์ที่เดินนำหน้าคอยประคองพระองค์ไว้ พอพระองค์ทรงยืนได้ ก็ปัดมือออก

ผมไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสตรงนั้นทันทีหรือไม่ หรือตรัสกับคนสนิทในภายหลัง ว่า

" ไม่ต้องมาพยุงเรา เราจะเดินให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า เราเดินได้ ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าเราสามารถปกครองคน 64ล้านคนด้วยตัวของเราเองได้ "

ถึงตอนนี้แล้ว ...น้ำตาผมคลอเบ้า คนที่ดูกันก็สะอึ้นกันไปหลายคน ทุกๆคนในที่นั้นเงียบหมดกับคำพูดที่พระองค์ได้ตรัสไว้ ผมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนข้างๆว่า สงสารพระองค์ที่ต้องมาทรงงานอย่างหนัก ถึงแม้นจะมีพระชนม์มายุมากแล้ว แต่พระองค์ก็ยังทรงรักและเป็นห่วงลูก ๆ หลานของพระองค์ ลูกๆ หลาน ๆ ที่อยู่ในประเทศนี้ ท่านทรงงานทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศได้สบาย เพื่อคนในประเทศได้อยู่ดีกินดี

อาจารย์ได้บอกกับพวกเราเมื่อวีซีดีจบว่า พระองค์เหมือนฝนที่ทำให้ประเทศร่มเย็น เหมือนเทวดาที่ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหนที่นั่นจะชุ่มฉ่ำ ที่ ๆ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปจะพบแต่ความสงบสุข มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร

ท้ายสุดนี้ผมอยากจะกราบทูลพระองค์ หากแม้นมีใครผ่านมาอ่าน ถึงจะเป็นคำพูดที่อาจจะได้ยินมาบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่สามารถจะคัดกรองคำพูดใด ๆ มาพูดได้อีกนอกจากว่า...

"ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา เป็นร่มโพธิ์ทองของเหล่าปวงชนชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญตราบนานเท่านาน "

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

สร้างโดย: 
เด็กหญิงพิรญาณ์ บัวสิงห์ ม.3/10 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย