ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม

ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
ประวัติศาสตร์แห่งความสัมพันธ์ ไทย-เวียดนามเป็นประวัติศาสตร์ที่ยาวนาม มีความเป็นมาหยั่งรากลึกเข้าไปในอดีตอันไกลโพ้น มิใช่เริ่มกันแค่เพียงในคริสตศตวรรษที่ 20 นี้เท่านั้น ปากจะสืบสานราวเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมาของการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างสองประ เทศนี้ในอดีตก็คงจะพบว่าการติดต่อสัมพันธ์หยั่งรากลึก และมีความเป็นมาจากการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้า นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 12 เป็นอย่างน้อย
ด้านพงศาวดารเวียดนาม (Dai Viet Su Ky) ได้กล่าวถึงการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้าในตอนต้นศตวรรษที่ 12 คือ ปี 1184 โดยพ่อค้าจากสยามได้เดินทางไปเวิน โดน (Van Don) มีที่ตั้งอยู่ที่อ่าว Ha Long ในปัจจุบัน นำสินค้ามาขอค้าขายด้วย ครั้งในศตวรรษที่ 15 เรือสินค้าและทูตจากกรุงศรีอยุธยาก็ได้เดินทางมาอีกครั้ง เพื่อขอค้าขายและขอให้เวียดนามลดหย่อนภาษีเทียบท่าเพื่อนำสินค้ามาขาย หรือเมื่อเรือสินค้าสยามต้องเข้ามาหลบพายุ หรือเมื่อเรือสยามต้องผ่านทะเลเวียดนามไปยังประเทศอื่นเช่น จีน โดย จักรพรรดิ์ของเวียดนามขณะนั้นได้ส่งจดหมายตอบตกลงการลดหย่อนภาษีเข้ากรุงศรี อยุธยา พร้อมทั้งส่งเครื่องบรรณาการมายังราชสำนักแห่งกรุงศรีอยุธยา การค้าและการติดต่อสัมพันธ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีทางการค ้าและทางการทูตระหว่างสองฝ่ายในขณะนั้น และก็ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19 ว่ากันว่าจากศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19 นั้น สยามได้ส่งเรือไปค้าขายกับเวียดนามที่ Hoi Au (อยู่ทางใต้ของคาบัส) และตามท่าเรือทางใต้ของประเทศถึง 40-50 ลำ
จะด้วยเหตุผลทางการเยือนภายใน หรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ หรือ เหตุผลเกี่ยวกับเสรีภาพทางศาสนาหรืออื่นใดก็ตามที ในต้นศตวรรษที่ 17 ได้ปรากฏชุมชนเวียดนามตั้งรกรากอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ปรากฏหมู่บ้านชาวเวียดนามอยู่รอบนอกด้านใต้ของพระราชวังในกรุงศรีอยุธ ยา ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นก่อนชุมชนต่างชาติอื่น ๆ และอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นกันในช่วงปีระหว่าง 1650-1690 ได้ปรากฏแหล่งค้าขายของชาวเวียดนามขึ้นในกรุงศรีอยุธยา มีสินค้าประเภทข้าวโพด น้ำตาล ผ้าฝ้าย
ความสัมพันธ์อันดีปรากฏเห็นเด่นชัดจากจดหมายของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาพระองค ์หนึ่งที่มีถึงเจ้าผู้ครองนครราชวงศ์เหงวียน (Nguyen) ในปี 1757 สรุปความได้ว่า “อันนามและสยามตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลและอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน แม้ว่าจะมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แยกจากกัน แต่ก็อยู่บนพื้นดินเดียวกัน” ได้นำไปสู่การแลกเปลี่ยนทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมด้วยในขณะเดียวกัน
ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่าย เห็นได้เด่นชัดยิ่งอีกครั้งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร.2 และ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แห่งราชวงศ์จักรี ครั้นในแผ่นดินของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ก็เข้าสู่ช่วงแห่งความขัดแย้ง เนื่องจากความไม่ไว้วางใจต่อกันด้วย เรื่องการแข่งขันกันแสวงหาอิทธิพลในลาวและเขมร ในขณะนั้นเรากับพระเจ้า มิงหม่าง (Mink Mang) แห่งราชวงศ์เหงวียน อันเป็นช่วงเวลาที่สยามและเวียดนามมีความเข้มแข็งเท่าเทียมกัน
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 338 ครั้ง









